บทเพลง Hello Goodbye ไม่เพียงแต่จะสะท้อนให้เห็นสัจจะแห่งการลาจากและการพบ อันยืนยันถึงธรรมชาติแห่งการเปลี่ยนผ่านได้เป็นอย่างดี
ด้าน 1 มีการสวัสดี ด้าน 1 มีการกล่าวคำอำลา
หากไม่มีการพบ ก็ไม่มีการจาก ในความเป็นจริง สถานการณ์แห่งการพบนั่นเองคือสถานการณ์แห่งการจาก
“ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่มีการเลิกรา”
เหมือนกับเป็นบทสรุปจากความจัดเจนของท่าน “โกวเล้ง” อันสามารถถอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าโดย ว. ณ เมืองลุง ไม่ว่าโดย น.นพรัตน์
คล้ายกับจะสูดดม “ลม” อันผายมาจาก “ต่างประเทศ”
ไม่ใช่หรอก นี่คือ “สัจธรรม” นี่คือ “ความเป็นจริง” ซึ่งสะท้อนลักษณะอันเป็น “สมดุล” ยิ่งทั้งในทางธรรมชาติและในชีวิต
จึงมีคำว่า “หยิน” กับคำว่า “หยาง”
จึงมีการสรุปอย่างรวบรัดยิ่งจากการศึกษาตำราขบวนศึกและความเป็นจริงที่สะสมมาเป็นเวลาหลายร้อยปีเกิดเป็นทฤษฎีในทางความคิด
รู้ “เขา” รู้ “เรา” ร้อยศึกก็บ่พ่าย
ที่อังคาร กัลยาณพงศ์ คั้นกลั่นออกมาเป็นกวีนิพนธ์ว่า โลกนี้มิได้อยู่ด้วย มณี เดียวนา ทรายและสิ่งอื่นมี ส่วนสร้าง นั้น
คมชัด ถูกต้อง
การดำรงอยู่ของธรรมชาติมีลักษณะอันเป็น 2 ด้าน 2 สิ่งให้เกิดการเปรียบเทียบเสมอ ไม่ว่าการดำรงอยู่ของหยินกับหยาง
ไม่ว่าการดำรงอยู่ของชายกับหญิง
ไม่ว่าการดำรงอยู่ของมืดกับสว่าง
ไม่ว่าการดำรงอยู่ของกลางวันกับกลางคืน ไม่ว่าการดำรงอยู่ของดำกับขาว
หากไม่ขาว ดำก็ไม่โดดเด่น
การดำรงอยู่ของสรรพสิ่งเหมือนกับเป็นความขัดแย้ง เหมือนกับมิได้เป็นอย่างเดียวกัน แต่ภายในความแตกต่างนั้นเอง
ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบ
ท่านจึงว่าสรรพสิ่งดำรงอยู่อย่างเป็นเอกภาพแต่ก็ขัดแย้ง
ความเติบใหญ่ พัฒนาของโลกจึงเป็นการเติบใหญ่บนพื้นฐานแห่ง 1 เอกภาพ 1 ความขัดแย้ง สลับสับเปลี่ยนไปตามแต่ละกาละ ไปตามแต่ละเทศะ
เมื่อปีเก่า “อำลา” จากไป ปีใหม่ก็ “ย่างกราย” เข้ามา
เหมือนกับว่าการอำลาจากไปของ “สิ่งเก่า” จะนำความอาลัย อาวรณ์ ก่อให้
เกิดความถวิลหา แต่ภายในการจากไปของ
สิ่งนั้น ก็ปรากฏ “สิ่งใหม่” ค่อยๆ เข้ามาแทนที่
นี่คือ “สัจจะ” นี่คือ “ความเป็นจริง”
ไม่ว่าความเป็นจริงของแต่ละปี แต่ละเดือน แต่ละวัน ไม่ว่าความเป็นจริงอันเรียกว่า “จักรราศี” ไม่ว่าความเป็นจริงของ “ชีวิต”
ปี 2560 จึงเข้ามาแทนที่ปี 2559
เดือนมกราคมจึงเข้ามาแทนที่เดือนธันวาคม หากมองตามกฎแห่งธรรมชาติ นี่ย่อมเป็นวิถีอันเป็นปกติและธรรมดาอย่างยิ่ง
ทำไมสิ่งเหล่านี้จึงเหมือนกับว่า “ไม่เหมือนกัน”
ทั้งๆ ที่โดยพื้นฐานแล้วก็เสมอเป็นเพียงระยะเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ และเป็นระยะเวลาที่ดวงอาทิตย์หมุนรอบตัวเอง
มิได้มีอะไรเลย
วินาที นาที ชั่วโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี จึงเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์กำหนดและสมมุติขึ้นเพื่อสะดวกในการเรียกขาน
ราวกับว่าได้บังเกิด “ของใหม่” ราวกับว่า “ของเก่า” ได้หมดสิ้นไป
ในความเป็นจริง เรื่องของวันและเวลา เรื่องของการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงล้วนดำเนินไปตามสภาพและวิถีของมัน แต่ “ความหมาย” ล้วนมาจากการตีความโดย “คน”
คนต่างหากที่กำหนด และกำหนดตามความรู้สึกแห่งตน
ความหมายอันกำหนดขึ้นโดยคน ความหมายอันกำหนดขึ้นโดยสังคม มีวิถีดำเนินของมันไปอย่างไร
สิ่งเหล่านี้มีกำหนดมาจากคน มีกำเนิดมาจากสังคม อย่างแน่นอน ระยะกาล 1 มันมีบทบาท แต่อีกระยะกาล 1 มันก็แปรเปลี่ยนความหมายไปตามกระบวนการของคน
ความหมายกำหนดบทบาท ยิ่งกว่านั้น บทบาทก็กำหนดความหมาย

