ลอยกระทงเป็นประเพณีมีความหมายเป็นสากล แต่มีปัญหาเรื่อง “ไม่ซื่อตรง” ในนิยามความเป็นมาและคำอธิบายของราชการอนุรักษนิยม นอกจากนั้นสภาพปัจจุบันหลังลอยกระทงสร้างขยะมหึมาลงแหล่งน้ำสาธารณะและบางส่วนออกอ่าวไทยไปทะเลสมุทร ที่มาตรการกำจัดยังไม่แข็งแรงให้น่าเชื่อถือ
- ดัน “ลอยกระทง” ขึ้นมรดกโลก
นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมหารือการบูรณาการการจัดงานลอยกระทง 2566 ที่ศูนย์ประชุม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)
โดยมี นางโชติกา อัครกิจโสภากุล นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายภูธร ภูมะธน ที่ปรึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม บมจ.ไทยเบฟ นายสุรพล เศวตเสรณี ที่ปรึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม บมจ. ไทยเบฟ คุณวิวรรณ กรรณสูต ที่ปรึกษาบริษัทไทยกรุ๊ปโฮลดิ้งส์ ตัวแทนบริษัท ไทยกรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) สถาบันไทยศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
นางยุพากล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยมีเทศกาลประเพณีลอยกระทง ซึ่งถือเป็นประเพณีที่สำคัญของคนไทย สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาวิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทยอันงดงาม ตลอดจนการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ การรู้คุณค่าของน้ำ และขอขมาพระแม่คงคา
ประกอบกับ วธ. มีนโยบายอนุรักษ์ สืบสาน ส่งเสริมงานวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญของชาติให้คงคุณค่าและเนื้อหาสาระของวัฒนธรรมอันดีงามของไทย รวมถึงส่งเสริมเทศกาลประเพณีของชาติ ให้เป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รองรับนโยบาย Thailand Creative Content Agency หรือ THACCA ของรัฐบาล โดยที่ผ่านมา วธ. บูรณาการกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน จึงร่วมอนุรักษ์ รักษา สืบสานการจัดงานวันลอยกระทงทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เทศกาลประเพณีลอยกระทงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
นางยุพากล่าวต่อว่าหนึ่งในสถานที่การจัดงานวันลอยกระทงที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมงานเป็นจำนวนมาก คือ วัดอรุณราชวราราม ซึ่งเป็นศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมล้ำค่า มีเอกลักษณ์ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกและยังเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทย
ในปีนี้ วธ. จึงได้หารือการบูรณาการร่วมมือกลุ่มบริษัทไทยเบฟ เตรียมพร้อมจัดงานสืบสานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2566 ที่วัดอรุณราชวราราม และหารือรูปแบบการจัดงานให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตานานาชาติด้วยอัตลักษณ์ที่มีเอกลักษณ์ของไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ โดยจะประชุมคณะกรรมการการจัดงานวันลอยกระทง ซึ่งมีกลุ่มบริษัทไทยเบฟเป็นหนึ่งในกรรมการอีกด้วย
