สถานีคิดเลขที่ 12 : ยุคทอง upskill

19.09.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่ 12 : ยุคทอง upskill ค่าแรงขั้นต่ำกลายเป็นหัวข้อหาเสียงเลือกตั้ง

ค่าแรงขั้นต่ำกลายเป็นหัวข้อหาเสียงเลือกตั้ง และล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยืนยันอีกครั้ง
จบปริญญาตรีได้เงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 บาท และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำภายใน 4 ปี
หากทำได้ดูเหมือนว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะได้ใจคนอีกครั้ง
เรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าจะให้เกิดความยั่งยืน ภาคเอกชนเสนอให้เร่งอัพสกิล (upskill) และรีสกิล (reskill)
สร้างมูลค่าแรงงานด้วยการเพิ่มทักษะแรงงาน

ก่อนหน้านี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ก็เคยกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ค่าแรงงานควรจะพัฒนาไปสู่การจ่ายค่าแรงตามเป้าหมาย
จำได้ว่าตอนนั้น นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา เคยย้ำว่า
โจทย์เรื่องแรงงานนั้น น่าจะเป็นเรื่องการอัพสกิล รีสกิล คนในระบบเศรษฐกิจ
เรื่องนี้ภาคเอกชนนำเสนอมาเป็นระยะ เพราะพวกเขายินดีจ่ายให้กับแรงงานที่สร้างผลผลิตให้พวกเขาได้
และรัฐบาลยุคนี้ ถือเป็นยุคทองที่สามารถอัพสกิลและรีสกิลได้เต็มที่ เพราะกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแรงงานอยู่ในมือพรรคการเมืองพรรคเดียวกัน
นั่นคือ พรรคภูมิใจไทย

พรรคภูมิใจไทยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
หากคิดจะอัพสกิลหรือรีสกิลคนไทยทั่วประเทศ ถือว่าทุกอย่างอยู่ในมือ
กระทรวงมหาดไทยมีคนทั่วทุกแห่งบนแผ่นดิน กระทรวงศึกษาธิการมีผู้เชี่ยวชาญการถ่ายทอดวิชาฝีมือทุกแขนง กระทรวงอุดมศึกษาฯ สามารถวิจัยและพัฒนาเรื่องความต้องการแรงงานในไทย
ส่วนกระทรวงแรงงานนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะมีข้อมูล และหน้าที่โดยตรงในด้านนี้อยู่แล้ว
ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยน่าจะหยิบเอาเรื่องการพัฒนาคนในระบบเศรษฐกิจไทยไปพิจารณาดำเนินการ
หากทำสำเร็จ ผลที่ตามติดมาจะมีมหาศาล มโหฬาร มากกว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
เพราะคนที่ได้พัฒนาฝีมือแรงงาน คือ คนที่มีโอกาสเพิ่มในเรื่องงาน และเรื่องรายได้

ขณะที่ภาคเอกชนที่มีแรงงานมีฝีมือ ถือว่าเป็นโชคลาภขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง
และหากพิจารณาในแง่ของประเทศชาติ หากคนไทยมีทักษะฝีมือการทำงานมากขึ้น ย่อมส่งผลบวกมากกว่าผลลบ
ยิ่งประเทศไทยมีนายกฯมาจากภาคธุรกิจ มองเห็นคนและการพัฒนาคนมีความสำคัญ การของบประมาณเพื่อสร้างคนคงไม่ใช่เรื่องยาก
ดูจากนโยบายรัฐบาลที่เพิ่งแถลงไปเมื่อเร็วๆ นี้
นอกจากจะสร้างเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาปากท้องแล้ว ยังเน้นย้ำเรื่องการพัฒนาคน
นโยบายส่งเสริมการอ่านที่ถูกลืมไปพักใหญ่ได้กลับคืนมาอีกรอบ
นโยบายการอุดหนุนส่งเสริมอุปกรณ์เพื่อการศึกษาเรียนรู้ได้รับการประกาศออกมาอย่างเด่นชัด

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็พร้อมเดินหน้าสร้างคนตามนโยบายที่แถลงให้ผู้บริหารกระทวงทราบไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
เหลือเพียงการผลักดันให้การสร้างคนเกิดเป็นรูปธรรม
เมื่อก่อเกิดเป็นรูปธรรม คนที่เคยมองว่ารัฐมีแต่มองคนในเชิงลบก็จะหดหาย
เมื่อคนรู้สึกว่ารัฐบาลเอาใจใส่ สร้างคน สร้างอนาคต
เมื่อคนไทยได้เห็นอนาคตที่รออยู่เบื้องหน้า
คนไทยก็จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างชาติตามทักษะฝีมือที่ได้รับการพัฒนา

Advertisement

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]