หน้าแรก คอลัมนิสต์ รับมือเด็กเกิ...

รับมือเด็กเกิดน้อย

18.09.23 | 12:20 น.

รับมือเด็กเกิดน้อย

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จัดเวทีสนทนานโยบายสาธารณะ (Policy Dialogue) ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “เมื่อไทยเข้าสู่สังคมเด็กเกิดน้อย ปัญหาและทางออก” เพื่อให้ทุกภาคส่วน และประชาชน ร่วมวิเคราะห์ และเสนอทางออกรับมือกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป โดยนางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า ในสังคมปัจจุบัน ต้องใช้คำว่าเด็กเกิดน้อย และด้อยคุณภาพ เนื่องจากส่วนใหญ่เด็กเกิดในสภาวะครอบครัวที่ไม่พร้อมต่อการเลี้ยงดู ประกอบกับอัตราการเกิดมีเพียง 500,000 คนต่อปี ลดลงปีละ 5 หมื่นคน ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแรงงานไปจนถึงระบบเศรษฐกิจ

ขณะที่ นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ ผู้อำนวยการกองมารดา และทารก กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ปัญหาเด็กเกิดน้อยแบ่งได้ 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือ กลุ่มคนไม่อยากมีลูก ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนความคิดได้ กลุ่มที่สองคือ กลุ่มมีบุตรยาก และกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ก้ำกึ่ง เป็นกลุ่มที่น่าสนใจ และควรมีตัวช่วยสามอย่าง คือ เวลา เงิน และคน

นางสาวสุภัค วิรุฬหาการุญ ผู้อำนวยการฝ่ายห้องปฏิบัติการนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ บอกว่า ทัศนคติของเด็กในยุคนี้สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าสู่ระบบ รวมไปถึงปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ เป็นปัญหาที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเยอะ ทำให้อนาคตอาจจะมีปัญหาของเรื่องแรงงานทักษะสูง ขอเสนอให้ถอดบทเรียน และมุ่งผลิตมนุษย์ให้กลายเป็นทุนสังคมอย่างมีคุณภาพ

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวถึงแรงจูงใจที่จะทำให้ผู้คนอยากมีบุตรว่า หลายประเทศเริ่มมีนโยบายด้านนี้ เช่น สิงคโปร์มีนโยบายและสวัสดิการต่างๆ ส่วนประเทศไทย รัฐบาลควรมีนโยบายและมาตรการต่างๆ สนับสนุน ที่สำคัญคือระบบที่จะรองรับเมื่อมีลูกแล้ว ทำให้คนรู้สึกว่าการมีลูกไม่ใช่ภาระ และทำให้คนรู้สึกว่าลูกของเขาจะปลอดภัย การสัมมนาครั้งนี้ทำให้แลเห็นว่า หน่วยงานต่างๆ มีข้อมูลเพียบพร้อม แต่ปัญหาจะแก้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดำเนินการ และที่สำคัญคือการมองและปฏิบัติอย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งภารกิจเช่นนี้หนีไม่พ้นรัฐบาล

Advertisement