กลเกมพลิกขั้ว

กลเกมพลิกขั้ว

การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่อยู่บนบ่าของพรรคเพื่อไทยภายหลังรับมอบหมายจากพรรคก้าวไกลดำเนินการมาอย่างอึกทึกครึกโครม

บรรยากาศ ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นไปอย่างสดชื่นเอร็ดอร่อยด้วยรสชาติของ “มิ้นต์ช็อก” ?

ณ นาทีนี้ ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า

Advertisement

รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะเกิดขึ้นด้วยการ “พลิกขั้ว” ไปจับมือกับพรรคการเมืองขั้วที่ร่วมรัฐบาลกับ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” มาแล้วกว่า 4 ปี

พรรคก้าวไกล กระเด็นไปเป็นฝ่ายค้าน!

รอเพียงแต่ว่า ในวันนัดประชุมแกนนำของ 8 พรรค 312 เสียง ทางพรรคเพื่อไทยโดย หมอชลน่าน ศรีแก้ว-ภูมิธรรม เวชยชัย-ประเสริฐ จันทรรวงทอง จะรายงานความคืบหน้าในการหาเสียง ส.ว.และ ส.ส.จากไหนมาเพิ่มเพื่อให้ถึง 375 เสียง

ซึ่งจะไม่ใช่สูตร 8 พรรคเดิมที่เกาะเกี่ยวกันอยู่เป็นข้าวต้มมัด

โดยมีเงื่อนไขว่า จำนวนเสียง ส.ว.และ ส.ส.ที่จะมาเติมเต็ม ไม่ต้องการให้พรรคก้าวไกลอยู่ร่วมรัฐบาล

แม้พรรคก้าวไกลจะรู้สึกไม่สมหวัง ทั้งๆ ที่ได้รับเลือกตั้งได้ ส.ส.มาเป็นอันดับ 1 แต่จากหลายนโยบายที่ดี กลายเป็นข้อจำกัดที่ถูกปฏิเสธ

สิ่งที่พรรคก้าวไกลจะทำได้ในการพูดคุยแกนนำ 8 พรรคก็คือ ให้การรับรองว่าจะเทคะแนน 149 เสียง ยกมือโหวตเลือก “เศรษฐา ทวีสิน” พรรคเพื่อไทยให้เป็นนายกฯ

คะแนนเสียงของเศรษฐาก็เกิน 375 เพราะลำพังพรรคภูมิไทยก็ 71 เสียงเข้าไปแล้ว ไม่ต้องพึ่ง ส.ว.แม้แต่เสียงเดียว

เกมของพรรคเพื่อไทยคือ การเดินหน้าฟอร์มรัฐบาลดึงพรรคการเมืองต่างๆ ที่โหวตเลือกเศรษฐาเป็นนายกฯให้เข้ามาร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ไม่อยากร่วมกับพรรคไหนก็ตัดออกไป!?

แต่โจทย์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลที่ต้องเผชิญ

หนึ่ง เศรษฐาจะผ่านมรสุมที่ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” โยนระเบิดประกาศจะแฉหลักฐานเกี่ยวกับปัญหาการเสียภาษีไปได้หรือไม่

หนึ่ง การจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำได้สำเร็จหรือไม่

หนึ่ง จะกล้าตรวจสอบการใช้อำนาจของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรอบ 5 ปีที่เป็นหัวหน้า คสช. และ 4 ปี กว่าที่เป็นนายกฯกับรัฐบาลผสมเสียงปริ่มน้ำหรือไม่

หนึ่ง พรรคก้าวไกลกับบทบาทฝ่ายค้านเคยโชว์ผลงานให้เห็นมาแล้วในการตรวจสอบประยุทธ์ ช่วงก่อนโหวตเลือกนายกฯก็สร้างแรงสั่นสะเทือนเกี่ยวกับ “ส่วย” ในวงการสีกากี

ประกอบกับได้หาเสียงไว้ว่าจะปฏิรูปกองทัพ และอื่นๆ ดังที่ปรากฏในเอ็มโอยู พรรคเพื่อไทยก็ยอมรับจึงลงนามในเอ็มโอยู

หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้วไม่ทำ หรือมัวชักช้าก็จะถูกพรรคก้าวไกลรุมทวงถาม ชำแหละแบบไม่ไว้หน้าและไม่ต้องเกรงใจกัน

หนึ่ง กระแสมวลชนคนรุ่นใหม่ที่เคลื่อนไหว จะล่าถอยหรือจะดำเนินการต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การเมืองในสภาผู้แทนราษฎร กรณีที่พรรค
เพื่อไทยเปรียบเสมือน “น้ำ” เมื่อต้องมาผสมกับ “น้ำมัน” ซึ่งหมายถึงพรรคอีกขั้วหนึ่ง รวมเป็นเสียงข้างมาก จะลงมติเห็นชอบหรือคว่ำร่างกฎหมายหลายฉบับที่เสนอโดยพรรคก้าวไกลซึ่งรอการพิจารณาอยู่ในระเบียบวาระ

จะเกิดปัญหาอะไรให้สังคมต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่?

กลเกมการพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่เป็นเรื่องของ ส.ส.หรือ ส.ว.ในสภา

หากแต่นอกสภาซึ่งประชาชนผู้เป็นเจ้าของสิทธิผ่านการกาบัตรเลือกตั้งก็เป็นปัจจัยหนึ่ง

ตราบเท่าที่ผู้คนยังยอมรับได้ก็ไม่เป็นปัญหา

แต่ถ้าคราใด พวกเขารู้สึกว่า ความ “อยุติธรรม” อยู่ไกลเกินไขว่คว้า มีการตระบัดสัตย์เกิดขึ้น มองไม่เห็นหัวประชาชน

เมื่อนั้น การลงถนนแบบไม่เลิกราก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง!?!

เทวินทร์ นาคปานเสือ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image