หน้าแรก คอลัมนิสต์ เรือเดินสมุทร...

เรือเดินสมุทรที่ปรากฏตัวอยู่ในระหว่าง2วัน 2เดือน 2 ปี 2 ฤดู และ 2ศตวรรษในเวลาเดียวกัน

23.08.23 | 14:29 น.

มนุษย์เป็นสิ่งที่มีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่สามารถสร้างและเชื่อเรื่องสมมุติได้โดยที่เมื่อคนจำนวนมากเชื่อเรื่องสมมุติเดียวกันก็จะพาเชื่อฟังและทำตามกฎเกณฑ์และค่านิยมแบบเดียวกัน อาทิ ศาสนา ประเทศชาติ เงินตรา เรื่องของวัน เดือน ปี ฤดูและศตวรรษนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องสมมุติทั้งสิ้น

สำหรับเรื่องเรือเดินสมุทรที่ปรากฏตัวอยู่ในระหว่าง 2 วัน 2 เดือน 2 ปี 2 ฤดูและ 2 ศตวรรษในเวลาเดียวกันที่จะบรรยายต่อไปนั้นจำต้องอ้างอิงถึงกฎเกณฑ์และค่านิยมที่คนเป็นจำนวนมากในโลกยอมรับและเชื่อฟังในเรื่องของวัน เดือน ปี ฤดูและศตวรรษซึ่งพวกเราทุกคนต่างก็เรียนรู้มาแล้วจากโรงเรียนทั้งสิ้นในเรื่องพิกัดภูมิศาสตร์ คือสิ่งที่บอกให้เราทราบถึงตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ บนผิวโลก โดยยึดตามระบบพิกัดทรงกลม โดยให้หนึ่งวงกลมมีมุม 360 องศา เป็นพื้นฐานในการหาตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ บนผิวโลกนั่นเอง พิกัดภูมิศาสตร์ในปัจจุบัน ประกอบด้วยเส้นสมมุติ 2 ประเภท คือ เส้นละติจูด (Latitude) และเส้นลองจิจูด (Longitude) กล่าวคือ

เส้นละติจูด หรือเส้นรุ้ง ประกอบด้วยเส้นศูนย์สูตร (Equator) ที่เป็นเส้นสมมุติในแนวระนาบที่ตัดผ่านศูนย์กลางของโลกพร้อมทั้งตั้งฉากไปกับแกนหมุน มีค่าเท่ากับ 0 องศา เป็นเส้นขนาน เวียนเป็นวงกลมรอบโลก แบ่งโลกเป็น 2 ส่วน คือส่วนเหนือกับส่วนใต้ โดยมีเส้นสมมุติที่เป็นเส้นละติจูดขนานกันเวียนเป็นวงกลมรอบโลกอีกจำนวน 180 เส้น ซึ่งระบุว่าตำแหน่งนั้นอยู่ตรงจุดที่ทำมุมเท่าไรกับเส้นศูนย์สูตร โดยขั้วโลกแต่ละขั้วจะมีค่าละติจูดเป็น 90 องศา เช่น ขั้วโลกเหนือมีละติจูด 90 องศาเหนือ ที่เส้นศูนย์สูตรไปจนถึง 90 องศาที่บริเวณขั้วโลก (เป็น 90 องศาเหนือหรือใต้ วัดเป็นมุมจากเส้นศูนย์สูตรที่จนถึงแนวดิ่งที่ขั้วโลกเหนือ หรือลงไปจนดิ่งที่ขั้วโลกใต้) พื้นที่ที่มีพิกัดละติจูดต่างกัน จะมีสภาพภูมิอากาศ (Climate) และกาลอากาศ (weather) ต่างกัน มีค่าสูงสุด 90 องศา พิกัดที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลกของเส้นละติจูด แบ่งเป็นเขตร้อน เขตอบอุ่น เขตหนาว ซึ่งมีฤดูกาลแตกต่างกันออกไป

เส้นลองจิจูด หรือเส้นแวง เป็นพิกัดที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นโลก โดยวัดไปทางตะวันออก หรือตะวันตกจากเส้นสมมุติในแนวเหนือใต้ที่เรียกว่า เส้นไพรม์เมอริเดียน (Prime Meridian) ลองจิจูดมีหน่วยเป็นองศา นับจาก 0 องศาที่เส้นไพรม์เมอริเดียนไปทางตะวันออก +180 องศา และไปทางตะวันตก -180 องศา เส้นลองจิจูดแตกต่างจากละติจูดตรงที่เส้นละติจูดมีเส้นศูนย์สูตรเป็นเส้นอ้างอิงตามธรรมชาติ แต่ลองติจูดไม่มี จึงต้องกำหนดเส้นสมมุติขึ้นมาอีกเส้นหนึ่งสำหรับอ้างอิง ในการประชุมเมอริเดียนนานาชาติ เมื่อ พ..2427 จึงได้กำหนดให้เส้นเวลาที่หอดูดาวหลวงกรีนิช ใกล้ๆ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นเส้นไพรม์มอริเดียน และเป็นเส้นลองจิจูด 0 องศา โดยเส้นลองจิจูดโดยเส้นเมริเดียนมีทั้งสิ้นรวม 360 เส้น นอกจากนี้ เส้นลองจิจูดยังเป็นหลักในการบอกเวลามาตรฐานด้วย โดยมีเส้นแบ่งเขตวันสากล (International Date Line: IDL) เป็นเส้นสมมุติที่ลากในแนวเหนือใต้บนพื้นผิวของโลก ผ่านใจกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งกำหนดสถานที่ซึ่งวันตามปฏิทินเริ่มต้น เส้นดังกล่าวอยู่ที่ประมาณลองจิจูด 180 องศา ตรงข้ามกับเส้นเมริเดียนแรก แต่ลากอ้อมบางดินแดนและกลุ่มเกาะบางกลุ่ม ดังนั้นเวลาทางตะวันออกของเส้นแบ่งเขตวันสากลช้ากว่าทางตะวันตกอยู่ 1 วัน เมื่อข้ามเส้นดังกล่าวไปทางตะวันออกจึงต้องหักวันออกหนึ่งวัน และเมื่อข้ามเส้นดังกล่าวไปทางตะวันตกต้องเพิ่มวันเข้าหนึ่งวัน

