หน้าแรก คอลัมนิสต์ ลำพูน : เมือง...

ลำพูน : เมืองอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมแห่งล้านนา : โดย วิทยา เกษรพรหม

12.01.17 | 13:02 น.

   เคลื่อนขบวนทวนยุคการรุกรบ        หมายบรรจบความจริงอันยิ่งใหญ่
เทิดพระนาม “จามเทวี” หริภุญไชย     เชื่อมตำนานล้านนาไทยหมายเชิดชู
สืบประวัติวัฒนาอารยะ                    คารวะภูมิปัญญาซึ่งยังอยู่
ลมหายใจในอดีตไม่ผิดครู             ให้โลกรู้ค่าล้ำเมืองลำพูน

                         โชคชัย บัณฑิต กวีชีไรต์ ปี พ.ศ.2544

ลําพูน เดิมชื่อเมืองหริภุญไชย เป็นเมืองเก่า มีอายุกว่า 1,340 ปี ตามพงศาวดารโยนกเล่าสืบต่อกันถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย โดยฤาษีวาสุเทพเป็นผู้เกณฑ์พวกเม็งคบุตร หรือชนเชื้อชาติมอญมาสร้างเมืองนี้ขึ้น ในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำกวงและแม่น้ำปิง เมื่อสร้างเสร็จได้ส่งทูตไปเชิญราชธิดากษัตริย์เมืองละโว้พระนาม “จามเทวี” มาเป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองหริภุญไชย สืบราชวงศ์กษัตริย์ต่อมาหลายพระองค์

จนกระทั่งถึงสมัยพระยายีบาจึงได้เสียการปกครองให้แก่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้รวบรวมแว่นแคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรล้านนา

เมืองลำพูน ถึงแม้ว่าจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านนา แต่ก็ได้เป็นผู้ถ่ายทอดมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมให้แก่ผู้ที่เข้ามาปกครอง ดังปรากฏหลักฐานทั่วไปในเวียงกุมกาม เชียงใหม่และเชียงราย เมืองลำพูนจึงยังคงความสำคัญในทางศิลปะและวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา จนกระทั่งสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมืองลำพูนจึงได้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย มีผู้ครองนครสืบต่อกันมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เมื่อเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย คือ พลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย เมืองลำพูนจึงเปลี่ยนเป็นจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปกครองสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน (http://www.lamphun.go.th)

Advertisement

บรรพชนคนเมืองลำพูนได้สร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี โบราณสถาน โบราณวัตถุ และสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นไว้มากมาย เช่น วัดพระธาตุหริภุญไชย (ถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดชาวปีระกา), อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี, วัดจามเทวี มีเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย, คุ้มเจ้าหลวง (เจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองนครลำพูน องค์ที่ 10) เป็นต้น

ปี พ.ศ.2559 เมืองลำพูนได้รับคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็นเมืองต้องห้ามพลาดพลัส เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับจังหวัดลำปาง (ลำปาง Plus ลำพูน) ด้วยการประชาสัมพันธ์ที่ว่า “…เมื่อได้ไปเยือน กลิ่นอายของวันวานจากตำนาน ‘หริภุญไชย’ แห่งนี้ จะทำให้คุณเหมือนได้ย้อนไปสู่วิถีวันวาน ที่มีความสงบ การใช้ชีวิตแบบเนิบช้า ไม่เร่งรีบแข่งกับเวลา และความงดงามของศิลปวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดผ่านทางแหล่งท่องเที่ยวทั้งวัดวาอาราม เจดีย์เก่าแก่ ศิลปะล้านนาแท้ที่มีลวดลายอันวิจิตรงดงาม อีกทั้งงานหัตถกรรมที่สั่งสมกันมาอย่างยาวนานจนเป็นสินค้าขึ้นชื่อ อย่างผ้าไหมยกดอก บวกกับอาคารบ้านเรือนต่างๆ ที่ยังคงแบบโบราณเอาไว้ ทำให้ใครต่อใครที่ได้แวะเวียนมา ‘ลำพูน’ พากัน ‘ประทับใจ’ ไม่รู้ลืม…” (http://www.tnews.co.th/html/)

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคโลกาภิวัตน์ ยุคของข้อมูลข่าวสาร ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยี ฯลฯ อย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัดต่อทุกประเทศ ทุกองค์กร ทุกท้องถิ่นทั่วโลกอย่างไม่มีข้อยกเว้น

