หน้าแรก คอลัมนิสต์ สถานีรถไฟอยุธ...

สถานีรถไฟอยุธยา อยู่ที่เดิมเมืองเก่าอโยธยา โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

2.10.23 | 17:10 น.
อาคารไม้สถานีรถไฟอยุธยา (เดิมชื่อสถานีกรุงเก่า) สร้างเมื่อแผ่นดิน ร.5 พ.ศ. 2436 เปิดใช้งานเมื่อ พ.ศ. 2439 ต่อมา แผ่นดิน ร.6 พ.ศ. 2464 เปลี่ยนเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ออกแบบก่อสร้างโดยสถาปนิกกรมรถไฟชาวอิตาเลียน นายอัลลิบาเล ริกาซซิ (A. Rigassi) เส้นทางรถไฟกรุงเทพฯ-อยุธยา เป็นเส้นทางรถไฟรุ่นแรกของสยาม เปิดบริการตั้งแต่ พ.ศ. 2439 (ที่มา : https://finearts.go.th/main/view/16474-สถานีรถไฟอยุธยา)

เมืองอโยธยาอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา บริเวณสถานีรถไฟอยุธยา (พื้นที่จะสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงตามโครงการฯ ของกระทรวงคมนาคม) เป็นที่รับรู้ตรงกันของนักปราชญ์ราชบัณฑิตสืบเนื่องมาตั้งแต่ พ.ศ. 2450 แผ่นดิน ร.5 ราว 116 ปีมาแล้ว ถึงปัจจุบัน

กลุ่มอาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร รับจ้างทำ HIA เพื่อสร้างความชอบธรรมให้โครงการรถไฟความเร็วสูงทำลายเมืองอโยธยา เมื่อมีการประชุมรับฟังความคิดเห็น 2 ครั้ง มีเอกสารประกอบ แต่ข้อมูลไม่ครบ เพราะไม่บอกความสำคัญของเมืองอโยธยา เสมือน “พูดแต่เจดีย์ ไม่มีประวัติศาสตร์สังคม”

ก่อนหน้านี้ กรมศิลปากรเข้าใจโดย “พิสดาร” ว่าเมืองอโยธยาอยู่ลพบุรี แต่ยกมาลอยๆ ไม่แสดงหลักฐาน มีข้อความในหนังสือ ประวัติศาสตร์ชาติไทย ว่า “อโยธยา” มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองละโว้หรือเมืองลพบุรีในปัจจุบัน (กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2558 หน้า 75)

นับตั้งแต่กรมศิลปากรทักท้วงกระทรวงคมนาคมเรื่องสถานีรถไฟความเร็วสูงสร้างทับพื้นที่อโยธยา กรมศิลปากรไม่มีคำอธิบายต่อสังคมไทยว่าแท้จริงแล้วอโยธยาคืออะไร? มาจากไหน? อยู่ที่ไหนแน่ๆ?

(1.) ควรมีนิทรรศการชั่วคราวจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา(หรือวังจันทรเกษมก็ได้) พร้อมคำอธิบายพิมพ์เป็นเล่ม หรือผ่านสื่อโซเชียลเรื่องอโยธยา นับตั้งแต่ทักท้วงกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2563

Advertisement

แต่กรมศิลปากรไม่ทำ

(2.) ภาคประชาชนขอใช้สถานที่จัดเสวนาอธิบายข้อมูลเบื้องต้นเรื่องเมืองอโยธยาและมรดกโลก อยุธยา เป็นกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะเรื่องอโยธยา ซึ่งสนับสนุนกรมศิลปากรที่ทักท้วงกระทรวงคมนาคม

แต่กรมศิลปากรไม่อนุญาตให้จัด

(3.) อโยธยาเป็นศูนย์กลางแห่งแรกของคนพูดภาษาไทยและเรียกตนเองว่าไทย พบหลักฐานวิชาการครบถ้วนจำนวนไม่น้อย ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าอโยธยาแทนที่ “สุโขทัยราชธานีแห่งแรก” (ที่ยกเลิกไปแล้ว)

กรมศิลปากรไม่เกื้อกูลเรื่องนี้ทั้งๆ เป็นพื้นที่ต่อเนื่องหรือ “เมืองบริวาร” ของมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา เหมือนจงใจบังคับเมืองอโยธยาสูญหายจากความทรงจำให้สังคม “ดักดาน” กับข้อมูลและแนวคิด “พ้นสมัย” ซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อพลังสร้างสรรค์ “ซอฟต์ เพาเวอร์”

อาคารปัจจุบันสถานีรถไฟอยุธยา
อาคารปัจจุบันสถานีรถไฟอยุธยา
  • “รถไฟความเร็วสูง” เลี่ยงไป สถานีรถไฟอยุธยาอยู่ที่เดิม

ประชาชนและนักวิชาการจำนวนหนึ่งลงชื่อพร้อมจดหมายเปิดผนึกสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูง ผ่านพระนครศรีอยุธยา โดยแยกที่ตั้งสถานีรถไฟออกจากกัน ตามความเห็นของกรมศิลปากร ตั้งแต่ พ.ศ. 2563 และคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ตั้งแต่ พ.ศ. 2564