ครับ! มันเป็นเรื่องสมมุติทั้งนั้น แต่เมื่อเรื่องที่คนเป็นจำนวนมากในโลกยอมรับและเชื่อฟังในเรื่องของวัน เดือน ปี ฤดูและศตวรรษตามเกณฑ์ของเส้นสมมุติ คือเส้นละติจูดกับเส้นลองจิจูดซึ่งพวกเราทุกคนต่างก็เรียนรู้มาแล้วจากโรงเรียนทั้งสิ้นมันจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่มีเรือโดยสารเดินสมุทรลำหนึ่งที่ปรากฏตัวอยู่ในระหว่าง 2 วัน 2 เดือน 2 ปี 2 ฤดูและ 2 ศตวรรษในเวลาเดียวกัน โดยมีประจักษ์พยานคือ มาร์ก ทเวน (Mark Twain) ผู้เป็นนักเขียน นักบรรยาย นักหนังสือพิมพ์ และยังเป็นคนขับเรือกลไอน้ำ นักขุดทองอีกด้วย ผลงานของเขาที่เป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกก็คือ นิยายเรื่องทอม ซอว์เยอร์ ผจญภัย (The Adventures of Tom Sawyer)” และฮัคเคิลเบอรี่ ฟินน์ ผจญภัย (The Adventures of Huckleberry Finn)” ในช่วงสูงสุดของชีวิตเขานั้น เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในยุคต้นศตวรรษที่ 20 เลยทีเดียว

Advertisement

เรื่องของเรื่องคือ เรือโดยสารสัญชาติออสเตรเลียชื่อวอร์ริมู (SS Warrimoo) ได้ออกเดินทางจากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาเพื่อไปยังเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งต้องใช้มหาสมุทรแปซิฟิกอันมีเส้นศูนย์สูตรตัดผ่านเส้นแบ่งเขตวันสากลคือเส้นลองจิจูด 180 องศา ขณะแล่นเรืออยู่ในวันที่ 31 ธันวาคม พ..2442 (..1899) ซึ่งกัปตันเรือชื่อ จอห์น ฟิลลิป ถือโอกาสที่ไม่สามารถทำซ้ำได้อีกเป็นเวลาร้อยปี ด้วยการปรับเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อยพร้อมกับปรับความเร็วให้พอเหมาะเพื่อนำเรือไปจอดคร่อมเส้นศูนย์สูตรตรงจุดตัดกับเส้นเขตวันสากลพอดี ด้วยสภาพอากาศที่สงบและคืนที่ปลอดโปร่งจึงเกิดเป็นปรากฏการณ์ที่ประหลาดล้ำคือ

1) ส่วนหัวเรือของเรือโดยสารวอร์ริมู อยู่ในซีกโลกใต้ และอยู่ในช่วงกลางฤดูร้อน

2) ส่วนท้ายเรือของเรือโดยสารวอร์ริมู อยู่ในซีกโลกเหนือ และเป็นช่วงกลางฤดูหนาว

3) วันที่ในส่วนท้ายเรือคือวันที่ 31 ธันวาคม ค..1899 อันเป็นวันสุดท้ายของปีและวันสุดท้ายของศตวรรษที่ 19

4) วันที่ในส่วนหัวเรือคือวันที่ 1 มกราคม ค..1900 อันเป็นวันขึ้นปีใหม่และวันแรกของศตวรรษที่ 20

เรือโดยสารวอร์ริมูลำนี้ ไม่เพียงแต่อยู่ในสองวันที่ต่างกัน ยังแตกต่างกันในสองเดือน, สองปี, สองฤดูกาล และในสองศตวรรษ ซึ่งความแตกต่างทั้งหมดเหล่านี้อยู่ในเวลาเดียวกัน แต่มาร์ก ทเวนไม่ค่อยประทับใจเท่าไร เนื่องจากตอนนั้นมาร์ก ทเวนกำลังล้มละลาย ต้องเดินทางไปบรรยายทั่วโลกเพื่อหาเงินใช้หนี้ที่รุงรัง จึงบรรยายปรากฏการณ์นี้ในฐานะนักหนังสือพิมพ์ที่เข้าใจในเรื่องสมมุติที่มนุษย์สร้างขึ้นและมนุษย์ก็เชื่อเรื่องสมมุตินั้นจริงๆ จังๆ เสียด้วย

โกวิท วงศ์สุรว้ฒน์