หน้าแรก คอลัมนิสต์ ก้าวสู่ปีที่ ...

ก้าวสู่ปีที่ 40 โดย ปราปต์ บุนปาน

9.01.17 | 14:15 น.

ช่วงปลายปีที่แล้ว มีโอกาสพบปะสนทนากับมิตรสหายจากประเทศเพื่อนบ้านร่วมประชาคมอาเซียนรายหนึ่ง

สิ่งหนึ่งที่ชวนสะดุดใจระหว่างพูดคุยกันก็คือ มิตรสหายผู้นั้น มักวัดความสำเร็จ, ความล้มเหลว, ความก้าวหน้า, ความล้าหลัง, ภาวะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ตลอดจนพัฒนาการที่ค่อยๆ คลี่คลายตัวเองทีละน้อย ทางด้านการเมือง สังคม หรือวัฒนธรรมของประเทศบ้านเกิด ผ่านการอ้างอิงกรอบเวลาที่ยาวนานมาก

นั่นคือ กรอบเวลาในระดับ “ศตวรรษ”

บ่อยครั้ง เรื่องราวที่ได้รับฟังจากปากของเขา จึงเป็น “ความคาดหวัง” ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคตข้างหน้า หลังจากตลอด 1-2 ศตวรรษที่ผ่านมา “ความเปลี่ยนแปลง” ดังกล่าวยังเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้ามากๆ

ย้อนกลับมาที่ประเทศไทยเอง แม้ “ขาข้างหนึ่ง” ของเรา จะย่างก้าวเหยียบลงไปบนวิถีชีวิตแบบ “ดิจิทัล” หรือความใฝ่ฝันถึงสังคมยุค “4.0”

Advertisement

ที่เชื่อกันว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่าง “รวดเร็ว” วันต่อวัน ชั่วโมงต่อชั่วโมง นาทีต่อนาที

แต่คงไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่า ในอีกด้านหนึ่ง “สังคมไทยทุกวันนี้” ก็คือ ผลลัพธ์ซึ่งก่อกำเนิดขึ้นจากบริบทและสถานการณ์ทางสังคมการเมือง ตลอดช่วง “หนึ่งทศวรรษ” ที่ผ่านมา เป็นอย่างน้อย

ไม่ว่าใครจะมองว่า “สังคมไทย” มีหรือไม่มีปัญหา

ไม่ว่าปัญหาของ “สังคมไทย” (ถ้ามี) จะเกิดจาก “ภาวะไม่เป็นประชาธิปไตย” หรือ “ภาวะประชาธิปไตย” ก็ตาม

กรอบเวลาในระดับ “ทศวรรษ” จึงเหมาะสมกับการวิเคราะห์สังคมไทยร่วมสมัยมากพอสมควร

วันที่ 9 มกราคม 2560 หนังสือพิมพ์มติชนจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 40

ถ้าพิจารณาจากกรอบเวลาเป็นรายปี ก็นับว่ามีอายุยาวนานประมาณมนุษย์ “วัยกลางคน”

แต่หากพิจารณาจากกรอบเวลาเป็นทศวรรษ สื่อมวลชนอย่าง “มติชน” ก็เพิ่งก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4

ไม่ได้ยาวนานถึงระดับศตวรรษ ทว่า ก็ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาไม่น้อย

จากปี 2521 ถึง 2560 สถานการณ์บางด้านของสังคมไทยอาจคล้ายมิได้เปลี่ยนแปลงไปเลย

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการประกอบธุรกิจสื่อมวลชน ไปพร้อมๆ กับการดำรงความเป็น “สื่อกลาง” ซึ่งทำหน้าที่ปรับประสานต่อรองระหว่าง “กลุ่มอำนาจต่างๆ” และ “ประชาชนฝ่ายต่างๆ” ภายหลังโศกนาฏกรรมทางการเมืองและการปรับดุลอำนาจทางการเมืองครั้งใหญ่ ณ ปี 2521

ก็ย่อมเป็น “มรดกล้ำค่า” และ “พันธกิจสำคัญ” ที่ตกทอดมาสู่คนรุ่นหลังในองค์กรสื่อแห่งเดียวกัน ณ ปี 2560 ซึ่งเริ่มต้นทำงานระหว่างทศวรรษแห่งความปรวนแปร อันมีองค์ประกอบหลักเป็นโศกนาฏกรรมทางการเมืองและความพยายามจะปรับดุลอำนาจทางการเมืองเหมือนๆ กัน

แต่ในอีกแง่มุม สถานการณ์หลายด้านก็เปลี่ยนแปลงไปไกลเกินคาดคิด

ถ้าพูดเชิงธุรกิจล้วนๆ การทำสื่อประเภท “ข่าว” แบบเพียวๆ ก็มีโอกาสอยู่รอดในตลาดได้ไม่มากนัก

คำถามว่า “ข่าว” คืออะไร? และความต้องการจะถ่างขยายนิยามของ “ข่าว” ออกไปให้กว้างและหลวมที่สุด จึงกลายมาเป็นปริศนาและธงสำคัญของ “คนทำข่าว” ในยุค 2560

ท่ามกลางสภาพการแข่งขันและมาตรวัดความสำเร็จ ที่ไม่ได้มีคู่ต่อสู้เป็นเพียง “คนทำข่าว” ด้วยกัน แต่ยังรวมถึง “สื่อบันเทิง” นานาชนิด, เน็ตไอดอลที่ผุดพรายขึ้นมิขาดสาย ตลอดจน “คอนเทนต์ทางเลือก” จำนวนมากมายมหาศาลในโซเชียลมีเดีย/อินเตอร์เน็ต

ท่ามกลางคำถาม-คำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อ “รูปแบบ” และ “เนื้อหา” การทำงานของสื่อมวลชนกระแสหลักในยุคปัจจุบัน

ท่ามกลางความสงสัย-ไม่เชื่อมั่นต่อแนวคิดนามธรรม อาทิ “คุณธรรม” หรือ “จริยธรรม” ที่เอามาสั่งสอน/ควบคุม หรือนำไปใช้คุยข่มใส่ใครไม่ได้ง่ายๆ อีกต่อไป

การก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ขององค์กรสื่อแห่งหนึ่ง จึงต้องเหยียบย่างลงบนรอยทางที่ “คล้าย” จะคุ้นเคย ไปพร้อมๆ กับ การคลำหาหนทางอันคลุมเครือ ซึ่งไม่เคยปรากฏชัดแก่สายตามาก่อน