มนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่สามารถสร้างและเชื่อเรื่องสมมุติได้โดยที่เมื่อคนจำนวนมากเชื่อเรื่องสมมุติเดียวกันก็จะพาเชื่อฟังและทำตามกฎเกณฑ์และค่านิยมแบบเดียวกัน อาทิ ศาสนา ประเทศชาติ เงินตรา เรื่องของวัน เดือน ปี ฤดูและศตวรรษนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสมมุติทั้งสิ้น
สำหรับเรื่อง “เรือเดินสมุทรที่ปรากฏตัวอยู่ในระหว่าง 2 วัน 2 เดือน 2 ปี 2 ฤดูและ 2 ศตวรรษในเวลาเดียวกัน” ที่จะบรรยายต่อไปนั้นจำต้องอ้างอิงถึงกฎเกณฑ์และค่านิยมที่คนเป็นจำนวนมากในโลกยอมรับและเชื่อฟังในเรื่องของวัน เดือน ปี ฤดูและศตวรรษซึ่งพวกเราทุกคนต่างก็เรียนรู้มาแล้วจากโรงเรียนทั้งสิ้นในเรื่องพิกัดภูมิศาสตร์ คือสิ่งที่บอกให้เราทราบถึงตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ บนผิวโลก โดยยึดตามระบบพิกัดทรงกลม โดยให้หนึ่งวงกลมมีมุม 360 องศา เป็นพื้นฐานในการหาตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ บนผิวโลกนั่นเอง พิกัดภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน ประกอบด้วยเส้นสมมุติ 2 ประเภท คือ เส้นละติจูด (Latitude) และเส้นลองจิจูด (Longitude) กล่าวคือ
เส้นละติจูด หรือเส้นรุ้ง ประกอบด้วยเส้นศูนย์สูตร (Equator) ที่เป็นเส้นสมมุติในแนวระนาบที่ตัดผ่านศูนย์กลางของโลกพร้อมทั้งตั้งฉากไปกับแกนหมุน มีค่าเท่ากับ 0 องศา เป็นเส้นขนาน เวียนเป็นวงกลมรอบโลก แบ่งโลกเป็น 2 ส่วน คือส่วนเหนือกับส่วนใต้ โดยมีเส้นสมมุติที่เป็นเส้นละติจูดขนานกันเวียนเป็นวงกลมรอบโลกอีกจำนวน 180 เส้น ซึ่งระบุว่าตำแหน่งนั้นอยู่ตรงจุดที่ทำมุมเท่าไรกับเส้นศูนย์สูตร โดยขั้วโลกแต่ละขั้วจะมีค่าละติจูดเป็น 90 องศา เช่น ขั้วโลกเหนือมีละติจูด 90 องศาเหนือ ที่เส้นศูนย์สูตรไปจนถึง 90 องศาที่บริเวณขั้วโลก (เป็น 90 องศาเหนือหรือใต้ วัดเป็นมุมจากเส้นศูนย์สูตรที่จนถึงแนวดิ่งที่ขั้วโลกเหนือ หรือลงไปจนดิ่งที่ขั้วโลกใต้) พื้นที่ที่มีพิกัดละติจูดต่างกัน จะมีสภาพภูมิอากาศ (Climate) และกาลอากาศ (weather) ต่างกัน มีค่าสูงสุด 90 องศา พิกัดที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลกของเส้นละติจูด แบ่งเป็นเขตร้อน เขตอบอุ่น เขตหนาว ซึ่งมีฤดูกาลแตกต่างกันออกไป
เส้นลองจิจูด หรือเส้นแวง เป็นพิกัดที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลก โดยวัดไปทางตะวันออก หรือตะวันตกจากเส้นสมมุติในแนวเหนือใต้ที่เรียกว่า เส้นไพรม์เมอริเดียน (Prime Meridian) ลองจิจูดมีหน่วยเป็นองศา นับจาก 0 องศาที่เส้นไพรม์เมอริเดียนไปทางตะวันออก +180 องศา และไปทางตะวันตก -180 องศา เส้นลองจิจูดแตกต่างจากละติจูดตรงที่เส้นละติจูดมีเส้นศูนย์สูตรเป็นเส้นอ้างอิงตามธรรมชาติ แต่ลองติจูดไม่มี จึงต้องกำหนดเส้นสมมุติขึ้นมาอีกเส้นหนึ่งสำหรับอ้างอิง ในการประชุมเมอริเดียนนานาชาติ เมื่อ พ.ศ.2427 จึงได้กำหนดให้เส้นเวลาที่หอดูดาวหลวงกรีนิช ใกล้ๆ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเส้นไพรม์มอริเดียน และเป็นเส้นลองจิจูด 0 องศา โดยเส้นลองจิจูดโดยเส้นเมริเดียนมีทั้งสิ้นรวม 360 เส้น นอกจากนี้ เส้นลองจิจูดยังเป็นหลักในการบอกเวลามาตรฐานด้วย โดยมีเส้นแบ่งเขตวันสากล (International Date Line: IDL) เป็นเส้นสมมุติที่ลากในแนวเหนือ–ใต้บนพื้นผิวของโลก ผ่านใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งกำหนดสถานที่ซึ่งวันตามปฏิทินเริ่มต้น เส้นดังกล่าวอยู่ที่ประมาณลองจิจูด 180 องศา ตรงข้ามกับเส้นเมริเดียนแรก แต่ลากอ้อมบางดินแดนและกลุ่มเกาะบางกลุ่ม ดังนั้นเวลาทางตะวันออกของเส้นแบ่งเขตวันสากลช้ากว่าทางตะวันตกอยู่ 1 วัน เมื่อข้ามเส้นดังกล่าวไปทางตะวันออกจึงต้องหักวันออกหนึ่งวัน และเมื่อข้ามเส้นดังกล่าวไปทางตะวันตกต้องเพิ่มวันเข้าหนึ่งวัน
