ดุลยภาพดุลยพินิจ : ประชากรแฝง ภารกิจของท้องถิ่นและเงินอุดหนุนรายหัว

ดุลยภาพดุลยพินิจ : ประชากรแฝง ภารกิจของท้องถิ่นและเงินอุดหนุนรายหัว

“ประชากรแฝง” เป็นคำศัพท์ที่คุ้นชินหมายถึงประชากรที่มาพำนักอาศัยในเขตเทศบาล หรือ อบต. แต่ว่าไม่ได้จดทะเบียนเป็นพลเมืองของท้องถิ่นนั้นๆ หน่วยงานท้องถิ่นหลายแห่งเรียกร้องว่า การจัดสรรเงินอุดหนุนควรคำนึงถึงจำนวนประชากรแฝงในแต่ละพื้นที่ด้วย เพราะท้องถิ่นมีภารกิจในการให้บริการสาธารณะแก่ประชากรแฝงเช่นเดียวกับพลเมืองตามทะเบียนราษฎร์ แต่ว่าในอดีตไม่มีข้อมูลสถิติ (ที่เป็นทางการ) ยืนยันว่า ประชากรแฝงของเทศบาล A B C มีจำนวนมากน้อยเพียงใด? เป็นที่น่ายินดีที่สำนักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทำการสำรวจประชากรแฝง (ปี 2565) ระบุจำนวนประชากรแฝงเป็นรายจังหวัดเพิ่มนำมาเปรียบเทียบ ในโอกาสนี้ขอนำเสนอข้อคิดเห็นเชิงวิจารณ์ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบาย (จัดสรรเงินอุดหนุนท้องถิ่น) ดังจะเสนอข้อสังเกตต่อไป

สำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นหน่วยงานระดับชาติที่สำรวจข้อมูลสถิติที่เป็นประโยชน์และคุณค่า ถูกนำไปอ้างอิงในทางวิชาการมากมาย รายงานสำรวจประชากรแฝงเป็นผลงานที่น่าชื่นชม ใช้การสุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ตามหลักวิชาการ ในปี 2565 พบว่าประชากรแฝงรวมกันทุกจังหวัดมีจำนวน 9.16 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.1 ของประชากรทั้งหมด

ทีมวิจัยได้ประมวลสถิติประชากรแฝงรายพื้นที่ (จังหวัด) และค้นคว้าสถิติประชากร (ตามทะเบียนราษฎรของกระทรวงมหาดไทย) เพิ่มเติม เพื่อคำนวณว่าอัตราประชากรแฝงคิดเป็นร้อยละเท่าใดเทียบกับสถิติตามทะเบียนราษฎร์และจัดเรียงลำดับตามความเข้มข้นของประชากรแฝงแต่ละจังหวัด ตารางที่ 1 แสดง 30 จังหวัดที่มีอัตราส่วนประชากรแฝงสูงพร้อมข้อสังเกตบางประการ ก) จังหวัดสมุทรสาคร อัตราส่วนประชากรแฝงสูงที่สุดถึงร้อยละ 83.5 ข) พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลมีอัตราส่วนประชากรแฝงอยู่ใน 5 อันดับแรก โดยอัตราส่วนของประชากรแฝงเกินกว่าร้อยละ 50 ของประชากรตามทะเบียนราษฎร์ ค) จังหวัดระนองซึ่งมีประชากรน้อยกว่า 2 แสนคน แต่ว่าอัตราประชากรแฝงสูงมาก (อยู่ในลำดับที่หก)

Advertisement

กราฟแท่ง แสดงสัดส่วนร้อยละของประชากรแฝงใน 20 จังหวัด ที่สถิติสูงมาก เกิน 10% ถึง 83.5%

กราฟวงกลม แสดงสถิติเฉลี่ยประชากรแฝงเปรียบเทียบเป็นรายภูมิภาค ข้อสังเกตสำคัญ คือ เกินกว่าครึ่งของประชาแฝงในประเทศอยู่ใน 2 ภูมิภาค ได้แก่ กรุงเทพฯและปริมณฑล (6 จังหวัด) และภาคตะวันออก (8 จังหวัด)

การที่ประชากรหลั่งไหลเข้าในพื้นที่ (ส่วนใหญ่ในเขตเมือง) ความจริงมีทั้งผลกระทบเชิงบวกและลบ ด้านบวกคือการที่จังหวัดมีประชากรแฝงเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่หมายถึงการจ้างงาน การมีงานทำในพื้นที่ ทำให้เกิดรายได้และการใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการ เกิดอุปสงค์ต่อบ้านเช่าหอพักอพาร์ตเมนต์ น่าจะทำให้ท้องถิ่นจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ทั้งนี้มีผลกระทบเชิงลบ เช่น ขยะล้น ชุมชนแออัด การจราจรติดขัด ความต้องการด้านการศึกษาและบริการสุขภาพสำหรับประชากรแฝงที่เป็นเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุที่ท้องถิ่นต้องดูแลเพิ่มขึ้น ฯลฯ เนื่องจากการวิจัยในประเด็นผลกระทบของประชากรแฝงยังมีน้อย สมควรสนับสนุนให้มีการค้นคว้าวิจัย-และหากหวังนำไปประยุกต์ใช้เพื่อออกแบบเงินอุดหนุนให้ท้องถิ่น คงต้องสืบค้นลึกลงระดับเทศบาล หรือ อบต. พื้นที่เมือง พื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท
เป็นต้น

จากผลสำรวจนี้ให้ข้อคิดเห็นเชิงวิจารณ์ว่า สูตรจัดสรรเงินอุดหนุนให้เทศบาล อบต. และ อบจ. ที่ใช้มาอย่างยาวนานใช้สถิติพื้นฐาน เช่น จำนวนประชากร ขนาดพื้นที่ (ของ อปท.) และความหนาแน่นของประชากร เป็นสำคัญ บัดนี้มีความก้าวหน้าของข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น โครงสร้างประชากร (เด็กหรือผู้สูงวัย) สถิตินักท่องเที่ยวรายพื้นที่ สถิติบ้านเช่าหอพัก อัตราการเกิดปริมาณขยะเป็นรายพื้นที่ ฯลฯ น่าจะนำมาพัฒนาเป็นตัวชี้วัดการจัดบริการสาธารณะของท้องถิ่น-คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) สมควรเป็นเจ้าภาพหลัก โดยเชิญชวนให้สถาบันวิจัยและสำนักงานสถิติแห่งชาติหลายแห่งร่วมค้นคว้าวิจัยสถิติประชากรแฝงนำมาเป็นค่าพารามีเตอร์ในการจัดสรรเงินอุดหนุนให้ท้องถิ่น

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image