สถานีคิดเลขที่ 12 : แสนแรงกดดัน-แสนแรงผลักดัน
แสนกว่ารายชื่อของผู้คนในสังคมไทยที่ร่วมลงนามสนับสนุนแคมเปญ #conforall โดยเครือข่ายภาคประชาชน ซึ่งมีไอลอว์เป็นแกนกลางประสานงาน นั้นน่าสนใจ
น่าสนใจเพราะเนื้อหาของแคมเปญดังกล่าวได้เสนอให้ ครม.ชุดใหม่ จัดทำประชามติสอบถามประชาชนว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน”
นี่เป็นแนวโน้มการเมืองอีกสายหนึ่งที่โลดแล่นไปอย่างน่าจับตา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากข่าวคราวเรื่องการได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน และข่าวคราว
เรื่องการฟอร์ม ครม. “เศรษฐา 1”
เอาเข้าจริง แนวโน้มทางการเมืองทั้งสองประการต่างร้อยรัดเชื่อมโยงถึงกัน
เพราะหากประเมิน “จุดแข็ง” และ “จุดอ่อน” เบื้องต้นของรัฐบาลชุดใหม่
ก็จะพบว่า ผู้นำรัฐบาลและพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คงมีอำนาจมากพอสมควรในการบริหารงานด้านเศรษฐกิจ
การตัดสินใจดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสำคัญๆ น่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว-ไม่ติดขัด
แล้วต้องไปวัดกันว่า นโยบาย “ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” นั้นจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร?
การหวังพึ่งพิงนักท่องเที่ยวจีน จะสร้างแรงกระตุ้นที่คึกคักต่อระบบเศรษฐกิจไทยได้มากน้อยแค่ไหน? ท่ามกลางสภาวการณ์ที่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งประเมินว่าเศรษฐกิจจีนกำลังอยู่ในช่วงขาลง และมีวี่แววจะฟื้นตัวได้ยาก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นายกฯ คนใหม่ และพรรคเพื่อไทย อาจยังไม่สามารถตกปากรับคำได้แน่ชัด ก็คือ การบริหารจัดการอำนาจในทางการเมือง
รูปธรรมชัดเจน ได้แก่ การต้องยกกระทรวงมหาดไทยให้พรรคภูมิใจไทย หรือการที่ตำแหน่ง รมว.กลาโหม ยังต้องถูกสงวนไว้ให้คนนอกยศพลเอก
ส่วนอิทธิพลของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็อาจยังดำรงสภาพ
เป็นเงาเบื้องหลังรางๆ ที่มิได้ปลาสนาการไปไหน
ภาวะเสมือนไม่มี “อำนาจทางการเมือง” อยู่ในมือ คือจุดท้าทายความชอบธรรมทางการเมืองของ “รัฐบาลเศรษฐา-เพื่อไทย”
เนื่องจากประเด็นใหญ่โตสุด-กว้างขวางสุด-ประนีประนอมสุด (ถึงรากถึงโคนน้อยที่สุด) ที่โหวตเตอร์หลายสิบล้านเสียง (ไม่ใช่แค่คนเลือกก้าวไกลและเพื่อไทย) คาดหวังไว้ตรงกันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ก็ได้แก่ การรื้อทิ้งโครงสร้างและกฎกติกาอัปลักษณ์บิดเบี้ยว อันเกิดจากรัฐธรรมนูญ 2560
ความคาดหวังของผู้คนจำนวนมาก คือ การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดย ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
คำถาม คือ ผู้นำประเทศที่มี “อำนาจทางการเมือง” ไม่เต็มมือ จะสามารถผลักดันเรื่องนี้ได้มากน้อยเพียงใด?
การจัดตั้ง “รัฐบาลสลายขั้ว” ได้สำเร็จ จะต้องแลกมากับการปิดล็อก ห้ามแตะรัฐธรรมนูญบางหมวด และการสกัดกั้นไม่ให้มี ส.ส.ร.เลือกตั้ง หรือไม่?
ดังนั้น แสนกว่ารายชื่อของประชาชนที่ร่วมลงนามในแคมเปญ #conforall จึงเป็นทั้ง
“แรงกดดัน” และ “แรงผลักดัน” ที่ส่งต่อไปยัง “รัฐบาลเศรษฐา-เพื่อไทย”
ให้กล้าสู้-กล้าต่อรองเรื่องการเมืองมากขึ้น และอย่ายอมอ่อนข้อทางการเมืองไปเสียหมด

