หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปลดล็อก &#821...

ปลดล็อก ‘ความเป็นไทย’ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

18.09.23 | 18:29 น.

“ซอฟต์พาวเวอร์ไทย” (หมายถึงอะไรแน่ ยังไม่กระจ่าง?) ตามนโยบายของรัฐบาล ถ้าจะผลักดันให้ได้ผลต้องปลดล็อกความคิดให้ปลอดจากพันธนาการอย่างน้อย 3 เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกันแนบแน่น คือ ความเป็นไทย, วัฒนธรรมไทย, ประวัติศาสตร์ไทย ดังนี้

(1.) ปลดล็อก “ความเป็นไทย”

สังคมไทยถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาตั้งแต่ศตวรรษผ่านมาว่า “ความเป็นไทยไม่เหมือนใครในโลก” ส่งผลให้คนไทยจำนวนหนึ่งเชื่ออย่างงมงายว่าจริงอย่างนั้น จึงพากัน “ยกตนข่มท่าน” ด้วยการวางตนเหนือคนอื่นๆ ในโลก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน

ความเป็นคน มีก่อนความเป็นไทย แท้จริงแล้วคนไทยไม่ต่างจากใครในโลก และไทยเป็นชาติพันธุ์หนึ่งอย่างเสมอหน้าในอุษาคเนย์ จากผลการตรวจสอบดีเอ็นเอพบว่าไทยมีส่วนผสมกับชาติพันธุ์เพื่อนบ้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกาลเทศะว่าไทยที่ไหน? เมื่อไร?

หลังความเป็นคนจึงมีความเป็นไทยด้วยวัฒนธรรม มิใช่ด้วยเชื้อชาติสายเลือดบริสุทธิ์ตามที่เชื่อถือกันมาอย่างบกพร่อง (เพราะเชื้อชาติไม่มีจริง)

Advertisement

(2.) ปลดล็อก “วัฒนธรรมไทย”

สังคมไทยถูกหล่อหลอมกล่อมเกลาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันว่า “วัฒนธรรมไทยดีที่สุดในโลก” เช่น นาฏศิลป์ไทย, ดนตรีไทย, ลายไทย, อาหารไทย ฯลฯ ส่งผลให้คนไทยจำนวนหนึ่งเชื่ออย่างงมงายว่าจริงตามนั้น แล้วด้อยค่าวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ้าน

แท้จริงแล้วไทยมี “วัฒนธรรมร่วม” อุษาคเนย์ ตั้งแต่กำเนิดและพัฒนาการร่วมกัน ถ้าจะมีต่างกันบ้างก็เป็นส่วนปลีกย่อยซึ่งไม่ใช่สาระสำคัญ เช่น ลายกนกถูกเหมารวมเป็นลายไทย แท้จริงแล้วเป็นลายอินเดียที่แผ่ไปทั่วอุษาคเนย

พื้นฐานลวดลายดั้งเดิมของอุษาคเนย์พบในภาพเขียนบนเพิงผา, ผนังถ้ำ, และภาพสลักบนเครื่องมือสำริด ฯลฯ เหล่านี้เป็นลวดลายใส่สตอรี่มีพลังสร้างสรรค์สูงมาก แต่ไทยด้อยค่าว่าไม่เป็นไทย เพราะไม่มีกนก เลยพากันทิ้งของดีมีอยู่ที่ยกเป็นพลังสร้างสรรค์ได้ดียิ่ง

(3.) ปลดล็อก “ประวัติศาสตร์ไทย”

ประวัติศาสตร์ไทย “แห่งชาติ” เป็นประวัติศาสตร์ชนชาติไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์ มีหลักแหล่งถิ่นฐานดั้งเดิมในจีน แล้วอพยพถอนรากถอนโคนลงมาตั้งบ้านเมืองในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน

แต่หลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยากลับยืนยันสิ่งตรงข้ามทั้งหมด ดังนี้

(หนึ่ง) ชนชาติไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์ ไม่มีในโลก เพราะเชื้อชาติในโลกไม่มีจริง แต่ถูกสร้างใหม่ในยุโรปสมัยล่าอาณานิคม แล้วเข้าถึงไทยในแผ่นดิน ร.5

(สอง) คนพูดภาษาตระกูลไท-ไตในจีนมีหลายชาติพันธุ์ แต่ไม่มีคนไทย เชื้อชาติไทย สายเลือดบริสุทธิ์

(สาม) คนเรียกตนเองว่าไทยหรือคนไทยเริ่มแรกสุดประกอบด้วยคนหลายชาติพันธุ์ “ร้อยพ่อพันแม่” ที่พูดภาษาไทยและมีวัฒนธรรมไทยอยู่บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีศูนย์กลางอยู่เมืองอโยธยา หลังจากนั้นทยอยแผ่ไปลุ่มน้ำอื่นจนทั่วประเทศ

ก่อนหน้าอโยธยาไม่มีคนเรียกตนเองว่าไทย จะมีก็แต่กลุ่มไท-ไต (ซึ่งไม่ใช่คนไทย)

ประวัติศาสตร์ไทยต้องเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศและผู้คนในไทยโดยไม่จำกัดเผ่าพันธุ์ ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ซื่อตรงตามหลักฐานเป็นจริงโดยไม่สร้างความเท็จ

มีตัวอย่าง “ร้อยเอ็ด” ได้ชื่อจากเมืองสาเกต มี “ร้อยเอ็ดประตูเมือง” เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ในคัมภีร์อุรังคธาตุ แต่ถูกผู้มีอำนาจสร้างความเท็จว่าร้อยเอ็ดเขียนเป็นตัวเลข 101 (อ่านว่า สิบเอ็ด) มี “สิบเอ็ดประตูเมืองงาม”

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมีส่วนเกี่ยวข้องการสร้างความเท็จ แม้มีหลักฐานอุรังคธาตุยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร แต่ทำไม่รู้ไม่ชี้และไม่รับผิดชอบต่อการแก้ไขให้ถูกต้อง

เมื่อความเป็นจริงแจ่มแจ้งอย่างนี้ จะมีพลังสร้างสรรค์มิได้และเสียหายใหญ่หลวงต่อพลังสร้างสรรค์ คงยากที่จะให้เชื่อมั่น “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย”

THACCA เพื่อ “ซอฟต์พาวเวอร์ไทย” เพื่อไทยจะทำอะไรบ้าง? การผลักดัน Soft Power ไทยจะเป็นจริงได้ ต้องทำทั้งระบบด้วยการ “สร้างแรงงานทักษะสูง 20 ล้านคน” ด้วยนโยบาย 1 ครอบครัว 1 Soft Power (OFOS) และต้อง “สร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง” ด้วยเจ้าภาพหลัก คือ Thailand Creative Content Agency (THACCA) ที่จะดูแล Soft Power อย่างเป็นระบบ ครบวงจร