ว่าด้วยอสุจิ โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

นายท็อดด์ ไวท์เฮิร์ท (คนที่ 3 จากซ้าย) กับลูกๆ

ความจริงเรื่องการตั้งครรภ์ของสตรีแบบผสมเทียม (artificial insemination) ของมนุษย์นั้นที่นำเอาอสุจิของฝ่ายชายเข้าไปผสมกับไข่ของฝ่ายหญิงโดยปราศจากการร่วมเพศนั้นได้เกิดขึ้นครั้งแรกในสกอตแลนด์ เมื่อ พ.ศ.2333 (หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาได้ 23 ปี) โดยหมอจอห์น ฮันเตอร์ ได้ทำการผสมเทียมมนุษย์สำเร็จเป็นครั้งแรกโดยนำเอาอสุจิของสามีของสตรีผู้มีอาชีพทำผ้าม่านมาผสมเทียมในภรรยาจนมีบุตรได้สำเร็จ

หลังจากนั้นใน พ.ศ.2427 หมอแอดดิสัน เดวิด ฮาร์ด ได้ทำการผสมเทียมจากอสุจิที่ได้มาจากการบริจาคจากนักศึกษาแพทย์ผู้ไม่ประสงค์จะออกนามมาผสมเทียมให้กับสตรีที่ต้องการจะมีบุตรแต่สามีเป็นหมันได้สำเร็จ ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทย์เจฟเฟอร์สัน เมืองฟิลาเดลเฟีย การใช้อสุจิของชายอื่นที่ไม่ใช่สามีของตนเพื่อการผสมเทียมนั้นมีมานานนักหนาแล้ว สำหรับคู่สามีภรรยาที่สามีเป็นหมันหรือสตรีโสดที่อยากมีบุตรแต่ไม่อยากมีสามี ซึ่งได้มีการตั้งธนาคารอสุจิแห่งแรกในโลกขึ้นที่มหาวิทยาลัยแห่งไอโอวาเมื่อ พ.ศ.2496 โดย ดร.เจโรม เค. เชอร์แมน ที่สามารถแช่แข็งอสุจิเพื่อเก็บรักษาให้มีชีวิตอยู่ได้นานๆ และสามารถละลายอสุจิที่แช่แข็งไว้ให้กลับฟื้นคืนชีพจนสามารถทำการผสมเทียมได้ ปัจจุบันนี้มีธนาคารอสุจิอยู่ทั่วโลกรวมทั้งที่เมืองไทยด้วยครับ

นับตั้งแต่ปีใหม่ พ.ศ.2559 มีข่าวเรื่องอสุจิกับการผสมเทียมที่น่าสนใจ 2 ราย เป็นชายผู้บริจาคอสุจิทั้งคู่ โดยคนหนึ่งอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และอยู่ที่ประเทศอังกฤษอีกคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อเอามาเปรียบเทียบกันแล้วทำให้เกิดจินตนาการไปได้ไกลดีเหลือเกิน

คนแรกเป็นชาวอเมริกันชื่อนายท็อดด์ ไวท์เฮิร์ท ใน พ.ศ.2541 เขาเป็นนักศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลับแสตนฟอร์ดในมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ไปบริจาคอสุจิที่ธนาคารอสุจิเป็นประจำเป็นเวลาร่วม 4 ปี เพื่อรับเงินค่าตอบแทนจากการบริจาคอสุจิครั้งละ 50 เหรียญอเมริกัน รวมการบริจาคอสุจิทั้งหมดประมาณ 400 ครั้ง