สถานีรถไฟอยุธยา อยู่เมืองเก่าอโยธยาที่เดิมตามปกติ (ไม่ย้ายที่ตั้ง)

สถานีรถไฟความเร็วสูง แยกไปต่างหาก เช่น อยู่เมืองใหม่อยุธยา (สายเอเชีย) หรือเลี่ยงไปยังสถานีรถไฟถัดออกไปซึ่งอยู่ในเขตพระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้มีรายงานการประชุม จะคัดสาระสำคัญมาเป็นพยานดังต่อไปนี้

พระนครศรีอยุธยาปัจจุบัน(ซ้าย) สถานีรถไฟอยุธยา (วงสีแดง) อยู่ในพื้นที่เมือง อโยธยา (กลาง) แม่น้ำป่าสัก (สายใหม่) เดิมเรียกคูขื่อหน้า ซึ่งเป็นคูเมืองด้านตะวันตกของเมืองอโยธยา แต่ภายหลังถูกขยายเป็นแม่น้ำ (ขวา) ตลาดหัวรอและพีนที่ต่อเนื่องในเกาะเมืองอยุธยา (ภาพจาก โดรน มติชนทีวี)
  • ความเห็นกรมศิลปากร พ.ศ. 2563

กรมศิลปากรบอกกระทรวงคมนาคมว่าพื้นที่จะสร้างสถานีฯ (1.) เป็นแหล่งโบราณสถานอโยธยา และใกล้พื้นที่มรดกโลก จึงขอให้หลีกเลี่ยง (2.) ยูเนสโกห่วงกังวลถึงผลกระทบต่อพื้นที่มรดกโลกอยุธยาและเมืองบริวาร (คืออโยธยา)

รายงานการประชุมหารือกรณีสถานีอยุธยาของโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา (ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ชั้น 4 อาคารกรมศิลปากร เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 น.) ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย

(1.) ฝ่ายกรมศิลปากร (อธิบดีฯ)
(2.) ฝ่ายกระทรวงคมนาคม (รองปลัดกระทรวงฯ รักษาการอธิบดีกรมการขนส่งทางราง)

สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายสถาพร เที่ยงธรรม (ผู้อำนวยการกองโบราณคดี กรมศิลปากร) แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าจากการประชุมคณะกรรมการวิชาการเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน ครั้งที่ 2/2563 เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2563 ได้พิจารณากรณีสถานีอยุธยา ของโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา แล้วมีมติดังนี้

1.แจ้งการรถไฟแห่งประเทศไทยเรื่องพื้นที่ที่ประสงค์จะก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงนั้น อยู่ในพื้นที่โบราณสถานอโยธยา ซึ่งปรากฏร่องรอยโบราณสถานสําคัญ อาคารสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยาเป็นโบราณสถานซึ่งอยู่ในระหว่างดําเนินการประกาศขึ้นทะเบียน การรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรก่อน จึงจะดําเนินการก่อสร้างได้

2.กรมศิลปากรพิจารณารูปแบบสถานีรถไฟความเร็วสูงที่นําเสนอแล้ว มีความเห็นดังนี้

2.1 ที่ตั้งของสถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่ใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา การก่อสร้างสมควรคํานึงถึงบริบทความสําคัญของพื้นที่ และสมควรพิจารณาทางเลือกในการออกแบบสถานีอีกครั้งที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของแหล่งโบราณสถาน เช่น การให้ระบบรางผ่านลงใต้ดิน หรือให้ผ่านทางลอดที่กดลงใต้ดิน (คลองแห้ง) หรือพิจารณาเบี่ยงแนวเส้นทางออกไปเป็นเส้นทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อโบราณสถาน หรือย้ายสถานที่ตั้งสถานีรถไฟอยุธยาจากบริเวณเดิมไปยังสถานีรถไฟอยู่ถัดออกไป เช่น สถานีรถไฟบ้านม้า (ทางทิศเหนือ) หรือสถานีรถไฟบ้านโพธิ์ (ทางทิศใต้)

2.2 ในแง่สถาปัตยกรรม เห็นว่ารูปแบบอาคารสถานีมีขนาดใหญ่ ผืนหลังคาผืนใหญ่เป็นผืนเดียวไม่มีการลดทอนส่วน อาจมีผลกระทบต่อคุณค่าความเป็นมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้อาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงที่โอบล้อมโบราณสถานสถานีรถไฟเดิมมีโครงสร้างคานคร่อมผ่านข้ามไปมา การออกแบบไม่ได้ส่งเสริมหรือให้ความสําคัญกับคุณค่าของโบราณสถานสถานีเดิม จึงไม่เห็นด้วยกับรูปแบบสถานีความเร็วสูงที่นําเสนอดังกล่าว

