หน้าแรก คอลัมนิสต์ แนวโน้ม การเม...

แนวโน้ม การเมือง การเมือง เรื่อง ‘เลือกตั้ง’ ก่อตัวเป็น กระแส

3.01.17 | 12:35 น.

ทันทีที่ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ระบุว่า “การเลือกตั้ง” อาจต้องเลื่อนจากปี 2560 ไป หากไม่ต้นปีก็กลางปี 2561

อาการ “คราง” ดังฮือก็มาจาก “นักการเมือง”

ไม่ว่าจะเป็น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็น นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล จากพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็น นายภูมิธรรม เวชยชัย จากพรรคเพื่อไทย

เป็น “เอกภาพ” ไปใน “แนว” เดียวกัน

สะท้อนให้เห็นว่า ได้เกิด “มุมมอง” อันแตกต่างกันเป็นอย่างมากในทางการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อ “การเลือกตั้ง”

Advertisement

เสียงจากทางด้าน “สนช.” ไปในแบบ 1

เสียงจากทางด้าน “พรรคการเมือง” และ “นักการเมือง” ไปในแบบ 1 ซึ่งสวนทางกันอย่างชนิดดำกับขาว มืดกับสว่าง “เสียง” เหล่านี้สะท้อนอะไรในทาง “การเมือง”

เด่นชัดว่า ทางด้านพรรคการเมือง ทางด้านนักการเมิองต้องการ “การเลิอกตั้ง” ขณะที่ทางด้าน สนช.อันเป็นส่วนหนึ่งของ“แม่น้ำ 5 สาย” ไม่แน่

ไม่แน่ว่าจะยินดีนักกับ “การเลือกตั้ง”

ต้องยอมรับว่า มีแนวความคิดต้องการให้ “คสช.” รักษาอำนาจอันได้มาจากรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ต่อไปให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะยาวนานได้

เป็นเสียงมาจาก 1 ฝ่ายที่เห็นด้วยกับ “รัฐประหาร”

เป็นเสียงมาจาก 1 พวกที่เคยเห็นด้วยกับคำขวัญ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” เพียงแต่ระยะเวลาในการปฏิรูปมิได้กำหนดไว้อย่างแน่นอนเท่านั้น

เป็นเสียงมาจากพวกที่ได้ประโยชน์จาก “รัฐประหาร”

โดยเฉพาะในส่วนที่เป็น 1 ใน “แม่น้ำ 5 สาย” ไม่ว่าจะเคยเป็น สปช. ไม่ว่าจะเป็น สปท. ไม่ว่าจะเป็น สนช.

อย่างที่ชาวบ้านเรียกว่า “ไอ้ห้อย ไอ้โหน”

คนพวกนี้เสพเสวยผลประโยชน์จากสถานการณ์ “รัฐประหาร จำนวนไม่น้อยอยู่ในประเภท “ลากตั้ง” ตั้งแต่รัฐประหารเดือนกันยายน 2549 และต่อเนื่องยาวนานข้ามปีมายังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557

“การเลือกตั้ง ทำให้คนพวกนี้ “สูญเสีย”

ตรงกันข้าม กับกลุ่ม “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” อันมากับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 กลุ่มพรรคการเมือง กลุ่มนักการเมือง กลับต้องการ “การเลือกตั้ง”

“รัฐประหาร ทำให้นักการเมืองสูญเสีย “ฐานะ”

จึงมีแต่ “การเลือกตั้ง” เท่านั้นจึงจะทำให้พรรคการเมืองได้แสดงบทบาท จึงจะทำให้นักการเมืองมี “โอกาส”

นักการเมืองจึงถวิลหา “การเลือกตั้ง”

เป็นไปได้ว่า ในห้วงการลงประชามติจะรับหรือไม่รับ “ร่างรัฐธรรมนูญ” จะมีฝ่ายที่ต้องการให้มี “การเลือกตั้ง” ลงคะแนนให้ผ่านเป็นจำนวนไม่น้อย

กระทั่ง ภายในพรรคเพื่อไทยก็มีบางส่วนที่ต้องการ “การเลือกตั้ง”

ทำให้กระแสเรียกร้องให้ คสช.เดินตาม “โรดแมป” ดังอึงคะนึง และจะดังหนาหูมากเป็นทบเท่าทวีคูณนับแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป

กระแส “เลือกตั้ง” จึงมาพร้อมกับกระแส “ปลดล็อก” พรรคการเมือง

ไม่ว่า กรธ. ไม่ว่า สนช.จึงถูกจับตา เฝ้ามองและติดตาม ด้วยบรรดาตาสับปะรดอย่างมากเป็นพิเศษ ใครที่เผลอพูดออกมาแบบ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย จะกลายเป็นหมู่บ้าน “กระสุนตก” ไปโดยอัตโนมัติ

“โรดแมป” จึงแทบจะได้รับการสถาปนาให้อยู่ในที่อันสูงส่ง ต้องรักษาอย่างแน่วแน่ มั่นคง

ก็บอกแล้วว่าปี 2560 มาพร้อมกับ “โรดแมป” ขณะเดียวกัน “โรดแมป” ก็คือ ความหวังทางการเมือง

ไม่ว่าจะมีการมองว่า “ตัวแปร” จะปรากฏขึ้นตลอด 2 รายทาง ไม่ว่าจะมีการมองว่า “ตัวแปร” สามารถเนรมิตขึ้นมาได้

แต่ “ตัวแปร” แต่ละ “ตัวแปร” ล้วนถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด

การเลือกตั้งจึงเป็น “ความหวัง” เหมือนกับที่รู้สึกกับ “โรดแมป”