หน้าแรก คอลัมนิสต์ วิถีแห่งกลยุท...

วิถีแห่งกลยุทธ์ : มุมตาย มุมอับ กลายกลับ กระบวนท่า ทิศทาง ‘มุ่งเป็น’

27.07.23 | 12:04 น.

วิถีแห่งกลยุทธ์ : มุมตาย มุมอับ กลายกลับ กระบวนท่า ทิศทาง ‘มุ่งเป็น’

เป็นที่รับรู้ในยุทธจักรว่า “วังวารีบริสุทธิ์” (แป๊ะจุ้ยเก็ง) ตั้งอยู่อย่างเร้นลับ ณ ยอดเขาไท่ฮั้งซัว อันห่มคลุมด้วยเมฆหมอกขาว
ขาวจนเป็นสีเงิน
เส้นทางที่ทอดไปยังปากประตูวังดูราวกับเป็นบันไดนำสู่สรวงสวรรค์ ทั้งๆ ที่ตลอด 2 รายทางเกลื่อนด้วยกองกระดูกขาว
ขาวเหมือนเมฆหมอกเงินอันห่มคลุมทั่วทั้งยอดเขา
จำเป็นต้องผ่าน “การทดสอบ” หลายด่าน ทั้งด่านอันเป็นดรุณีรุ่นเยาว์ ปรากฏอย่างเปล่าเปลือย และด่านของบุรุษสวมเสื้ออาภรณ์ในมือมีกระบี่
นั่นย่อมเป็น “ด่านนางงาม” นั่นย่อมเป็น “ด่านกระบี่”

ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของ “ปึงป้อเง็ก” อันปรากฏผ่านยุทธนิยายเรื่อง “นักสู้ผู้พิชิต” จากปลายพู่กันของ “โกวเล้ง”
ถอดความ ร้อยเรียงออกมาโดย ว. ณ เมืองลุง
ปึงป้อเง็ก (หยกวิเศษตระกูลปึง) กำเนิดจากตระกูลบู๊ลิ้มเรืองนาม ตาของมันคือ
“กระบี่สันติ” (เช็งเพ้งเกี่ยมแคะ) แป๊ะซำคง
ประมุขบู๊ลิ้มแห่งแคว้นซัวตัง
เนื่องจากบิดา มารดา ออกท่องยุทธจักรกระทั่งสาบสูญไร้ร่องรอย จึงอยู่ในความดูแลของตา
น่าเสียดายที่ผ่านการเคี่ยวกรำผ่าน “ตำรา” แต่แทบไม่รู้อะไรใน “เชิงยุทธ์”

คำถามอยู่ที่ว่ามันเรียนรู้เชิงยุทธ์ได้อย่างไร คำถามอยู่ที่ว่าเหตุปัจจัยใดทำให้มันต้องเรียนรู้เชิงยุทธ์
1 เพราะยุทธจักรเผชิญภัย
เนื่องจากการรุกเข้ามาของ “มือกระบี่ชุดขาว” จาก 3 เกาะบูรพา มาพร้อมกับอาวุธที่เรียกว่า “ซามูไร”
สังหารจอมยุทธ์ “จงหยวน” ไปมากหลาย รวมทั้ง “แป๊ะซำคง”
ในเบื้องต้น ยุทธจักรจงหยวนฝากความหวังไว้กับ “จีอีโฮ้ว” แต่น่าเสียดายที่ความหวังนี้ต้องมลาย
ภารธุระนี้จึงตกอยู่บนบ่า “ปึงป้อเง็ก”
นี่คือโจทย์สำคัญ ไม่เพียงแต่จาก “โกวเล้ง” หากแต่ยังเป็นของ “ปึงป้อเง็ก” อย่างมิอาจหลบหลีกได้
ถามว่า “ปึงป้อเง็ก” ทำอย่างไร

น่ายินดีที่มันได้รับการชี้แนะและนำทางจากจอมยุทธ์ลี้ลับหนึ่งลากดึงมันให้ได้เรียนรู้ถึงเคล็ดวิชาอันลึกซึ้ง
ระหว่าง “พลังฝีมือ” กับ “วิถีฝีมือ”
การฝึกวิชาฝีมือเป็นเรื่องไม่ยาก แต่หากจะค้นคว้าให้ลึกซึ้งจนถึงแก่นของความแปรเปลี่ยนภายในใช้หลักการแปรเปลี่ยนนั้นไปแสวงหาจุดอ่อน และความบกพร่องในกระบี่ของฝ่ายตรงข้าม
เป็นเรื่องยากแค้นแสนเข็ญ
แต่ปึงป้อเง็กกลับสามารถทำได้ โดยเริ่มต้นจากการศึกษา “ธรรมชาติ” ทั้ง “ภายนอก” และ “ภายใน”
ทำความเข้าใจ “ธรรมชาติ” หลอมรวมเข้าหา “วิถีกระบี่”

Advertisement

เคล็ดวิชาต่อสู้ถือจิตใจเป็นอันดับแรก กำลัง ท่าร่างและกระบวนท่าเป็นอันดับรอง อุปมากับเรือนกายของมนุษย์
หากไร้กระดูกอันมั่นคง ผมเผ้า เลือดเนื้อจะอยู่ได้อย่างไร
ต่อเมื่อฝึกฝนจิตใจจนได้แก่นแท้ดุจโครงกระดูก จึงค่อยเสริมสร้างเนื้อหนังเพิ่มความสมบูรณ์
นี่ย่อมเป็น “ความต่าง” จากลักษณะทั่วไป
ผู้อื่นเรียนวิชาฝีมือจากง่ายไปหายาก แต่ปึงป้อเง็กกลับเรียนจากยากไปหาง่าย
ค้นพบเนื้อแท้แล้วจึงปรุงแต่งเพราะสร้างองค์ประกอบ
ถามว่ามันได้กระบวนท่าร่างมาอย่างไร

