หน้าแรก คอลัมนิสต์ บ้านเรา โดยศ....

บ้านเรา โดยศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

12.09.23 | 13:00 น.

บ้านเรา

ท่ามกลางงานอวยพรวันคล้ายวันเกิด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีการร่วมร้องเพลง “บ้านเรา” ซึ่งมีความหมายโดยนัย เพื่อต้อนรับนาย ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน

เพลง “บ้านเรา” เป็นเพลงอมตะนิรันดร์กาลไพเราะเสนาะหู ความหมายจับใจลึกซึ้ง เป็นต้นว่า “คำว่าไทย ซึ้งใจเพราะใช่ทาสเขา ด้วยพระบารมีล้นเกล้า คุ้มเราร่มเย็นสุขสันต์”

จึงไม่แปลกที่ร้องถึงตอน “บุญนำพา กลับมาถึงถิ่น…” “อุ๊งอิ๊ง” น้ำตาคลอเบ้า

แม้เป็นนักร้องในยามจำเป็นทั้งนั้น ก็ยังซาบซึ้งตรึงใจ เป็นเหตุให้ต้องหยิบกระดาษเช็ดน้ำตา ก็เพราะ “เนื้อเพลง” พาไป

Advertisement

หาก “อุ๊งอิ๊ง” ได้ยินเจ้าของเสียงเพลงคือ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ศิลปินแห่งชาติ ตัวเป็นๆ ขับร้อง คงต้อง “น้ำตารวยริน”

เนื้อเพลงตรึงตราตรึงใจ เจือสมกับ “เสียงขยี้แพรในฟองเบียร์” ตามนิยามของ “รงษ์ วงษ์สวรรค์”
และวลีอมตะ “ลอยไปในลมบน” ของ “กฤษณา อโศกสิน”

เมื่อได้ฟังเพลง “บ้านเรา” ก็ชวนให้คิดถึงประวัติความเป็นมาของเพลง

ย้อนคิดอดีตเมื่อ พ.ศ.2500 ปลายสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ต้นสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
คือ สมัยที่เป็นศัตรูกับคอมมิวนิสต์จีน

คำว่า “จีน” คือ คำแสลง เพราะมีนัยโดยประหวัดว่าเป็น “คอมมิวนิสต์”

“สุเทพ วงศ์กำแหง” ซึ่งเป็น 1 ในคณะศิลปินไทยที่ไปเยือนเมืองจีน อันเป็นทริปเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนทางศิลปะวัฒนธรรม

พลันที่กลับจากจีน ความทุกข์ก็มาเยือน โดยได้รับผลกระทบทางการเมือง จึงมีความจำเป็นต้อง
ลี้ภัยทางการเมืองที่ญี่ปุ่น

ก่อนไปญี่ปุ่น ครูชาลี อินทรวิจิตร เป็นห่วงว่า ถ้ากลับจากญี่ปุ่น คนไทยจะจำ “สุเทพ” ไม่ได้ จึงประพันธ์เพลง “รักอย่ารู้คลาย” ให้ร้อง พร้อมกับบอกด้วยความหวังดีว่า “มึงต้องร้องเพลงนี้นะ ไม่งั้นคนไทยเขาลืมมึงแหงเลย”

ครั้นเมื่อกลับจากญี่ปุ่นปี 2503 ครูชาลีขมีขมันแต่งเพลง “บ้านเรา” ให้ร้องเพื่อเรียกความนิยมที่คนไทยลืม “สุเทพ” จนไม่มีใครรู้จักแล้ว กลับมามีชื่อเสียงใหม่อีกคำรบ 1

เพลง “บ้านเรา” แจ้งเกิดเมื่อ 2503 ถึงปัจจุบัน รวมเป็นเวลา 63 ปี ยังเป็นเพลงฮิตยอดนิยมมาตลอด เพราะเป็นเพลงสร้างสรรค์ เตือนสติคนไทยอย่าลืมถิ่นฐานบ้านเกิด

จึงเชื่อว่า ยังคงดำรงอยู่ตลอดไปอย่างเป็นนิรันดร์

ถ้าใช้ชีวิตในต่างแดนนานๆ ยามคิดถึงบ้านก็คิดถึงเพลง “บ้านเรา”

“บ้านเรา แสนสุขใจ แม้จะอยู่ที่ไหน ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรา”