หน้าแรก คอลัมนิสต์ สุจิตต์ วงษ์เ...

สุจิตต์ วงษ์เทศ : น้ำท่วมภาคใต้ ดินแดนคาบสมุทรไทย

7.01.17 | 15:50 น.
แผนที่แสดงเส้นทางคมนาคมการค้าโลกสมัยก่อน ต้องพักแวะขนสินค้าข้ามคาบสมุทรบริเวณที่เป็นประเทศไทย ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางเผ่าพันธุ์และสังคมวัฒนธรรมในไทยและดินแดนโดยรอบ (บน) เส้นมีลูกศรข้างบน แสดงทิศทางเคลื่อนย้ายไปมาของกลุ่มชนหลายชาติพันธุ์จากตอนใต้ของจีน สู่ลุ่มน้ำโขง ลงเจ้าพระยา (ซ้าย) เส้นประทางซ้าย แสดงเส้นทางการค้าทางทะเลจากตะวันตกไปตะวันออก (ขวา) เส้นประทางขวา แสดงเส้นทางการค้าทางทะเลเลียบชายฝั่งจากตะวันออกไปตะวันตก

อุทกภัยภาคใต้ ชาวบ้านทั่วไปเดือดร้อนสาหัส ตลอดดินแดนคาบสมุทรในไทย ซึ่งรับมรสุมทั้ง 2 ฟาก ที่มีคุณอนันต์ โทษมหันต์มาแต่โบราณกาลดึกดำบรรพ์ จากทะเลจีนทางตะวันออก กับทะเลอันดามันทางตะวันตก

 

ความเป็นไทย อยู่กึ่งกลางความเป็นอาเซียนอุษาคเนย์

ไทย, ความเป็นไทย, วัฒนธรรมไทย, ประเทศไทย มีบรรพชนและมีรากเหง้าความเป็นมาร่วมกันอย่างแยกไม่ได้จากอาเซียน

ความเป็นไทยตั้งอยู่กึ่งกลาง (โดยประมาณ) ของภูมิภาคอาเซียน

Advertisement

ลักษณะภูมิศาสตร์เกื้อกูลให้เกิดผลดี เนื่องจากมีแผ่นดินทอดยาวยื่นลงไปทางทิศใต้เป็นคาบสมุทร มีทะเลขนาบ 2 ด้าน คือ ทะเลจีน ในมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ทางตะวันออก กับ ทะเลอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดีย อยู่ทางตะวันตก

ทำให้รับประโยชน์จากลมมรสุมทะเลอย่างน้อย 2 ประการ คือ การเกษตรและการค้า

การเกษตร ลมมรสุมจากทะเล 2 ด้าน ทำให้มีฝนตกชุก มีความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้อุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร

การค้า ลมมรสุมจากทะเล 2 ด้าน มีการเดินเรือทะเลค้าขายกับบ้านเมืองที่อยู่ห่างไกล ทำให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของเส้นทางคมนาคมค้าขายทางทะเลมาแต่โบราณกาล เท่ากับเป็นตัวเชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนค้าขายและวัฒนธรรมระหว่างตะวันออกกับตะวันตก

โลกตะวันออก เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ กับ โลกตะวันตก เช่น อินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย ยุโรป ฯลฯ

จึงส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางของเรือใบถึงเรือบิน โดยกรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติด้วยเรือใบในสมัยนั้น แล้วไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมนานาชาติด้วยเรือบินในสมัยนี้

 

อินเดียกับจีน

ตะวันตก คือ อินเดีย กับ ตะวันออก คือจีน มาพบกันในอาเซียนโบราณและไทย อย่างน้อย 2,000 ปีมาแล้ว (หรือตั้งแต่ราว พ.ศ. 500)

พบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีกับร่องรอยในเอกสารโบราณหลายอย่าง เช่น

เอกสารอินเดีย เรียกบริเวณภาคพื้นทวีปว่าสุวรรณภูมิ แปลว่าดินแดนทอง และเรียกบริเวณหมู่เกาะว่าสุวรรณทวีป แปลว่าเกาะทอง

เอกสารจีนเรียกบริเวณคาบสมุทรในไทย ว่า จินหลิน(หรือกิมหลิน) แปลว่าดินแดนทอง

ไม่พบหลักฐานว่าจีนเดินทางออกไปค้าขายแลกเปลี่ยนด้วยตนเอง แต่พบหลักฐานหลายอย่างแสดงว่าสมัยแรกๆ มี “คนกลาง” ได้แก่ พวกชาวน้ำพูดตระกูลภาษาชวา-มลายู บางทีเรียกพวกนี้อย่างรวมๆ ในชื่อ “ศรีวิชัย”

อินเดียกับจีน ต่างต้องการแลกเปลี่ยนซื้อขายสิ่งของมีค่าซึ่งกันและกัน แต่มีปัญหาบางอย่าง ดังนี้