“วธ. โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรมอยู่ระหว่างลงพื้นที่ เก็บข้อมูล สำหรับการจัดงานลอยกระทงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเตรียมขอขึ้นทะเบียนเบื้องต้นจากยูเนสโก ในปี 2567 จึงผลักดันให้เตรียมจัดงาน ‘เทศกาลประเพณีวันลอยกระทง’ ของไทย อย่างยิ่งใหญ่ บูรณาการความร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ อย่างเต็มที่ และจัดทำองค์ความรู้เผยแพร่อัตลักษณ์วันลอยกระทงเป็นตอนๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาท่องเที่ยวกันอย่างล้นหลาม สร้างความประทับใจ ดึงดูดให้กลับมาท่องเที่ยวในทุกๆ ปี ตลอดจนผลักดันให้เป็นอีกหนึ่งภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนยูเนสโก ทั้งนี้ วาระดังกล่าวจะถูกนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ต่อไป” นางยุพากล่าว
(ที่มา : https://www.khaosod.co.th/newspaper/news_7914770)
- ก่อนเรียกลอยกระทง
ลอยกระทง มีต้นตอรากเหง้าจากลอยเครื่องเซ่นทางศาสนาผี เพราะเชื่อว่าผีมีอำนาจเหนือธรรมชาติซึ่งบันดาลทุกอย่างได้ตามที่มนุษย์ต้องการ ดังนี้
(1.) เพื่อขอขมาธรรมชาติ (คือดิน, น้ำ และสภาพแวดล้อม) ที่ให้ความอุดมสมบูรณ์เลี้ยงชีวิตมนุษย์ แต่มนุษย์ละเมิดด้วยการทำสกปรกโสโครกในหลายครั้งหลายคราว และ (2.) เพื่อส่งน้ำทั้งมวลที่หลากล้นท่วมนาข้าวให้ไหลลดลง จะได้เก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหาร และมนุษย์ไม่เดือดร้อนที่อยู่อาศัย
ก่อนเรียกลอยกระทง มีพัฒนาการความเป็นมาอย่างย่อๆ ดังต่อไปนี้
[1.] ลอยเครื่องเซ่น ศาสนาผี ประมาณ 3,000 ปีมาแล้ว
[2.] ลอยบายศรี ศาสนาผี ประมาณ 1,500 ปีมาแล้ว หรือราว พ.ศ. 1000
[3.] ลอยโคม “ผี-พุทธ” ประมาณ 1,000 ปีมาแล้ว หรือราว พ.ศ. 1500
[4.] ลอยกระทง ถูกทำเป็นพุทธ ประมาณ 200 ปีมาแล้ว หรือราวหลัง พ.ศ. 2325
หมายเหตุ (1.) วัฒนธรรมเป็นเรื่องของพัฒนาการ ค่อยๆ ก่อรูปขึ้นมาแล้วค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่มีกำหนดตายตัวว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อไร? ทำได้แค่ “ประมาณ” และอาจคลาดเคลื่อนก็ได้ และ (2.) ช่วงเวลาหนึ่งๆ ไม่แยกกันเด็ดขาด แต่มีเหลื่อมล้ำทับซ้อนกันเสมอ เช่น สมัยรัตนโกสินทร์มีลอยกระทงในชุมชนเมือง แต่ชุมชนหมู่บ้านห่างไกลมีลอยบายศรีตามมีตามเกิด หรือลอยเครื่องเซ่นตามยถากรรม เป็นต้น
- ปัญหาของราชการ
ลอยกระทงมีรากเหง้าเป็นวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์ มีความหมายเป็นสากล ซึ่งผลักดันสู่สากลได้ แต่มีปัญหาที่ราชการอนุรักษนิยมโดยบางหน่วยงานของ วธ. ไม่ซื่อตรงต่อหลักฐานความเป็นมาของลอยกระทง (ดูได้จากเพจวัฒนธรรมจังหวัดบางแห่ง) จึงแสดงออก ดังนี้
(1.) โฆษณาเท็จว่าลอยกระทงทำจากใบตองโดยนางนพมาศ เริ่มมีครั้งแรกสมัยสุโขทัย แผ่นดินพ่อขุนรามคำแหง ทั้งๆ หลักฐานวิชาการชัดเจนว่าหนังสือนางนพมาศเป็นเรื่องเล่ามี “นิยาย” แต่งในแผ่นดิน ร.3 แต่สร้างฉากเป็นเมืองสุโขทัย
(2.) โฆษณาเท็จว่าลอยกระทงเนื่องในพุทธศาสนา ทั้งๆ หลักฐานยืนยันว่ารากเหง้าต้นตอจากศาสนาผี แต่ถูกดัดแปลงเป็นพุทธสมัยหลัง
(3.) ข้อมูลเท็จเป็นปฏิปักษ์ต่อความก้าวหน้าของซอฟต์ เพาเวอร์ และขัดกับนโยบาย THACCA ของรัฐบาล
เว้นเสียแต่รัฐบาลและเจ้าของกิจการต้องการข้อมูลเท็จ เพื่อความสำเร็จเฉพาะหน้า