เหตุผลอันเป็นคำตอบดำเนินไปเช่นกับภาพวาด มาตรแม้นจะวาดให้คล้ายคลึงสักเพียงใด
ก็ยังมิอาจให้เป็นจริงดังมีชีวิต
อย่างมากก็เป็นเพียงภาพวาดตามความจัดเจนจากมือของคนเท่านั้น ต่อเมื่อใดที่ศึกษาจนซึ้งถึงความหมายและวิญญาณ เมื่อนั้นต่อให้สะบัดพู่กันอย่างไม่ตั้งใจ
ก็จะกลายเป็นภาพอันสูงส่งและงดงาม
ถามอีกว่ามันได้ “กำลังภายใน” และ “วิชาตัวเบา” มาอย่างไร
คำตอบอัน “โกวเล้ง” ยกมากลับเป็นความจัดเจนที่พ่อครัวของเจ้าเวนหุยอัน “จวงจื้อ” ได้รจนาไว้
ตามสำนวนแปลของ ส. ศิวรักษ์ ดังปรากฏใน “มนุษย์ที่แท้”

เมื่อแรกเริ่มที่จะเฉือนงัว ข้าพเจ้าย่อมแลเห็นอยู่หน้าข้าพเจ้า
งัวทั้งตัว
ทั้งหมดเป็นกองใหญ่กองหนึ่ง
หลังจากนั้น 3 ปี ข้าพเจ้าไม่เห็นกองอะไรอีกแล้ว ข้าพเจ้าแลเห็นข้อแตกต่าง
บัดนี้ ข้าพเจ้าไม่เห็นอะไร ด้วยตา หากรับรู้ ด้วยอายตนะทั้งหมด
อินทรีย์ของข้าพเจ้าก่อให้เกิดปัญหา แต่จิตเป็นอิสระ ทำการโดยปราศจากแผน หากขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณ
ทำโดยแนวทางแห่งธรรมชาติ
เริ่มด้วยการแหวกช่องว่างอันแฝงเร้น ที่เป็นความลับ มีดปังตอของข้าพเจ้าย่อมหาทางได้เอง
โดยไม่ต้องฟันหรือกระทบกระดูก

การทดสอบ ณ วังวารีบริสุทธิ์มี “ความหมาย” ทุกด่าน ไม่ว่าด่านกระบี่ไม่ตายพลิกจักรวาล ไม่ว่าเมื่อเผชิญกับดรุณีน้อยอนงค์หนึ่ง
“กระบี่ของท่านอยู่ที่ใด” มันถาม
พลันประกายกระบี่ก็สว่างวาบ กระบี่ยาวของดรุณีอาภรณ์ดำแทงเข้าเบื้องหน้าห่างปลายเท้ามัน 3 นิ้ว
ดูธรรมดาสามัญ แต่ร้ายกาจยิ่งนัก
“ข้าพเจ้าหากไม่แยแสต่อกระบวนท่านี้เลยกระบี่ก็จะแทงสวนจากเบื้องล่างขึ้นมาในบัดดล แต่จากกระบี่ที่แทงจากแง่มุมนี้ไม่ทราบว่าควรจะปัดป้องเยี่ยงไร”
เนื่องจากจุดที่นางแทงนับว่าเป็น “มุมตาย”

ในความเป็นจริง “มิว่าเป็นใต้เท้าของผู้ใดล้วนเป็นมุมตายของคนผู้นั้น กระบวนท่าอันแทงจากมุมตายคือกระบวนท่าที่ไม่มีในค่ายสำนักใด” นางกล่าว
“มันเป็นกระบวนท่าที่ไม่มีผู้ใดสามารถต้านทานได้
“ความยอดเยี่ยมในกระบวนท่า คือ ต้องจับตัวเองเข้าไปอยู่ในมุมอันอับจนเสียก่อน”
ฟังคำของ “ดรุณี” อาภรณ์ดำ มัน “สรุป” อย่างไร
“หลักสำคัญที่สุดคือ พริบตาที่แทงกระบี่ออกมา ผู้อื่นย่อมแทงเข้าใส่ได้เช่นกัน
แต่ในช่วงเวลาพริบตาเดียวท่านจะไม่มีกำลังป้องกันตัวเองเลยนอกเสียจากใช้กระบวนท่านี้ไปทดสอบฝีมือ
กระบวนท่านี้แม้วิเศษ แต่ไม่เหมาะสมที่จะใช้”

เด่นชัดว่าการทดสอบอันเกิดขึ้นภายในวังวารีบริสุทธิ์มิได้เป็นการทดสอบเพื่อมุ่งร้ายหมายชีวิต
หากแต่ทดสอบเพื่อ “กระตุก” และ “กระตุ้น”
ดำเนินไปภายใต้กรรมวิธี “ถามผู้คนมิสู้ถามตนเอง” เป็นกรรมวิธีนำสิ่งที่ได้ในทางทฤษฎีเข้าสู่การปฏิบัติอย่างเป็นจริง
ศึกษาจาก “มุมอับ” เรียนรู้จาก “มุมตาย”