สถาบันพระปกเกล้ากับการเปลี่ยนแปลง

เป็นโอกาสดีที่ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน รุ่นที่ 3 โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานคณะกรรมการหลักสูตร ภายใต้การดูแลของ รศ.วุฒิสาร ตันไชย, ผศ.ดร.อรทัย ก๊กผล สถาบันได้กำหนดให้มีเอกสารวิชาการกลุ่ม โดยศึกษาเมืองต้นแบบ 8 แห่ง ได้แก่ อบจ.สุพรรณบุรี จังหวัดกีฬา, เทศบาลนครเชียงราย เมืองการศึกษา, เทศบาลเมืองยโสธร เมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เมืองสุขภาพ, เทศบาลเมืองลำพูน เมืองอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม, เทศบาลเมืองทุ่งสง เมืองจัดการน้ำและความหลากหลายทางชีวภาพ, เทศบาลเมืองบึงยี่โถ เมืองผู้สูงอายุ และเทศบาลเมืองพนัสนิคม เมืองสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอกสารวิชาการมี 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ประมวลสรุปข้อมูลพื้นฐานต่างๆ แนวทางศึกษา วิธีเก็บข้อมูล ขั้นตอนการศึกษา ส่วนที่ 2 ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ผ่านมา ส่วนที่ 3 ทิศทางและก้าวย่างในอนาคต ส่วนที่ 4 ข้อเสนอการพัฒนาพื้นที่และการปฏิรูป

หลักสูตรยังกำหนดให้มีเอกสารวิชาการส่วนบุคคล เพื่อนำเมืองต้นแบบหรือนำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาอบรมในหลักสูตรมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนอีกด้วย

เจ้าแม่จามเทวี
เจ้าแม่จามเทวี

เทศบาลเมืองลำพูนยังคงอยู่ เชิดชูรู้ค่าทำหน้าที่

ผู้เขียน ปลัด ทต.เมืองบางขลัง จ.สุโขทัย ได้มีโอกาสทำงานร่วมกับ ประภัสร์ ภู่เจริญ นายก ทม.ลำพูน, เกรียงศักดิ์ เหลืองวิลัย นายก ทต.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี, ทิวา สังขบุญญา นายก ทต.เชิงแส จ.สงขลา, มะสดี หะยีปิ นายก ทต.ท่าสาป จ.ยะลา, นิรุตดิ์ เหรียญสุวงษ์ วิศวะชลประทานเชี่ยวชาญ, ปรีชา วรกุล นายก ทต.ฟ้าฮ่าม จ.เชียงใหม่, จ.กำแพงเพชร 3 ท่าน ธำรง จันคง นายก ทต.ลานกระบือ, ไพโรจน์ พุ่มไพศาลชัย นายก ทต.ปากดง, วัฒนา ศรีวิไล นายก อบต.บ่อถ้ำ, สุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ นายก ทม.มุกดาหาร, สุเมธ ตั้งประเสริฐ เลขาฯ นายก อบจ.ตาก พบว่า

จากการเป็นเมืองประวัติศาสตร์ เมืองพุทธศาสนา ที่มีมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ร่องรอยของการสร้างบ้านแปงเมืองในสมัยก่อนยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตเมืองชั้นใน และได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์ของเมืองลำพูนในวันนี้

แต่กระแสสังคม วัฒนธรรม ประเพณีของโลกตะวันตกที่เชี่ยวกราก ทำให้เมืองลำพูนมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงจากเดิมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวิถีชีวิต ซึ่งอาจมีผลทำให้เขตเมืองเก่าลำพูนสูญเสียลักษณะอันเป็นอัตลักษณ์ของเมืองลำพูนไป เทศบาลเมืองลำพูนจึงจำเป็นที่จะต้องหาแนวทางป้องกันสิ่งที่จะเกิดขึ้น โดยดำเนินกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

ประภัสร์ ภู่เจริญ นายก ทม.ลำพูน จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “ลำพูนเป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ มีคุณภาพชีวิตที่ดี บนวิถีแห่งความพอเพียง” พร้อมให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ “เรือนพื้นถิ่น” ด้วยแนวคิดที่ว่า

“เรือนพื้นถิ่น” ถือเป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่แสดงถึงรากเหง้าทางภูมิปัญญาวัฒนธรรม เรือนที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาและในบริบทที่ต่างกัน แสดงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่แต่ละช่วงเวลา เสมือนสมุดบันทึกเรื่องราวจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาผ่านทางงานสถาปัตยกรรม การออกแบบ ซึ่งล้วนมีเหตุผลและหลักการที่คำนึงถึงการใช้สอยและความสบายของผู้อาศัย ผนวกเข้ากับความเชื่อต่างๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

“เรือนพื้นถิ่นลำพูน” ก็มีลักษณะเฉพาะตัวของตนเอง เป็นเรือนไม้ยกใต้ถุนสูง หลังคาทรงจั่วมนิลา ส่วนยอดและมุมตกแต่งด้วยสรไนแฝงภูมิปัญญาพื้นบ้านอันทรงคุณค่ามีเอกลักษณ์และมีความสวยงามส่วนใหญ่สร้างขึ้นมาจากการผสมผสานวัฒนธรรมระหว่างท้องถิ่นกับตะวันตก ซึ่งเข้ามาทำการค้าขายกับคนล้านนาและได้ทิ้งอิทธิพลไว้ในรูปแบบของอาคารบ้านเรือน ซึ่งในปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง

