หน้าแรก คอลัมนิสต์ ทุกข์ของจีน-ส...

ทุกข์ของจีน-สหรัฐ ทุกข์ของคิสซิงเจอร์ โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

8.08.23 | 12:00 น.

ทุกข์ของจีน-สหรัฐ ทุกข์ของคิสซิงเจอร์

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จัดงานเลี้ยงสุดหรู ต้อนรับ ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ Diaoyutai State Guest House ณ กรุงปักกิ่ง

สี จิ้นผิงให้การต้อนรับในฐานะ “เพื่อนเก่าของจีน” ระดับซุปเปอร์วีไอพี ทั้งนี้ ได้ชื่นชม “คิสซิงเจอร์” ว่า “มีวิสัยทัศน์ทางยุทธศาสตร์การทูตที่ประเสริฐสุด ครึ่งศตวรรษก่อนได้เลือกทางที่ถูกต้องโดยให้จีน-สหรัฐเริ่มมีการร่วมมือ สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สร้างคุณูปการ เป็นประโยชน์อเนกอนันต์ต่อทั้งสองประเทศ และเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โลกด้วย”

นอกจากนี้ “คิสซิงเจอร์” ยังได้พบกับนักการเมืองระดับสูง อาทิ “หวาง อี้” ผู้อำนวยการกิจการต่างประเทศ “หลี่ ซ่างฝู” รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม แต่คงมิได้เกิดประโยชน์มากนักสำหรับยุติความขัดแย้งจีน-สหรัฐ

บัดนี้ การแข่งขันชิงชัยจีน-สหรัฐได้เข้าขั้นเตะ ถ่วง หน่วง ดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายต่างได้สร้างบรรยากาศให้ดูมีความชอบธรรมเพื่อบรรเทาความรุนแรง แต่ความจริง ไม่มีการถอย หากเป็นเพียงการซื้อเวลา เท่านั้น

Advertisement

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 1971 ใน ขณะที่ “คิสซิงเจอร์” ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติในสมัยประธานาธิบดีนิกสันโดยได้เยือนจีนอย่างลับเฉพาะ และรังสรรค์ให้ “นิกสัน” ไปเยือนจีนอย่างไม่เป็นทางการ เรียกกันว่า “ทริปมหัศจรรย์” ซึ่งเป็นการเปิดประตูแห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ

มิตรภาพระหว่าง “คิสซิงเจอร์” กับประเทศจีนก็ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่บัดนั้น 50 กว่าปี ได้เยือนจีน 100 กว่าครั้ง ทุกครั้งได้รับการต้อนรับจากผู้นำของจีนในระดับสูงสุด เพราะเป็นกัลยาณมิตรของจีนที่ได้สร้างคุณูปการ

การเยือนจีนครั้งนี้ เรื่องที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ การพบกับ “หลี่ ซ่างฝู” รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม

“หลี่ ซ่างฝู” เป็นตัวการในการสั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซีย และถูกสหรัฐทำการแซงก์ชั่น เจือสมกับ “แนนซี่ เพโลซี” อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเยือนไต้หวันเมื่อปีที่แล้ว เป็นเหตุให้ความสัมพันธ์ทางการทหารจีน-สหรัฐได้ยุติลงโดยพลัน สหรัฐพยายามจะทำการฟื้นฟู แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

เมื่อการประชุมความมั่นคง Shangri-La ที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว “ออสติน” รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ได้จับมือทักทายกับ “หลี่ ซ่างฝู” เท่านั้น ไม่มีการเจรจาแก้ปัญหาแต่อย่างใด และเมื่อหลายวันก่อน กองทัพสหรัฐได้จัดประชุมรัฐมนตรีกลาโหมที่ประเทศฟิจิ ฝ่ายจีนก็หมางเมินต่อการเชิญประชุม

แม้สหรัฐมีความกังวลทหารสองฝ่ายจะเกิดการปะทะกันที่ทะเลจีนใต้และช่องแคบไต้หวัน แต่ก็ไม่ยอมยกเลิกการแซงก์ชั่น “หลี่ ซ่างฝู” ในประเด็นซื้ออาวุธกับรัสเซีย จึงไม่แปลกที่ “คิสซิงเจอร์” กล่าวเตือน “หลี่ ซ่างฝู” เป็นปริศนาว่า “ไม่ว่าสหรัฐหรือจีน ย่อมไม่มีต้นทุนพอที่จะรับผิดชอบต่อความเสียหายในการเป็นศัตรูต่อกัน ถ้าสองประเทศก่อสงคราม ย่อมไม่สามารถนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่มีประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศ”

ดูเหมือนเป็นการสื่อสารแทนสหรัฐ เพื่อกดดันจีนให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางด้านทหาร ทว่า ทำเนียบขาวชี้แจงว่า แม้รัฐบาลได้รับทราบข่าวการเยือนจีนของ “คิสซิงเจอร์” ล่วงหน้า หากมิใช่ไปในนามของรัฐบาล แต่ก็ไม่ตัดประเด็นที่จะรายงานผลการเยือนจีน และการพบปะกับผู้ถูกแซงก์ชั่นก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

เรื่องที่น่าสนใจที่สุดคือ โฆษกสำนักความมั่นคงมีความอิจฉาการที่ “คิสซิงเจอร์” ได้รับการต้อนรับสูงสุด สูงยิ่งกว่าระดับรัฐมนตรี ทั้งนี้ โดยกล่าวว่า “ประชาชนธรรมดาคนหนึ่งสามารถพบปะรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม แต่รัฐบาลสหรัฐกลับไม่มีโอกาสเช่นนี้ น่าเสียใจ” กรณีเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า การที่รัฐบาลจีนจัดให้ “คิสซิงเจอร์” พบกับ “หลี่ ซ่างฝู” นั้น เป็นการลบหลู่รัฐบาลสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม แม้ “คิสซิงเจอร์” เป็นอดีตนักการทูตที่มีความคิดอันเฉียบแหลม แต่ได้ห่างเหินจากเวทีการเมืองเป็นเวลานานมากแล้ว หลังจาก “โจ ไบเดน” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีก็ยังไม่เคยย่างก้าวเหยียบบาททำเนียบขาว กอปรกับย่างเข้าปัจฉิมวัยก็นานมากแล้วเช่นกัน

การที่ “คิสซิงเจอร์” จะมาเจรจาการเมือง เพื่อคลายความตึงเครียด จึงไม่อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ เพราะกาลเปลี่ยนไป สถานการณ์เปลี่ยนไป อำนาจบารมีก็เปลี่ยนไปด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9-11 กรกฎาคม 1971 ดร.เฮนรี คิสซิงเจอร์ ในฐานะที่ปรึกษาความมั่นคงของประธานาธิบดีนิกสัน ได้ไปเยือนจีนครั้งแรกซึ่งเป็นทริปที่ลับสุดยอด เพื่อวัตถุประสงค์ไปพบกับนายกรัฐมนตรีโจว เอินหลาย เพื่อผลักดันความสัมพันธ์ของสองประเทศไปสู่สภาพปกติ คือ เปลี่ยนจากศัตรูมาเป็นมิตร ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของโลก

แม้บัดนี้อายุ 100 ปี ก็ยังมีความห่วงใยปัญหาจีน-สหรัฐ คือ เจตนาอันแรงกล้าของนักการทูตอาวุโส ซึ่งเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ แม้การเจรจาหย่าศึก ยังยากแก่การเห็นผล แต่อย่างน้อยก็สะท้อนให้เห็นว่า

“ทุกข์ของจีน-สหรัฐก็คือทุกข์ของคิสซิงเจอร์”

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช