เดินหน้าชน : จีนไม่มาตามนัด
สำรวจชีพจรเศรษฐกิจวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ถึงความสำคัญของภาคท่องเที่ยว รับบทบาทนำในการฟื้นฟู
เพราะเหลียวไปดูเครื่องยนต์ตัวอื่นๆ ล้วนตกอยู่ในสภาพกระปลกกระเปลี้ย
ภาคส่งออก เคยเป็นพระเอกหมายเลขหนึ่ง กินสัดส่วน 70-75% ของจีดีพี สถานะปัจจุบันตั้งแต่เดือนตุลาคมปีก่อน จนล่าสุดเดือนมิถุนายนปีนี้ ตัวเลขติดลบต่อเนื่อง 9 เดือนรวด
ภาคการบริโภคภายในประเทศ ได้ยินแต่เสียงบ่นจากชาวบ้าน ค่าครองชีพพุ่งสูง รายได้ไม่พอรายจ่าย สภาพคล่องฝืดเฝือ
ภาคการบริโภคของรัฐ อยู่ในช่วงปลายปีงบประมาณ 2566 ภาวะการเมืองยังคงอยู่ในบรรยากาศอึมครึม ความไม่แน่นอนของการตั้งรัฐบาลกระทบไปถึงการจัดงบประมาณปี 2567 ย่อมมีผลต่อการใช้จ่ายภาครัฐ
ภาคการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน ต่อเนื่องจากสภาพการเมือง เมื่อการจัดตั้งรัฐบาลยังอยู่ในสายลม ยิ่งไม่รู้หน้าตานโยบายบริหารประเทศจะออกมาแบบไหน เมื่อวางแผนได้ยาก การลงทุนก็ชะงัก ชะลอตัว
ภาคท่องเที่ยวจึงกลายเป็นผู้เล่นหลักอย่างเป็นทางการ คาดหวังเข้ามาชดเชยการส่งออก
ที่สำคัญการท่องเที่ยว มีต้นทุนต่ำแต่สร้างรายได้เป็นกอบกำ
ตัวเลขพีคสุดในสิ้นปี 2562 ประเทศไทยมีเม็ดเงินหมุนเวียนจากการนี้รวม 3.01 ล้านล้านบาท มาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 39.7 ล้านคน ร่วม 2 ล้านล้านบาท ที่เหลือเป็นคนไทยเที่ยวกันเอง
นักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นลูกค้าอันดับหนึ่ง ก่อนจะถูกคั่นด้วยภาวะแพร่ระบาดโควิด-19
จนเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ฟ้าเปิดอีกครั้งสำหรับการเดินทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางเป้าหมายต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยปีนี้ไม่ต่ำกว่า 25 ล้านคน สร้างรายได้ 1.3-1.5 ล้านล้านบาท
เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนปักธงไว้ 7 แสนล้านบาท
ผ่านมาแล้ว 7 เดือน สถานการณ์จริงไม่เป็นไปตามคาดหวัง ต้องลดเป้าหมายลงมาเหลือ 5.3 ล้านคน ล่าสุด เข้าใจว่าลงมาอยู่ที่ 4.3 ล้านคนแล้ว
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวประเมินว่า เป็นผลจากนักท่องเที่ยวจีนเดินทางกับบริษัททัวร์มีจำนวนน้อยลง รวมไปถึงขั้นตอนยุ่งยากการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง (Visa)
แต่ด้านที่ไม่อาจมองข้ามก็คือ อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนต่ำกว่าที่คาด
ภาวะถดถอยของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่การลงทุนลดถึง 739% ในช่วงครึ่งแรกของปี
ตัวเลขทางการจีนเมื่อเดือนมิถุนายน ระบุว่าการจ้างงานคนในวัยหนุ่มสาวชะลอตัว อัตราการเตะฝุ่นของ
ผู้มีอายุ 16-24 ปี เพิ่มขึ้นถึงระดับ 21.3%
น่าสนใจก็คือ คนวัยทำงานชาวจีนมีแนวโน้ม “หมดไฟ” มากขึ้น จากการแข่งขันสูง งานหายาก ต้องทำงานหนักต่อเนื่อง
พวกเขาตัดสินใจลาออกจากงาน เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ลูกฟูลไทม์” กำลังเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่จีน กลับบ้านรับจ้างเป็นลูกดูแลพ่อแม่ ตั้งแต่ล้างจาน ถูบ้าน ทำครัว พาไปสถานที่ต่างๆ
บรรยากาศเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ค่าครองชีพเริ่มสูง รายได้อาจไม่ลดลงแต่ไม่ได้เพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือการประหยัด ชะลอการออกเดินทางท่องเที่ยว
นั่นเป็นปัจจัยภายนอกเหนือการควบคุม และไม่เป็นคุณกับท่องเที่ยวไทย
แต่ปัจจัยภายในของเรา ความไม่แน่นอนของการเมืองก็ไม่ได้สร้างปัจจัยเอื้อเท่าไร
อย่างที่ “อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์” เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ให้มุมมองการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้ากว่าที่ควร ส่งผลต่องบประมาณที่จะออกมาส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนในภาคการท่องเที่ยวชะลอ
ออกไป และส่งผลต่อเนื่องกับการกระตุ้นตลาดท่องเที่ยว โดยเฉพาะตลาดต่างชาติเที่ยวไทย หากไม่มีรัฐบาลที่มีอำนาจบริหารเต็ม ก็จะยังไม่เห็นงบประมาณเหล่านี้ออกมาสนับสนุน
นั่นเท่ากับตลาดจะเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ ตามมีตามเกิด
ไม่เป็นผลดีต่อช่วงไฮซีซั่น 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้
สัญญา รัตนสร้อย