ครับ! มันเป็นเรื่องสมมุติทั้งนั้น แต่เมื่อเรื่องที่คนเป็นจำนวนมากในโลกยอมรับและเชื่อฟังในเรื่องของวัน เดือน ปี ฤดูและศตวรรษตามเกณฑ์ของเส้นสมมุติ คือเส้นละติจูดกับเส้นลองจิจูดซึ่งพวกเราทุกคนต่างก็เรียนรู้มาแล้วจากโรงเรียนทั้งสิ้นมันจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่มีเรือโดยสารเดินสมุทรลำหนึ่งที่ปรากฏตัวอยู่ในระหว่าง 2 วัน 2 เดือน 2 ปี 2 ฤดูและ 2 ศตวรรษในเวลาเดียวกัน โดยมีประจักษ์พยานคือ มาร์ก ทเวน (Mark Twain) ผู้เป็นนักเขียน นักบรรยาย นักหนังสือพิมพ์ และยังเป็นคนขับเรือกลไอน้ำ นักขุดทองอีกด้วย ผลงานของเขาที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกก็คือ นิยายเรื่อง “ทอม ซอว์เยอร์ ผจญภัย (The Adventures of Tom Sawyer)” และ “ฮัคเคิลเบอรี่ ฟินน์ ผจญภัย (The Adventures of Huckleberry Finn)” ในช่วงสูงสุดของชีวิตเขานั้น เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในยุคต้นศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว
เรื่องของเรื่องคือ เรือโดยสารสัญชาติออสเตรเลียชื่อวอร์ริมู (SS Warrimoo) ได้ออกเดินทางจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาเพื่อไปยังเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งต้องใช้มหาสมุทรแปซิฟิกอันมีเส้นศูนย์สูตรตัดผ่านเส้นแบ่งเขตวันสากลคือเส้นลองจิจูด 180 องศา ขณะแล่นเรืออยู่ในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2442 (ค.ศ.1899) ซึ่งกัปตันเรือชื่อ จอห์น ฟิลลิป ถือโอกาสที่ไม่สามารถทำซ้ำได้อีกเป็นเวลาร้อยปี ด้วยการปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยพร้อมกับปรับความเร็วให้พอเหมาะเพื่อนำเรือไปจอดคร่อมเส้นศูนย์สูตรตรงจุดตัดกับเส้นเขตวันสากลพอดี ด้วยสภาพอากาศที่สงบและคืนที่ปลอดโปร่งจึงเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่ประหลาดล้ำคือ
1) ส่วนหัวเรือของเรือโดยสารวอร์ริมู อยู่ในซีกโลกใต้ และอยู่ในช่วงกลางฤดูร้อน
2) ส่วนท้ายเรือของเรือโดยสารวอร์ริมู อยู่ในซีกโลกเหนือ และเป็นช่วงกลางฤดูหนาว
3) วันที่ในส่วนท้ายเรือคือวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.1899 อันเป็นวันสุดท้ายของปีและวันสุดท้ายของศตวรรษที่ 19
4) วันที่ในส่วนหัวเรือคือวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1900 อันเป็นวันขึ้นปีใหม่และวันแรกของศตวรรษที่ 20
เรือโดยสารวอร์ริมูลำนี้ ไม่เพียงแต่อยู่ในสองวันที่ต่างกัน ยังแตกต่างกันในสองเดือน, สองปี, สองฤดูกาล และในสองศตวรรษ ซึ่งความแตกต่างทั้งหมดเหล่านี้อยู่ในเวลาเดียวกัน แต่มาร์ก ทเวนไม่ค่อยประทับใจเท่าไร เนื่องจากตอนนั้นมาร์ก ทเวนกำลังล้มละลาย ต้องเดินทางไปบรรยายทั่วโลกเพื่อหาเงินใช้หนี้ที่รุงรัง จึงบรรยายปรากฏการณ์นี้ในฐานะนักหนังสือพิมพ์ที่เข้าใจในเรื่องสมมุติที่มนุษย์สร้างขึ้นและมนุษย์ก็เชื่อเรื่องสมมุตินั้นจริงๆ จังๆ เสียด้วย
โกวิท วงศ์สุรว้ฒน์

