ปัญหาอยู่ตรงนี้
เวที Talks for Thailand รัฐ ลวง ลึก ที่เครือมติชนจัดขึ้น ณ โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาจบไปแล้ว
งานนี้ต้องการระดมมุมมองจากวิทยากรชั้นนำ สะท้อนภาพของปัญหาต่างๆ แบบเจาะลึก
นำเสนอปัญหาเครียดๆ ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้ฟังจดจ่อและรับฟังปัญหาต่างๆ ตลอดงาน
ขอขอบคุณวิทยากรผู้ทรงเกียรติ ทั้ง อาจารย์ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายกอ๋า-พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา รศ.ดร.นันทนา นันทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ศ.กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ
ขอบคุณทุกท่านที่นำเสนอเนื้อหาสะท้อนปัญหาต่างๆ ออกมาอย่างเห็นภาพ
เป็นภาพที่รัฐบาลควรนำไปแก้ไข
ยิ่งเป็นรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่
ยิ่งสามารถสร้างความหวังในการแก้ปัญหาให้ประชาชนได้
เนื้อหาภายในงานอัดแน่นจนอยากให้ทุกคนหาเวลาไปฟัง แล้วช่วยกันคิดว่าสาเหตุของปัญหาคืออะไร และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร
เชื่อว่าหลายคนเมื่อฟังแล้วจะมีจินตนาการเชื่อมต่อระหว่างปัญหาต้นตอปัญหา และทางแก้ปัญหา
อย่างน้อยที่สุดหลายคนน่าจะเห็นพ้องว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำ มีปัญหาความยุติธรรม มีปัญหาการประเมินทิศทางความมั่นคงรวมไปถึงปัญหาการกระจุกไม่กระจายอำนาจ
สำหรับอาจารย์ธงทองแล้ว มองความยุติธรรมเป็นปัจจัยที่ 5 ของชีวิต
อาจารย์อธิบายแจกแจงปัญหาความยุติธรรมมีตั้งแต่ตัวบทกฎหมาย กระบวนการบังคับใช้กฎหมาย และบุคลากรที่มีบทบาทให้ฟัง
นอกจากนี้ยังมองไปถึงองค์กรอิสระที่ถูกมองว่าเป็นอิสระจากความยุติธรรมกันหรือเปล่า
ด้านอาจารย์สุรชาติ ชวนให้มองเห็นสิ่งที่ไทยกำลังเผชิญหน้า
1.ความขัดแย้งชุดใหม่ 2.การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย 3.การเปลี่ยนผ่านนี้มีความเปราะบาง 4.เรากำลังจะเห็นการเมืองแบบเปิดหรือไม่ 5.ถ้ากลุ่มปีกขวา ตัดสินใจยกเลิกจินตนาการ และยอมทิ้งวาทกรรมและชุดความคิดเรื่องรัฐประหาร เราจะเกิดนักการเมืองปีกขวา
6.บทบาทของกลุ่มจารีต 7.กลุ่มจารีตมีโอกาสสะวิง กลายเป็นประชานิยม 8.ถ้าการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น พรรคที่ชนะ จัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นรูปแบบรัฐบาลผสม เช่นเดียวกับการเมืองโลกที่การเมืองไม่ได้เป็นของพรรคที่ชนะขาด
และผลกระทบจากปัจจัยภายนอก จะมีมากขึ้นในอนาคต
ขณะที่นายกพงษ์ศักดิ์ช่วยชี้ทางแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น
เพียงแต่จวบจนถึงขณะนี้ ประเทศไทยยังไม่ยอมกระจายอำนาจเต็มที่หนทางออก ที่นำเสนอจึงมีแต่ตีบตัน
เฉกเช่นเดียวกับ อาจารย์ษัษฐรัมย์ ที่เห็นว่ารัฐมองแต่ “ตัวเลข” จนมองไม่เห็น “ชีวิต”
น่าสังเกตว่า ทั้งนายกพงษ์ศักดิ์ และอาจารย์ษัษฐรัมย์ ต่างเห็นพ้องว่ารัฐไม่ไว้ใจประชาชน
รัฐมักอ้างว่าประชาชนยังไม่พร้อม อ้างว่าท้องถิ่นยังไม่พร้อม
พอไล่เรียงปัญหาต่างๆ มาถึงจุดนี้ พอมองเห็นภาพแล้วว่าต้นตอของปัญหามาจากรัฐ หรือประชาชน
แล้วถ้าย้อนกลับไปฟังอาจารย์นันทนาและอาจารย์สุขุม ที่โชว์ลีลาบนเวทีแล้วจะพบว่า ต้นตอของปัญหานั้นเกิดขึ้นที่การเมือง
เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่กุมอำนาจ ทำให้รัฐธรรมนูญมีปัญหา และสร้างปัญหาอื่นๆ ตามมา
อาจารย์ศิโรตม์ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นวิทยากรที่ขึ้นเวทีคนแรก ได้เจาะลึกปัญหาการเมืองอย่างตรงไปตรงมา
เนื้อหาที่นำเสนอน่าจะเป็นคำตอบของคำถาม
โดยเฉพาะการหยิบยกเนื้อหาในภาพยนตร์ เรื่อง “แมนสรวง” ที่กำลังออกฉายมาเล่าให้ฟัง
เป็นข้อสรุปที่ทำให้มองเห็นว่าสาเหตุต่างๆ นั้นมาจากการเมือง
การเมืองที่เข้าถืออำนาจของรัฐ
มีโอกาสตัดสินใจว่าจะควบคุมอำนาจไว้เอง หรือกระจายอำนาจออกไป
การเมืองจึงเป็นทั้งตัวปัญหา และคลี่คลายปัญหาของประเทศและประชาชน
เพียงแต่การเมืองไทยที่ผ่านมานั้นมีปัญหา และติดหล่มกันมานาน จึงทำให้ปัญหาอื่นๆ ติดหล่มตามไปกันหมด
ดังนั้น ในจังหวะที่ประเทศไทยได้นายกฯคนใหม่ และกำลังมีรัฐบาลชุดใหม่
ทุกภาคส่วนหวังว่าการเมืองไทยจะพ้นจากหล่มเสียที
การเมืองน่าจะเปลี่ยนจาก “ตัวปัญหา” ไปเป็น “ตัวช่วย” ในการแก้ปัญหา
ทั้งหมดเป็นเพียงจินตนาการหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังฟังเวที Talks for Thailand ในครั้งนี้
ผู้ฟังท่านอื่นๆ อาจมองเห็นเหตุแห่งปัญหาและหนทางแก้ไขที่ต่างออกไป
เชื่อว่าทุกคนที่ได้รับฟังเนื้อหา ต่างมีจินต2นาการ
มองเห็นปัญหา เห็นต้นตอ และมีไอเดียแก้ไข
เช่นเดียวกับรัฐบาล หากมีโอกาสได้ฟังก็คงมีไอเดียจัดการกับปัญหาเหล่านั้นเหมือนกัน