นายท็อดด์ตอนเรียนปริญญาโท
นายท็อดด์ตอนเรียนปริญญาโท

ครั้นใน พ.ศ.2558 นายท็อดด์ ไวท์เฮิร์ท อายุ 49 ปี เป็นวิศวกรของบริษัทกูเกิล ได้รับการติดต่อหนึ่งในเด็กหลายคนที่ถือกำเนิดจากการผสมเทียมโดยอสุจิของนายท็อดด์ ไวท์เฮิร์ท ได้ใช้เว็บไซต์มายสเปซ ติดตามตัวเขาจนพบ และนายไวท์เฮิร์ทได้พบกับเด็กสาวคนนั้น เธออายุได้ 17 ปีแล้ว และยังได้พบน้องชายอีก 2 คน วัย 12 กับ 15 ทั้งสามได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ที่ใช้บริการธนาคารอสุจิแห่งเดียวกันโดยใช้อสุจิของนายไวท์เฮิร์ท ปรากฏว่าทั้งหมดสามารถต่อกันติดในเวลาอันรวดเร็ว และยังติดต่อกันเรื่อยมา ขณะนี้นายไวท์เฮิร์ทได้พบลูกที่เกิดจากการผสมเทียมด้วยอสุจิที่เขาบริจาคแล้ว 8 คน จากจำนวนที่คาดว่าเขาอาจจะมีลูกจากการผสมเทียมนี้ถึง 22 คน (การผสมเทียมด้วยอสุจิที่ถูกแช่แข็งนี้มีโอกาสที่จะสำเร็จได้ประมาณร้อย 30 เท่านั้น) นายไวท์เฮิร์ทกล่าวว่า บรรดาเด็กๆ ที่เกิดจากการผสมเทียมของเขานั้นไม่เคยคาดหวังอะไรในตัวเขา เพียงแต่อยากรู้จักว่าเขาคือใครเท่านั้น ซึ่งเขาได้มีโอกาสได้พบปะเด็กๆ เหล่านี้ และมีการไปเที่ยวพักค้างแรมด้วยกันและถือว่านี่เป็นโบนัสของชีวิต เป็นสิ่งพิเศษสุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของเขาและเด็กๆ

สำหรับคนที่สองเป็นชายชาวอังกฤษอายุ 41 ปี ชื่อนายไซมอน วัตสัน ได้ทำธุรกิจขายอสุจิของเขาให้กับสตรีที่ต้องการมีบุตรจากการผสมเทียมในราคาหลอดละ 50 ปอนด์ ซึ่งได้ตกลงทำการซื้อขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยนัดพบกันตามสถานที่ที่กำหนด ส่วนใหญ่เป็นห้องในโรงแรมตามมอเตอร์เวย์ ซึ่งนายวัตสันจะนำหลอดบรรจุอสุจิไปทำการบรรจุอสุจิตามที่นัดหมาย (เป็นอสุจิสดๆ ไม่ใช่แช่แข็งนะครับ) โดยแสดงใบตรวจโรคจากนายแพทย์ยืนยันว่าเขาไม่มีโรคติดต่อร้ายแรงใดๆ ทั้งสิ้น

และการไปพบกับลูกค้าโดยตรงเพื่อแสดงให้เห็นว่านายวัตสันเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีและรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ

นายไซมอน วัตสันปัจจุบันนี้
นายไซมอน วัตสันปัจจุบันนี้

ครับ ! นายวัตสันเปิดเผยว่า เขาทำธุรกิจขายอสุจิของเขาทางอินเตอร์เน็ตมาเป็นเวลา 16 ปีแล้ว ซึ่งจากประมาณการถึงจำนวนเด็กที่เกิดจากอสุจิของเขานับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีเด็กทารกเกิดขึ้นจากอสุจิของเขาประมาณ 1 รายต่อสัปดาห์ ถ้านับรวมกันทั้งหมดแล้วไซมอนมีเด็กที่เกิดจากเชื้ออสุจิของตัวเองประมาณทั้งหมด 800 คน ไซมอนอ้างว่า โดยปกติแล้วลูกค้าหรือผู้ที่ซื้ออสุจิของเขาไปแล้วจะส่งข้อความหรือติดต่อกลับมาในทุกๆ 1 หรือ 2 สัปดาห์ ว่าพวกเขาสามารถมีลูกได้แล้ว เด็กส่วนใหญ่ที่เกิดจากอสุจิของเขามีอยู่ทั่วไปทั้งในยุโรปและเอเชีย เนื่องจากการทำการผสมเทียมอย่างเป็นทางการผ่านทางธนาคารอสุจิหรือโรงพยาบาลเอกชนนั้น มีราคาแพงมากเฉลี่ยประมาณ 1,000 ปอนด์ต่อการผสมเทียม 1 ครั้ง จึงทำให้นายวัตสันสามารถใช้การขายอสุจินี้เลี้ยงครอบครัวที่มีภรรยา 1 คน และบุตร 3 คน ได้อย่างสบาย

และเขาก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องอาชีพของเขาแต่อย่างไร ดูออกจะภูมิใจเสียด้วยซ้ำไป เพราะเขากล่าวว่าเขาอยากจะสร้างสถิติมีลูกสัก 1,000 คน จากอาชีพการขายอสุจิแบบนี้

บทความก่อนหน้านี้(ตอนที่ 2) หลักนิติธรรม บทบาทและอำนาจหน้าที่ขององค์กรอัยการ ภายใต้ร่าง รธน.ฯโดย อรรถพล ใหญ่สว่าง
บทความถัดไป‘โด้’รับไม่เคยคุยกับ‘กิ๊กส์-สโคลส์’ก็คว้าแชมป์ได้