ทางบก หรือเส้นทางสายไหมเป็นเส้นทางหนึ่ง แต่ไม่สะดวก

ทางทะเล เป็นอีกเส้นทางหนึ่ง มีระวางบรรทุกคล่องตัวและได้น้ำหนักมากกว่าทางบก แต่ต้องแล่นเรือเลียบชายฝั่งจากอินเดียไปขึ้นบกบริเวณคาบสมุทร แล้วขนถ่ายสินค้าไปลงเรือที่อ่าวไทยอีกทอดหนึ่งเพื่อไปจีน เพราะเทคโนโลยีต่ำ ยังแล่นอ้อมช่องแคบไม่ได้โดยสะดวก

จึงมีคนกลางชื่อ “ศรีวิชัย” รับจ้างขนถ่ายสินค้าจากอินเดียให้จีน แล้วจากจีนให้อินเดีย

 

อารยธรรมอินเดียและจีน

อาเซียน โดยเฉพาะสุวรรณภูมิในไทย จึงเป็นสถานีแลกเปลี่ยนทางการค้าของอินเดียและจีน โดยที่อินเดียกับจีนไม่ได้ต้องการโดยตรงที่จะแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าพื้นเมือง เว้นเสียแต่ต้องการแร่ธาตุบางอย่างที่เชื่อกันว่าเป็น “สุวรรณ” แปลว่าทอง (เช่น ทองแดง, ทองคำ)

ในทางกลับกัน อาเซียนรับอารยธรรมและวัฒนธรรมจากอินเดียและจีน พร้อมๆในคราวเดียวกัน หรือไล่เลี่ยกัน

อารยธรรมอินเดีย สนับสนุนศาสนา-การเมือง สถาปนาสถาบันกษัตริย์ ทั้งฝ่ายนับถือศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธ ทำให้ได้รับการยกย่องสืบเนื่องจนปัจจุบัน

อารายธรรมจีน ใกล้ชิดเศรษฐกิจ-การเมืองอย่างสนิทสนมกลมกลืนในชีวิตประจำวันของสามัญชน แต่เสมือนใกล้เกลือกินด่าง สถาบันการศึกษาไทยด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีไม่ให้ราคา

 

บรรพชนร่วมกับอุษาคเนย์

คนไทยมีบรรพชนร่วมกับคนอาเซียน หรือบรรพชนคนไทยและอาเซียนเป็นพวกเดียวกันหรือเป็นเครือญาติกัน ไทยกับอาเซียนจึงมีความหลากหลายที่คล้ายคลึงกันในทางสังคมและวัฒนธรรม

ทั้งนี้เพราะไทยเป็นลูกผสมร้อยพ่อพันแม่ มีพัฒนาการเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนในอุษาคเนย์ ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ผู้คนและดินแดนไทยล้วนเป็นส่วนหนึ่งของผู้คนและดินแดนที่เป็นอาเซียนอย่างแยกออกจากกันมิได้

เหตุสำคัญ 2 อย่าง ที่ทำให้ไทยเป็นลูกผสมร้อยพ่อพันแม่ เนื่องจาก

(1) ไทยมีพื้นที่เป็นคาบสมุทร และอยู่กึ่งกลางอาเซียน เป็นจุดนัดพบตะวันตก-ตะวันออกของคนนานาชาติพันธุ์

(2) อาเซียนโบราณพื้นที่กว้างขวาง แต่มีคนน้อย รัฐต่างๆจึงต้องการผู้คนเพิ่มเติมโดยกวาดต้อนโยกย้ายถ่ายเทตลอดเวลา ยิ่งทำให้มีการผสมผสานมากขึ้นทางชาติพันธุ์ร้อยพ่อพันแม่

 

ไทยยกตัวเองออกจากอาเซียน

จุดอ่อนของประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย คือยกตัวออกต่างหากจากประวัติ ศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียนในอุษาคเนย์

เพราะหลงว่าไทยเป็นกลุ่มชนที่มีเชื้อชาติบริสุทธิ์สะอาดปราศจากเจือปน เรียกไทยแท้ โดยมีแหล่งกำเนิดอยู่เทือกเขาทางเหนือๆ จีนขึ้นไป และมีความเป็นมาเก่าแก่ยิ่งใหญ่กว่าจีน บางทีหลงว่าเป็นพี่เอื้อยของจีนด้วยซ้ำ

ความคิดแล้วเชื่ออย่างนี้ มีผู้รู้ครูบาอาจารย์ตรวจสอบพบว่าเริ่มตั้งแต่ราว ร.5 ยุคล่าอาณานิคม โดยปลูกฝังครอบงำให้เชื่อสืบเนื่องมา จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังมีไม่น้อยที่เชื่ออย่างนั้น แล้วบิดเบือนโดยเพิ่งสร้างว่าไทยมีลักษณะเฉพาะของตนเอง มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของตนเอง ซึ่งไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

ซึ่งล้วนตรงข้ามความจริงที่มีพยานหลักฐานหลากหลายรองรับอย่างแข็งแรง