การปรากฏขึ้นแห่งคำว่า “ฐานที่มั่น” ทางการเมืองในบรรยากาศ “การหาเสียง” ที่ระยอง เขต 3 มิได้ปรากฏขึ้นอย่างเลื่อนลอย
“เบาโหวง” ไร้ “รากฐาน”
อาจมาจากทีมงาน “โฆษณา” ของพรรคก้าวไกล อาจมาจากสมองก้อนโตของ “ก๊อบปี้ไรท์” ที่อยู่ใน “พื้นที่”
พื้นที่อัน “แหลมคม” ในการ “สัประยุทธ์”
กระนั้น คำว่า “ฐานที่มั่น” ก็ชวนให้เกิดนัยประหวัดไปยัง การต่อสู้ทางการเมืองในอดีต
ไม่ว่าในการเมือง “โลก” ไม่ว่าในการเมือง “ไทย”
คำถามก็คือ คำว่า “ฐานที่มั่น”ได้รับการสถาปนาและดำรงอยู่บนฐานทางความคิดใดในทางการเมือง
และจุดใดจึงเรียกได้ว่าเป็น “ฐานที่มั่น”
ภาพแห่งการประจันหน้าระหว่างทัพของพรรคก้าวไกล กับทัพของพรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนใน “ยุทธศาสตร์” การต่อสู้
แต่ละฝ่ายล้วนต้องการสร้าง “ฐานที่มั่น”
ในเบื้องต้น อาจเสมอเป็นเพียง “จุดที่มั่น” แต่ในที่สุดแล้ว มีแต่การสร้าง “ฐานที่มั่น” ขึ้นมาให้ได้เท่านั้นจึงจะมีความมั่นใจ
เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์เคยทำสำเร็จมาแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นที่ “ภาคใต้” ไม่ว่าจะเป็นที่ “กรุงเทพมหานคร” จากยุค นายควง อภัยวงศ์ กระทั่งยุค นายชวน หลีกภัย
เมื่อได้มาแล้วก็ต้องสูญเสีย
การจัดทัพโดยมี นายชวน หลีกภัย นำ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นำ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นำ จึงเป็น “หลักประกัน”
ขณะที่ทางด้าน “ก้าวไกล” ก็มิได้ยินยอมอย่างพร้อมใจ
ความโลดโผนเป็นอย่างยิ่งกล่าวสำหรับพื้นที่ระยอง คือ เคยเป็นพื้นที่อิทธิพลของพรรคประชาธิปัตย์
แต่ก็ต้อง “สูญเสีย” ให้กับ
“ก้าวไกล”
สถานะที่แปรเปลี่ยนส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในฐานะเป็นฝ่ายรุกคืบเพื่อแย่งคืน ขณะที่พรรคก้าวไกลต้องประกาศคำขวัญ
“ภารกิจรักษาฐานที่มั่น”
เพียงแต่พรรคก้าวไกลยืนยันว่าเป็นฐานที่มั่นของ “ประชาชน”ทำให้ระดับแห่งการต่อสู้มากด้วยความแหลมคม เข้มข้น
นั่นก็คือ ประชาชนจะยืนอยู่กับฝ่ายใด
ตรงนี้แหละทำให้ “สถานการณ์”การเลือกตั้ง “ซ่อม” ในระยอง เขต 3 มิได้ดำรงอยู่อย่างเป็น “เฉพาะส่วน”
หากแต่ยกระดับเป็น “ทั่วไป”
ถามว่าในที่สุด “ประชาชน”จะเลือกใคร
การตัดสินใจในวันที่ 10 กันยายน จึงเท่ากับเป็นการตัดสินใจอันฉายสะท้อนภาพแห่งอนาคตในทางการเมือง
กำหนดทิศทาง “ประชาธิปัตย์”กำหนดทิศทาง “ก้าวไกล”
กระบวนการในแบบของพรรคประชาธิปัตย์จะยังเป็นความหวัง หรือว่ากระบวนการในแบบของพรรคก้าวไกลเป็นทางเลือกและทางรอด
ทางรอด “ประชาธิปัตย์” ทางสว่าง “ก้าวไกล”

