หน้าแรก คอลัมนิสต์ กรณี ธรรมกาย ...

กรณี ธรรมกาย กับ พ.ร.บ. “คณะสงฆ์” คนละเรื่อง เดียวกัน

7.01.17 | 12:46 น.

พลันที่ น้ำเสียงอันกล่าวถึง การจับกุมตัว พระเทพญาณมหามุนี ในคดีฟอกเงินและรับของโจรออกมาว่า “วันนี้ออกมานอกวัดไม่ได้ ออกมาก็โดนจับ หาเวลาเหมาะสมเข้าไปจับก็เท่านั้น”

หลายคนต้องขานเสียง “ฮ้อ” ออกมารับอย่างพร้อมเพรียงกัน

นี่เป็นความจริง ซึ่งไม่เพียงแต่วัดพระธรรมกายจะมีคดีมากกว่า 170 คดีมะรุมมะตุ้มอยู่โดยรอบ หากที่สำคัญ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ก็ยืนยัน

“หมายจับมีอายุความครอบคลุม 15 ปี”

ความจำเป็นในการจับกุมจึงมิได้อยู่ที่เดือนมิถุนายน หรือเดือนธันวาคม อย่างที่มีการออก “หมายค้น” ไปเมื่อปี 2559

Advertisement

หากแต่บวก 15 เข้าไปก็หมายถึงปี 2565 ก็ยังจับได้

คำถามก็คือ หากไม่ได้มีความรีบร้อน หากรู้อยู่ว่าการจับดำเนินไปด้วยความยากลำบากเพราะมิได้หมายเพียง พระเทพญาณมหามุนี เพียงรูปเดียว หากแต่ยังหมายถึงพระและกัลยาณมิตรจำนวนมากถึง 4,000-5,000 คน

แล้วเหตุใดจึงต้องส่งกำลังพล 5 กองร้อยออกไปประตู 5 และประตู 7 ในห้วงวันที่ 29 ธันวาคม แล้วก็ได้มาเพียงรั้วและลูกกรงไม่กี่ชิ้นกลับ สภ.คลองหลวง

ลองนึกดูดีๆ ซิ วันที่ 29 ธันวาคม สำคัญอย่างไร

วันที่ 29 ธันวาคม ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บริเวณหน้าวัดพระธรรมกายอาจมากด้วยความตึงเครียด เพราะการสนธิกำลังตำรวจ ทหารและดีเอสไอ ตลอดจนฝ่ายปกครองเข้าไป

แต่ยังมีอีกความตึงเครียด 1 ที่รัฐสภา

นั่นเพราะว่า สนช.จำนวน 81 คนได้ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับ 2) พ.ศ.2535

พุ่งเป้าไปยัง มาตรา 7 ว่าด้วยการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

ความตึงเครียดที่ สภ.คลองหลวง อาจเน้นไปยังประตู 5 และประตู 7 เป็นหลัก แต่ความตึงเครียดของที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดำเนินไปอย่างรวบหัวรวบหาง กินกลางตลอดตัว

ผ่าน 3 วาระรวดภายใน 1 วัน

สมาชิกส่วนใหญ่เห็นชอบด้วยกับร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมอย่างชนิดเป็นเอกฉันท์ ไม่ปรากฏเสียงคัดค้านแม้แต่เสียงเดียว

เป็นอันว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ไปรอการประกาศและบังคับใช้อยู่

ผลที่ตามมาอย่างฉับพลันทันใดก็คือ มติมหาเถรสมาคมเมื่อเดือนมกราคม 2559 ที่ให้เสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช

ต้องตกไปโดยอัตโนมัติ

หากสรุปตามสำนวนจีน นี่ย่อมเป็นกระบวนท่าอันดำเนินไปในแบบ “ล้อมทางด้านบูรพา แต่รุกเข้าตีทางด้านประจิม”

ความอึกทึกครึกโครม อาจอยู่ที่ “วัดพระธรรมกาย”

แต่ของจริงอยู่ที่ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มากกว่า

จับ พระเทพญาณมหามุนี ไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ มติของมหาเถรสมาคมอย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อเดือนมกราคม 2559 และมารออยู่ในแฟ้มของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ไม่มีความจำเป็นต้องยื่นให้กับ “นายกรัฐมนตรี”

และหากร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ประกาศและบังคับใช้เมื่อใด นั่นหมายความว่ากระบวนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชจะต้องเริ่มต้นกันใหม่

เป็นเรื่องของ “พระราชอำนาจ” โดยมี “นายกรัฐมนตรี” เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

เรียบโร้ย คสช.

จากนี้เป็นไปได้ว่าการอันเกี่ยวกับ “หมายจับ” พระเทพญาณมหามุนี ก็จะเป็นแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ

ทาง 1 ขยายปริมาณของรูปคดีจากรับของโจรและฟอกเงิน ไปยังรุกป่า และอาศัย พ.ร.บ.อาคารมาเล่นงานรั้ว เล่นงานโบสถ์ ทาง 1 รอจังหวะเวลาอันเหมาะสมค่อยขอ “หมายค้น” มิให้ตะกอนนอนก้น

คำถามในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของ “กฎหมาย” และความหมายของ “หมายจับ” ไม่จำเป็นต้องอธิบาย

ความตึงเครียดเป็นของ “ธรรมกาย” มากกว่า “ตำรวจ” หรือ “ดีเอสไอ”