2.3 รถไฟความเร็วสูงในเส้นทางตามโครงการฯ ดังกล่าว มีหลายพื้นที่ที่ผ่านเข้าไปใกล้เขตที่ตั้งของโบราณสถาน เช่น โบราณสถานสถานีรถไฟบางปะอิน ทําให้โบราณสถานได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกันกับสถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา ดังนั้น จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยส่งรายละเอียด รูปแบบร่างและอาคารสถานีในแนวเส้นทางเดินรถไฟความเร็วสูงตลอดทั้งเส้นทางให้กรมศิลปากรพิจารณาด้วย ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจมีต่อโบราณสถาน

3.ให้แจ้งข้อคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับผลกระทบต่อโบราณสถานในบริบทของมรดกโลกของการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงพระนครศรีอยุธยา ต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกด้วย และแจ้งสํานักงานนโยบายและแผนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการแห่งชาติฯ เพื่อพิจารณาดําเนินการที่เกี่ยวข้อง

นายสถาพร เที่ยงธรรม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ศูนย์มรดกโลก องค์การยูเนสโก ได้มีหนังสือแจ้งมายังผู้แทนประเทศไทยเกี่ยวกับข้อห่วงกังวลถึงผลกระทบของโครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ที่มีต่อมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและเมืองบริวาร โดยได้แจ้งให้รัฐบาลไทยจัดส่งรายละเอียดการดําเนินงานไปยังศูนย์มรดกโลก และกําหนดให้รัฐบาลไทยทําการศึกษาผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม หรือ HlA (Heritage Impact Assessment) ด้วย

นอกจากนั้น นางสาวมนัชญา วาจก์วิศุทธิ์ ผู้อํานวยการกลุ่มวิชาการอนุรักษ์โบราณสถาน สํานักสถาปัตยกรรม ได้แจ้งที่ประชุมว่า อย่าเพิ่งตัดประเด็นในการพิจารณาตําแหน่งที่เหมาะสมในการสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูง โดยพิจารณาทางเลือกอื่นบริเวณสถานีบ้านม้าหรือสถานีบ้านโพธิ์ ซึ่งอยู่ถัดไปทางด้านเหนือและใต้ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับโบราณสถานและแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา 

  • มติคณะกรรมการแห่งชาติฯ พ.ศ. 2564

คณะกรรมการแห่งชาติฯ รายงานนายกฯ ว่ามีมติให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาหลีกเลี่ยงพื้นที่อโยธยาซึ่งเป็นเมืองบริวารมรดกโลก อยุธยา

คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกจดหมายด่วนที่สุด (ลงนามโดยพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก) รายงานนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) เรื่องการดําเนินงานการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีรถไฟอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา [ที่ ทส (กอม) 1003/100] ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 มีสาระสำคัญ ดังนี้

1.กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่าศูนย์มรดกโลกในฐานะหน่วยประสานงานกลาง

เกี่ยวกับมรดกโลก ภายใต้องค์การยูเนสโก มีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีรถไฟอยุธยาฯ ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และพื้นที่ใกล้เคียง

จึงขอให้ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (Heritage Impact Assessments, HlAs) ก่อนการดําเนินการ และหารือกับศูนย์มรดกโลกก่อนที่จะเกิดปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้

2.คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 พิจารณาการดําเนินงานการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีรถไฟอยุธยาฯ ซึ่งมีแนวเส้นทางการดําเนินงาน ระดับความสูงของสันรางรถไฟ และรูปแบบอาคารสถานีที่มีขนาดใหญ่ อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่แหล่งมรดกโลก

จึงมีมติมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีรถไฟอยุธยาฯ ในทางเลือกแนวทางที่ 1 การก่อสร้างอุโมงค์ลอดผ่านพื้นที่มรดกโลก หรือแนวทางที่ 2 การเปลี่ยนเส้นทางใหม่ โดยอ้อมพื้นที่มรดกโลก

โดยมอบหมายให้กรมศิลปากร หารือกรมการขนส่งทางราง และการรถไฟแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการดําเนินการจัดทํารายงาน HIAs นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งให้นําความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการฯ ไปประกอบการพิจารณาจัดทํา HIAs

ในการนี้ เห็นควรมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม หารือกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบแหล่งมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวกับแนวเส้นทางระดับความสูงของสันรางรถไฟ และตัวอาคารสถานี เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกก่อนการดําเนินการใดๆ

  • หนังสือจากสำนักนายกฯ 2564

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล มีหนังสือ ที่ นร. 0403 (กน) 8585 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เรื่องการดำเนินงานก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีรถไฟอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ดังนี้

ด้วย รองนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก กราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงสถานีรถไฟอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจส่งผลพระทบกับพื้นที่แหล่งมรดกโลก รายละเอียดปรากฏตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้นำกราบเรียนนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้กระทรวงคมนาคม หารือกับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบแหล่งมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวกับแนวเส้นทางระดับความสูงของสันรางรถไฟและตัวอาคารสถานีรถไฟอยุธยา เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกก่อนการดำเนินการใดๆ ตามที่คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเสนอ