หน้าแรก คอลัมนิสต์ การทูตมิติใหม...

การทูตมิติใหม่ของจีน โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

5.09.23 | 12:20 น.

การทูตมิติใหม่ของจีน

การที่จีนตอบรับซาอุดีอาระเบียร่วมประชุมสุดยอดปัญหายูเครน และสร้างสัมพันธ์กับอิสราเอลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนั้น เป็นการช่วงชิงการสนับสนุนจากชาวยิวทั่วโลก ถือเป็นการเปิดยุทธศาสตร์ใหม่

บัดนี้ การช่วงชิงอำนาจจีน-สหรัฐได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ คือ ไม่แข่งขันกันเฉพาะประเด็นช่องแคบไต้หวัน หากเป็นการขยายไปสู่อาณาเขตทั่วโลก และไม่มุ่งเน้นทางเศรษฐกิจ แต่เป็นการมุ่งไปยังเค้าโครงของโลก

ยุทธศาสตร์ใหม่ของจีน คือ เพิ่มความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลาง ยกระดับบทบาทของผู้นำโลกการประชุมสุดยอดยูเครน เพื่อสันติภาพ แม้รัสเซียไม่ร่วม แต่จีนมีทัศนคติเชิงบวก ยินดีร่วมมือกับสหรัฐและนานาประเทศแสวงหาช่องทางเพื่อให้ยุติสงคราม

การจัดประชุมของซาอุฯ สะท้อนให้โลกเห็นว่าเป็นประเทศใหญ่ในตะวันออกกลาง

Advertisement

ระหว่างจีน สหรัฐ และรัสเซีย ซาอุฯให้เครดิตจีนมากที่สุด ถือว่าจีนเป็นมิตรที่น่าเชื่อถือ เพราะจีนได้ทำหน้าที่เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยซาอุดีอาระเบียและอิหร่านให้เปลี่ยนสงครามเป็นสันติภาพ แปลงศัตรูให้เป็นมิตร

ประเทศที่สำคัญอีกหนึ่งในตะวันออกกลาง คือ อิสราเอล นับวันศรัทธาจีน และเมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูได้เยือนจีน วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้จีนช่วยไกล่เกลี่ยความบาดหมางระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ยาวนานเป็นศตวรรษ เพื่อให้ตะวันออกกลางเดินสู่เส้นสันติภาพอย่างถาวร

“เนทันยาฮู” ถูกมองว่าเป็น “ฝ่ายเหยี่ยว” สร้างศัตรูทางการเมืองไว้มาก หากจีนช่วยเคลียร์ปัญหาปาเลสไตน์ ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาในประเทศไปด้วย จีนก็จะกลายเป็นวีรบุรุษที่สร้างคุณูปการให้แก่ชาวยิวทั่วโลก

จีนเป็นมิตรของชาวยิวเกือบทุกระดับในโลก เช่น “เฮนรี คิสซิงเจอร์” ผู้สร้างคุณูปการ คือ ผู้ลากมากดีของชาวยิว “บิล เกตส์” มหาเศรษฐี ตลอดจนกลุ่มทุนสหรัฐส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นชาวยิวที่มีความสนิทสนมกับจีนทั้งนั้น

ไม่ว่า “คิสซิงเจอร์” ไม่ว่า “บิล เกตส์” ล้วนมีไมตรีต่อจีน คนแรกเห็นว่า ทั้ง “โดนัลด์ ทรัมป์” และ “โจ ไบเดน” เข้าใจจีนในทางผิดๆ ส่วนคนหลังคัดค้านสหรัฐที่มองจีนเหมือนกับปีศาจ

บทบาทของจีนในตะวันออกกลางที่โดดเด่นที่สุด คือ ประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยความบาดหมางกันระหว่างซาอุฯ-อิหร่าน ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทางการทูต อันเป็นการจรรโลงไว้ซึ่งสันติภาพและภราดรภาพ และเป็นการยกระดับทางการทูตของจีนด้วย

อดีตซาอุฯ และอิหร่านที่นับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนีและชีอะฮ์เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด เช่น

ซาอุฯได้ประหารชีวิตนักบวชของอิหร่านระบือนาม นำมาซึ่งความไม่พอใจของชาวอิหร่านและศาสนิกชนที่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ทั่วโลก สถานเอกอัคราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำเตหะรานถูกปิดล้อมโจมตี สองประเทศตัดขาดซึ่งสัมพันธ์ทางการทูต

ซาอุฯกล่าวหาว่า อิหร่านใช้กระสุนวิสัยไกลและเครื่องบินไร้คนขับทำลายโรงกลั่นน้ำมันจึงทำการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านที่อ่าวเปอร์เซีย

กลุ่มต่อต้านรัฐบาลชื่อ “ฮูษี” (Houthi movement) ภายใต้การสนับสนุนของอิหร่านได้มีปฏิบัติการในประเทศเยเมน และมีความได้เปรียบในการทำสงคราม ซาอุฯจึงก่อตั้งกองทัพแนวร่วมสู่สมรภูมิ เกิดการสู้รบ

ความขัดแย้งระหว่างซาอุฯ-อิหร่าน นอกจากประเด็นทางศาสนาและการแย่งชิงสิทธิครอบครองอ่าวเปอร์เซีย การปลุกระดมของสหรัฐคือปัญหาใหญ่ ทั้งสองฝ่ายได้ทำการเจรจาเพื่อสงบศึกในดินแดนถิ่นเกิดเป็นจำนวนหลายครั้งด้วยกัน ไม่ประสบผลสำเร็จ แต่มาสำเร็จ ณ กรุงปักกิ่ง โดยใช้เวลาเพียง 5 วันเท่านั้น

ที่น่าสนใจคือ ผลการเจรจาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย ได้ออกแถลงการณ์ในนามของประเทศจีน ซาอุดีอาระเบีย และอิหร่าน เรียกว่า “แถลงการณ์ร่วมสามฝ่าย” เป็นชัยชนะสันติภาพที่ยิ่งใหญ่สุด

ท่ามกลางภาวะความสั่นคลอนของโลก ย่อมถือเป็นข่าวดีข่าวใหญ่ เสมือน “ยาบำรุงหัวใจ”

เหตุการณ์ที่จีนเป็นคนกลางทำการไกล่เกลี่ยให้ซาอุฯ-อิหร่านฟื้นฟูสัมพันธภาพครั้งนี้ ชัดเจนยิ่งเป็นการแสดงให้โลกเห็นว่า บทบาทในเวทีสากลของจีนได้ยกระดับแล้ว ให้โลกรับรู้ว่าจีนมีความสามารถในการทำงานใหญ่อันเกี่ยวกับการประนีประนอมกรณีพิพาทได้สำเร็จ เป็นการรังสรรค์สันติภาพของโลกอย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ บรรดาประเทศอาหรับยินดีกับผลงานสันติภาพของจีน

ต้องยอมรับว่า “การทูตมิติใหม่ของจีน” สัมฤทธิผลเป็นการสะสมต้นทุนทางการทูต

ละม้ายกับการสะสมแต้ม “บัตรเครดิต”