หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน ว้าวุ่น‘ใบอนุ...

ว้าวุ่น‘ใบอนุญาต’

3.10.23 | 12:30 น.

ว้าวุ่น‘ใบอนุญาต’

เริ่มเข้าสู่ไตรมาส 4 แล้ว ขณะที่รัฐบาลใหม่เพิ่งเริ่มทำงานยังไม่ถึงเดือน แต่ประชุม ครม.นัดแรกเมื่อ 13 กันยายน ก็ออกหมัดรัวๆ ทันที ไม่ต้องโชว์ฟุตเวิร์กให้เสียเวลา

ประเดิมด้วยการลดค่าไฟและน้ำมันดีเซล พร้อมออกมาตรการวีซ่าฟรีให้ชาวจีนและคาซัคสถาน ตั้งแต่ 25 กันยายนถึงกุมภาพันธ์ 2567 เพื่อเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยว

ก่อนหน้านั้น “เศรษฐา ทวีสิน” เพิ่งเป็นนายกฯคนที่ 30 หมาดๆ ยังไม่มี ครม.ก็บินลงภูเก็ต-พังงา เมื่อ 25-26 สิงหาคม ไปรับฟังปัญหาจากภาคส่วนต่างๆ มาก่อนแล้ว

ตอนนี้มีต่างชาติเข้ามาไทยแตะ 20 ล้านคนแล้ว ขณะที่ช่วงปลายปีจะเข้าสู่ไฮซีซั่น จึงมีโอกาสสูงที่จะมีต่างชาติเข้าไทย 25-30 ล้านคน และมีรายได้รวมกับคนไทยเที่ยวในประเทศตามเป้าที่ตั้งไว้ 2.38 ล้านล้านบาท

Advertisement

รายได้จากการท่องเที่ยว เป็นเชื้อไฟอย่างดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้รวดเร็วและเป็นวงกว้าง เพราะการจับจ่ายใช้สอยจากนักท่องเที่ยวไม่ต้องผ่านห่วงโซ่อะไรมากมาย

ส่วนภาคส่งออกที่เป็นเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จากที่หมุนช้าลงเนื่องจากเศรษฐกิจโลกซบเซา ทำให้มูลค่าการส่งออกติดลบมา 10 เดือนต่อเนื่อง เพิ่งจะขยับขึ้นมาบวก ที่ 2.6% เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ตามวัฏจักรช่วงปลายปีจะมีออเดอร์ค่อนข้างหนาแน่น เพราะต่างชาติจะสั่งซื้อเข้าสต๊อกรอขายช่วงเทศกาลปลายปี ดังนั้น มีโอกาสที่การส่งออกของไทยจะเป็นบวกต่อเนื่อง

ถือเป็นสัญญาณดี ที่การท่องเที่ยวและการส่งออก เริ่มขับเคลื่อนดีขึ้น

อีกฟันเฟืองคือ การลงทุน ซึ่ง “เศรษฐา” ออกไปประเดิมเจรจาดึงยักษ์ธุรกิจต่างชาติ เมื่อครั้งไปประชุมยูเอ็นที่สหรัฐ โดยหารือกับผู้บริหารธุรกิจระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น เทสลา ไมโครซอฟท์ และกูเกิล

เมื่อเร็วๆ นี้ “เศรษฐา” ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Next Chapter ประเทศไทย” ในงานสัมมนา “ถอดรหัสลงทุน ก้าวข้ามวิกฤต” จัดโดยหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ก็ปลุกภาคเอกชนช่วยภาครัฐดึงต่างชาติเข้ามา เพื่อเปิดรับการลงทุนครั้งใหญ่

แต่กระนั้น แม้ไทยจะมีปัจจัยบวกมากมายที่ต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุน แต่มีบางเรื่องที่ต่างชาติยังว้าวุ่นมากโดยเฉพาะเรื่องการขอใบอนุญาตต่างๆ ที่มีมากมาย และเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน

การขอใบอนุญาตแต่ละเรื่องใช้เวลานานมาก ขณะที่การทำธุรกิจในปัจจุบันต้องใช้ความรวดเร็ว หากได้ใบอนุญาตช้าไป เทคโนโลยีที่เตรียมจะนำมาใช้ก็ล้าสมัยไปแล้ว

แม้ที่ผ่านมา หลายหน่วยงานจะฮิตกันมากในการเปิด “วัน สต๊อป เซอร์วิส” แต่มันไม่ได้จบที่เดียวจริง เพราะวัน สต๊อปฯ หน่วยงานนี้ ต้องไปต่อ วัน สต๊อปฯ อีกหน่วยหนึ่ง และที่อื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนั้นแต่ละใบอนุญาต ก็มีค่าใช้จ่ายทั้งบนโต๊ะ-ใต้โต๊ะ เมื่อต้องไปขอใบอนุญาตจากหลายหน่วยงาน จาก “วัน สต๊อป เซอร์วิส” เลยกลายเป็น “นัน-สต๊อป เซอร์ชาร์จ”

เร็วๆ นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ “บอร์ดอีอีซี” นัดแรก โดย “เศรษฐา” จะนั่งหัวโต๊ะเอง

หนึ่งในวาระสำคัญ คือให้สำนักงานอีอีซี ดึงหน่วยงานต้นสังกัดมาร่วมออกใบอนุญาตต่างๆ รวม 44 ใบ จากกฎหมาย 13 ฉบับ หากจะมาลงทุนในพื้นที่อีอีซี ยื่นขอจุดเดียวได้ถึง 44 ใบอนุญาต จะเป็น “วัน สต๊อป เซอร์วิส” อย่างแท้จริง ไม่มี “นัน-สต๊อปเซอร์ชาร์จ” ตั้งเป้าเริ่ม 1 มกราคม 2567

รอลุ้นว่า “เศรษฐา” ที่คงมีประสบการณ์ว้าวุ่นกับเรื่องนี้มาบ้าง จะปลดล็อกเรื่องใบอนุญาตที่ขวางการลงทุนนี้หรือไม่ อย่างไร

หากลดความว้าวุ่นของนักลงทุนต่างชาติเรื่องใบอนุญาตได้ จะเพิ่มพลังแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนครั้งใหญ่ และรัฐบาลรอรับโบแดงได้เลย

สราวุฒิ สิงห์เอี่ยม