หน้าแรก คอลัมนิสต์ คำถามที่จะอื้...

คำถามที่จะอื้ออึงในปี60 โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

30.12.16 | 14:15 น.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา(แฟ้มภาพ)

 

เมื่อไม่กี่วันก่อนมีผลโพลของสำนักหนึ่ง สำรวจความเห็นของประชาชน เปรียบเทียบรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ผลปรากฏว่า ร้อยละ 48.84 ชอบรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร เพราะทำงานได้เร็ว คล่องตัว มีอำนาจพิเศษ

ขณะที่ร้อยละ 23.72 ชอบรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะมาจากเสียงของประชาชน เป็นประชาธิปไตย รู้ปัญหา

แต่ทั้งหมดนี้เป็นการสุ่มสำรวจตัวอย่างจากประชาชนจำนวนพันคนเศษ

ส่วนหนึ่งหากพิจารณาจากจำนวนคนที่ตอบแบบสำรวจ ก็คงไม่ถือว่ามากมายนัก

Advertisement

แต่พร้อมๆ กัน พิจารณาจากความเป็นจริงของสังคมไทย ระหว่างคนดูละครทีวีน้ำเน่าตบตีกรีดร้อง มีพระเอกและนางเอกดีเลิศ มีนางอิจฉามีตัวร้ายมหาประลัย เทียบกับคนดูรายการที่มีสาระ ให้คนมีความคิด มีเหตุผล

คนดูละครน้ำเน่าย่อมสูงมากกว่า เป็นธรรมดา

นี่เป็นหลักธรรมชาติของทุกสังคม ซึ่งสมาชิกจำนวนไม่น้อยในแต่ละสังคมมักจะไม่ชอบคิดอะไรอย่างละเอียดลึกซึ้ง ชอบอะไรที่ง่ายๆ เลยชอบดูหนังดูละครที่บทชัดๆ แบนๆ ดูมิติเดียวรู้หมด ตัวละครดีก็ดีเลิศ และตัวละครเลวก็เลวสุดๆ

ทั้งที่ในชีวิตจริงนั้น แต่ละคนมีหลายมิติ ทั้งด้านเลวและมีทั้งด้านดีปะปนอยู่ในตัว

ยิ่งหากจะถามต่อไปว่า จะเอาผลโพลที่ว่าคนส่วนใหญ่ชอบรัฐบาลรัฐประหารมากกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้งนั้น นำมาใช้ปฏิบัติในทางที่เป็นจริงได้หรือไม่

ถ้าเช่นนั้น ก็ประกาศยกเลิกโรดแมป บอกไปเลยว่า จะยังไม่มีการเลือกตั้งในปลายปี 2560 เลยได้ไหม

แม้แต่แกนนำรัฐประหารเองก็รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้

เพราะการปกครองด้วยอำนาจรัฐประหารไม่เป็นที่ยอมรับของทั่วทั้งโลก แล้วนานาชาติก็จะพากันปิดล้อมคว่ำบาตร จนอยู่ได้ยาก

สังคมโลกเขาพัฒนาไปไกล จนประเทศส่วนใหญ่ของโลกไม่เห็นว่าการรัฐประหารจะแก้ปัญหาใดๆ ได้

เพราะเป็นการแก้ปัญหาด้วยการเอาอำนาจไปให้คนหยิบมือเดียวจัดการ ขณะที่ระบอบประชาธิปไตยนั้น คือให้ประชาชนทั่วทั้งหมดร่วมมีอำนาจ และร่วมเรียนรู้พัฒนาการเมืองไปเรื่อยๆ อย่างลงรากลึกและยั่งยืน

การอยู่ของรัฐบาลรัฐประหาร ไม่เพียงจะโดนโลกกดดัน แต่ประชาชนก็จะเริ่มอึดอัดและถามหาเสรีภาพมากขึ้นๆ

จนวันนี้ก็เริ่มมีการแสดงออกของคนใฝ่หาเสรีในการต่อต้าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

แวดวงศาสนาก็เริ่มร้อนระอุ เพราะองค์กรสงฆ์เองกำลังจะรุกไล่ในอำนาจการปกครองตนเอง

อีกทั้งระบบการเมืองที่ปิดกั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจใหญ่ๆ เริ่มทยอยปิดกิจการ ประชาชนวงกว้างเริ่มไม่มีเงินทองจับจ่าย

ให้รัฐบาลรัฐประหารอยู่ต่อไปอีกก็ได้ ไม่ต้องเลือกตั้งปี 2560 ก็ได้ แล้วจะได้รู้กันว่า ปัญหาปากท้องของประชาชนนั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งจะรุนแรงเพียงใด

ความเป็นจริงบอกได้ว่า รัฐประหารไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง และไม่ควรวนกลับมาเกิดซ้ำอีกแล้ว

อีกทั้งเรากำลังจะเข้าสู่ปี พ.ศ.2560 ที่ทุกคนคาดหวังว่าโรดแมปการเลือกตั้งยังเป็นเหมือนเดิม

เมื่อเริ่มต้นปีใหม่เป็นต้นไป จะเต็มไปด้วยเสียงถามไถ่กันแต่ว่า วันเวลาการเลือกตั้งคือวันไหนแน่

ถามท่ามกลางการโหยหาเสรีภาพและการค้าขายที่เจริญรุ่งเรือง