หน้าแรก คอลัมนิสต์ กลยุทธ์ การรอ...

กลยุทธ์ การรอ พรรค’นักการเมือง’ ใครถูก’กดดัน’

9.01.17 | 11:45 น.

การออกโรงของ 2 สนช. ไม่ว่าจะจาก นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ไม่ว่าจะจาก พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ดำเนินไปในกระสวนแบบ

“โยนหินถามทาง” อย่างแน่นอน

1 อ้างภาระอันหนักหน่วงที่มีร่างกฎหมายกว่า 100 ฉบับยังค้างอยู่ ขณะเดียวกัน 1 อ้างระยะเวลาอันสั้นเพียง 60 วันในการรับไม้ต่อจาก กรธ.

อ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมในการ “เลื่อน” โรดแมป

เป็นการทำหน้าที่เหมือนที่บุคคลอย่าง นายวันชัย สอนศิริ และเหมือนที่บุคคลอย่าง นายเสรี สุวรรณภานนท์ เคยทำ

Advertisement

นั่นก็คือ อ่านใจ “คสช.” แล้วออก “เคลื่อนไหว”

เป้าหมายมิได้อยู่ที่การหยั่งเชิงต่อบรรดาพรรคการเมืองหรือนักการเมือง หากแต่ตรวจสอบอุณหภูมิความรู้สึกของประชาชน

เล่นบท “สมิงพระราม” อาสาแทน “นาย”

และพลันที่ “ปฏิกิริยา” อันเกิดขึ้นมิได้เป็นไปอย่างที่มุ่งมาดและคาดหวัง น้ำเสียงของ “นาย” จึงมิได้เป็นไปแบบเดียวกับเหล่า “สมิงพระราม” ที่อาสา

“โรดแมป” ก็ยังคือ “โรดแมป”

 

ต้องยอมรับว่าท่าทีอันสะท้อนมาจากพรรคการเมืองและนักการเมืองดำเนินไปอย่างเป็นเอกภาพ และอ่านเกมที่ออกมาอย่างทะลุ

มิได้ทะลุอย่างธรรมดา หากทะลุอย่าง “ปรุใส”

รู้ด้วยว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นใคร มีบทบาทอย่างไรก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

เป็นบทบาทที่สัมพันธ์กับ “กปปส.” แนบแน่น

รู้ด้วยว่า พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม เป็นใคร มีบทบาทอย่างเงียบเชียบอย่างไรก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2547

และมีบทบาทอย่างไรจากนั้นเรื่อยมาจนถึง “โรดแมป” ล่าสุด

ท่าทีของนักการเมือง ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะมาจากพรรคชาติไทยพัฒนา และไม่ว่าจะมาจากพรรคประชาธิปัตย์

จึงเปี่ยมด้วยความสุขุม สะท้อนลักษณะแห่งคัมภีรภาพ

1 พวกเขามิได้ปฏิเสธต่อความเรียกร้องต้องการของ “การเลือกตั้ง” ขณะเดียวกัน 1 ความเรียกร้องต้องการนั้นก็มิได้ดำเนินไปอย่างผลีผลาม

อยาก “เลือกตั้ง” แต่ก็ไม่ “รีบร้อน” จนหน้ามืด

ในความเป็นจริง นักการเมืองตกอยู่ในลักษณะถูกกระทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 มาแล้ว

จึงมิได้อยากที่จะ “อดทน” และ “รอคอย”

ที่ยืนยันในเรื่องปลายปี 2560 เป็นเพียงท่วงทำนองที่ตอกย้ำในเรื่องกำหนดวาระแห่ง “โรดแมป” อันมาจาก คสช.และรัฐบาล

เสมอเป็นเพียงการทวงถามตาม “คำสัญญา”

แต่ในความเป็นจริง นักการเมืองตระเตรียมความคิดจิตใจว่า โอกาสที่จะ “เลื่อน” จากปลายปี 2560 ไปเป็นต้นหรือกลางปี 2561 มีความเป็นไปได้สูงอย่างยิ่ง

ทุกอย่างดำเนินไปแบบ “ยิ้มเห็นแก้ม” และ “แย้มเห็นไรฟัน”

เป็นแก้มของบรรดา สนช. เป็นแก้มของบรรดา กรธ. และยิ่งกว่านั้นยังประจักษ์ในไรฟันของ ครม. และไรฟันของ คสช.ครบถ้วน

ล้วนหายใจร่วมรูจมูกเดียวกัน

แม้ สปท.ท่านหนึ่ง คือ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร จะไม่รู้ร้อนหนาวในเรื่องการเลื่อน “โรดแมป” และตั้งความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่า จะอยู่นานเพียงใดก็ได้ขอให้มี “ผลงาน”

คำถามก็คือ ตรงไหนเล่าที่เป็น “ผลงาน”

ขนาดรัฐประหารผ่านมาแล้วเกือบ 3 ปี

แต่จนแล้วจนรอดการวางศิลาฤกษ์รถไฟความเร็วสูงก็ยังไม่สามารถเริ่มต้นได้ ทั้งที่มีมาตรา 44 อยู่ในกำมือ

แล้วจะไปถามหา “ผลงาน” จากอะไร

 

ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์จึงสรุปร่วมกัน

สรุปร่วมกันว่า รอคอยมาแล้ว 2 ปี จะรอคอยต่อไปอีกเป็นปีที่ 3 มิได้หนักหนาสาหัสอะไรเลย เพราะยิ่งใกล้ “โรดแมป” ความกดดันมิได้อยู่ที่ “นักการเมือง”

เหล่า “แม่น้ำ 5 สาย” ต่างหากที่จะอืดเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว