อภิสิทธิ์ชน
การฟื้นชีพ ขึ้นมาเป็นไวรัลในโลกโซเชียล ของคลิป “คนจนมีสิทธิไหมคะ”
ที่ เดือนเพ็ญ เด่นดวง แห่งวงหมอลำซิ่ง คณะทิวลิป เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ดัดแปลงท่อนฮุก เพลงสมองจนๆ มืด ไข่มุก วงพลอย
มาฮุกซ้ำ ด้วยเนื้อหา “เรตใต้เข็มขัด” จนชาวเน็ตถูกใจ พากันแชร์และคัฟเวอร์กันอย่างสนุกสนานนั้น
มิใช่ฮิต เพียงเพราะความทะลึ่ง ตึงตัง
หากแต่ สะท้อนภาวะอารมณ์ของสังคม ในห้วงมีรัฐบาลใหม่ได้เป็นอย่างดี
คือแม้จะมีการตอกย้ำ ที่จะช่วยเหลือชาวบ้านอย่างมากมาย
แต่กระนั้น ปฏิกิริยาตอบรับก็ไม่ได้มากด้วยความหวัง
ตรงกันข้าม กลับมากด้วยความไม่วางใจ ไม่แน่ใจ ไม่เชื่อมั่น ว่าจะทำได้
ด้วยชาวบ้านยังคงเป็นข้ออ้าง หรือเป็น “ใบปิดหน้า” ที่ทำให้ดูดีเท่านั้น
แต่เอาเข้าจริงก็น่าจะยังเหมือนเดิม หรืออาจแย่ลงด้วยซ้ำ
ดังนั้น เมื่อมีคลิปมาตั้งคำถาม พร้อมกับปล่อยคำฮุก กระแทกเข้าใต้เข็มขัด
ไวรัล “คนจนมีสิทธิไหมคะ” จึงกระหึ่ม
และยิ่งมีประเด็นที่สะท้อนความพิกลพิการของสังคม ออกมาให้เห็นกันโจ๋งครึ่ม อย่างกรณีเหตุอื้อฉาว ตำรวจระดับสูงถูกยิงตายในบ้านกำนันวัยละอ่อน ที่นครปฐม
ทำให้ไวรัล “คนจนมีสิทธิไหมคะ” แตกแขนงไปยังประเด็นอื่นๆ
อย่างกรณีนครปฐม ก็นำไปสู่การตั้งคำถาม “ตำรวจดี-ดี มีสิทธิไหมคะ”
ด้วยเพราะการที่ตำรวจตั้งแต่ระดับประทวนไปถึงสัญญาบัตรร่วม 30 นาย ถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยงของ “กำนัน” ซึ่งมากมายด้วยอิทธิพล เป็นสิ่งสะท้อนอันเจ็บปวดว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ จ.นครปฐม หรือที่ไหนๆ ของประเทศนี้ ที่หวังจะเจริญก้าวหน้าจะยึดเพียง “สัมมาอาชีพ” แห่งตนไม่เพียงพอ
หากแต่ต้องมีสังกัด มีซุ้ม มีบ้านใหญ่ มีอาณาจักรผู้มีอิทธิพลหนุนหลัง
ทำให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง กลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้าพ่อ ที่หากใครขัดขืนหรือแข็งข้อ ก็มีสิทธิเผชิญกับการถูกจัดการอันน่าตกตะลึงอย่างที่นครปฐม
และแน่นอน อาจเกิดที่อื่น หรือกับวงการอื่นๆ ได้อยู่ตลอดเวลา
ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ไปจนถึงระดับชาติ
ระดับชาติอย่างที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวต่อหน้านักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ.รุ่น 65 นั่นแหละว่า
“คอนเน็กชั่นของพวกท่านในประเทศ ทำให้พวกท่านเป็นบุคคลพิเศษ หรือเรียกว่าอภิสิทธิ์ชนก็ได้ เป็นท็อป 1% หรือน้อยกว่านั้นของประเทศนี้
…คอนเน็กชั่นที่ได้รับจากสถาบันนี้ จะสามารถได้ประโยชน์ต่ออาชีพการงานของทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นภาคราชการ ภาครัฐวิสาหกิจ
ภาคสังคมได้อย่างมหาศาล
ผมขอฝาก ขอวิงวอน ขออ้อนวอนจากใจจริง ขอให้ทุกคนใช้ความรู้ความสามารถ และสายสัมพันธ์จากที่นี้ให้เกิดประโยชน์ โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรของรัฐไม่ใช่ใช้แต่สิทธิ แต่ให้คำนึงถึงหน้าที่ด้วย ให้ดูถึงความเหมาะสม
…ไม่ใช่จะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเองอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงองค์กรที่ทำงานอยู่ แต่อยากให้เผื่อแผ่ครอบคลุมคนอื่นและสังคมของท่านด้วย ไม่ว่าจะเป็นสังคมที่เล็กหรือใหญ่ก็ตามที ถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะช่วยคนตัวเล็ก ลดความเหลื่อมล้ำช่วยเหลือสังคมให้พวกเขายืนบนสังคมได้”
ยกให้อ่านกันยาวๆ
เพื่อตอกย้ำ ตั้งแต่ “อภิสิทธิ์ชน” ระดับชาติ ที่นายกฯเป็นคนพูดถึงเอง ไปถึงระดับภูมิภาค กรณี “กำนัน”
ประเทศของเรามากด้วยความเหลื่อมล้ำ ไม่เท่าเทียม ทั้งผลประโยชน์และโอกาส
คำถามก็คือ เมื่อรู้แล้ว คนจนๆ จะมี “อภิสิทธิ์” เข้าไปแบ่งปันอะไรๆ บ้างได้ไหม
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