อาคารส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลา การซ่อมบำรุงใช้ทุนทรัพย์สูง และไม่สามารถหาช่างและแหล่งวัตถุดิบทดแทนได้ นอกจากนั้นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทำให้วิถีชีวิตของคนเปลี่ยน เรือนพื้นถิ่นแบบเดิมไม่สามารถตอบสนองความเป็นอยู่แบบใหม่ได้ ทำให้เจ้าของอาคารส่วนใหญ่ที่เป็นทายาทของเจ้าของเดิม ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีชีวิตในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

นำมาสู่การดำเนินกิจกรรมโครงการต่างๆ ตามลำดับ เช่น โครงการ “อนุรักษ์เรือนพื้นถิ่นเพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน” เช่น โครงการแหล่งเรียนรู้ “เฮือนภูมิปัญญา ตามวิถีพอเพียง”, โครงการเรียนรู้รอบเมือง รู้เรื่องถิ่นเกิด, โครงการแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นบ้าน สืบสานภูมิปัญญาเมืองหริภุญชัย, โครงการเปิดบ้านศิลปินทัศนศิลป์เมืองลำพูน, โครงการรถรางนำเที่ยวลำพูน เมืองบุญหลวงแห่งล้านนา, โครงการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมท้องถิ่น (แหล่งเรียนรู้ชุมชนคุ้มเจ้ายอดเรือน), โครงการอนุรักษ์บ้านเก่า, โครงการจัดทำฐานข้อมูลบ้านเก่า

วัดจามเทวี
วัดจามเทวี

โครงการวารสาร VOICE OF LAMPHUN, โครงการศูนย์ข้อมูลวัฒนธรรมร่วมสมัยหริภุญชัย, โครงการสาธารณูปโภคใต้ดิน เพื่อการท่องเที่ยวในเขตเมืองอนุรักษ์, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมพื้นที่มรดกทางวัฒนธรรม, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์กำแพงเมืองเก่าลำพูน, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คูเมืองเก่า, โครงการพัฒนาเส้นทางจักรยานเพื่อการท่องเที่ยว (เมืองปั่นได้ เมืองปั่นดี), โครงการ OTOP SHOWCASE, การวางระบบเสียงตามสายแบบไร้สายทางไกลอัตโนมัติ, โครงการการพัฒนาและยกระดับการท่องเที่ยวในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองลำพูนสู่การเป็น Smart Tourism ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม

จากการพัฒนาสินทรัพย์ที่ผ่านมา ทำให้ได้แหล่งเรียนรู้รอบเมือง ได้แก่ วัดพระธาตุหริภุญชัย, วัดจามเทวี, อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี, วัดพระคงฤาษี, วัดสันป่ายางหลวง, กู่ช้าง-กู่ม้า, พิพิธภัณฑ์ชุมชนเมือง, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย, ศาลพระเจ้าเตโค, วัดประตูลี้, วัดมหาวันวนาราม, ลำพูนผ้าไหมไทย, คุ้มหลวงลำพูน “พลตรีเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ เจ้าผู้ครองลำพูนองค์สุดท้าย”, ภูมิปัญญาของดี 17 ชุมชน

ผู้เขียนได้นำเรื่อง ทม.ลำพูน เสนอ ผศ.ดร.ชุลีรัตน์ จันทร์เชื้อ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อทำการวิจัยส่งเสริมเติมเต็มการท่องเที่ยว ทต.เมืองลำพูนอย่างยั่งยืน และท่าน ดร.ชุลีรัตน์ได้เข้าไปพบพูดคุยกับนายกฯ ประภัสร์ ภู่เจริญ และทีมงาน เมื่อวันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม 2559 ในการนี้ผู้เขียนได้นำเรียนท่าน วีระชัย ภู่เพียงใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนทราบแล้ว และท่านผู้ว่าฯ ยินดีร่วมมืออย่างเต็มที่

ผลงานความร่วมมือเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่เมืองลำพูนโดยการมีส่วนร่วมศึกษาวิจัยของเด็ก ชาวบ้าน และ ทม.ลำพูน ภายใต้การส่งเสริมของ สกว. จะส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์การท่องเที่ยว เป็นการร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่เมืองเก่าลำพูน และเป็นการประกาศนามเจ้าแม่จามเทวีแห่งนครหริภุญไชยให้ชาวโลกได้รับรู้สืบไป

วิทยา เกษรพรหม
นักศึกษาประกาศนียบัตรชั้นสูง ปบถ.3 สถาบันพระปกเกล้า