10 มกราคม 2560
การเมืองไทยส่อเค้าว่าจะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าครั้งใหญ่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวว่า
เนื่องจากวันที่ 9 ม.ค.องคมนตรีมาพบ และสืบเนื่องจากสำนักราชเลขาธิการ ทำเรื่องมาที่รัฐบาลว่า
มีประเด็นที่ต้องหารือในเรื่องรัฐธรรมนูญ หมวดพระมหากษัตริย์
และมีกระแสพระราชดำรัสลงมาว่ามี 3-4 รายการที่จำเป็นต้องแก้ไข
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่เป็นเรื่องพระราชอำนาจของพระองค์ท่าน
“จะทำได้ต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวซึ่งคงใช้เวลาไม่นาน ไม่เกิน 1 เดือน แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราวจะแก้ได้ก่อน
แล้วก็แก้ฉบับร่างรัฐธรรมนูญที่ทูลเกล้าฯส่งขึ้นไป ต้องนำลงมาก่อนแล้วแก้และดำเนินการให้เร็วที่สุด
ยังอยู่ในกรอบเวลา ซึ่งจะครบในวันที่ 6 ก.พ. โดยการแก้ไขใช้เวลาประมาณ 1 เดือนน่าจะเสร็จได้
และจะใช้เวลาไม่เกิน 2-3 เดือนข้างหน้านี้ ที่จะเสนอโปรดเกล้าฯ มาอีกครั้ง
…ทุกอย่างเริ่มสตาร์ตเมื่อมีรัฐธรรมนูญถาวรลงมา เมื่อลงมาก็นับไป จะเลือกตั้งเมื่อไรก็ตามนั้น
ผมไม่ได้ไปดึง ยืด มีใครรู้มาก่อนไหมว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น
ผมก็ยืนยันขั้นตอนของผม 240 วัน 150 วัน 90 วัน บวกกัน”
โดยปลายปีนี้หลังพระราชพิธี ตนจะให้เดินการเมืองได้หลังจากพระราชพิธีพระบรมศพและบรมราชาภิเษก
เมื่อหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีก็จะให้หาเสียง เลือกตั้งปลายปี 2560
และได้รัฐบาลในปี 2561
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมร่วม ครม.และ คสช.มีมติให้ใช้มาตรา 46 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว
ที่บัญญัติไว้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวให้สามารถขอรับร่างรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้วนำกลับลงมาปรับปรุงบางมาตราได้
การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะใช้เวลาทำให้เสร็จใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับร่างคืนมาแล้ว
โดยนายกฯจะตั้งคณะกรรมการพิเศษ ประกอบด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา 8-10 คน ขึ้นมาพิจารณา
เนื่องจากแก้ไขเพียงไม่กี่มาตราและไม่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือโครงสร้างทางการเมือง กระบวนการเลือกตั้ง
ไม่กระทบรัฐสภา ครม. ศาล องค์กรอิสระ
หรือกระบวนการใดๆ ในทางการเมือง
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) หรือวิป สนช. แถลงหลังประชุมว่า นายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.
ว่าที่ประชุม ครม.ร่วมกับ คสช.มีมติเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่…(พ.ศ) เป็นเรื่องด่วน
วิป สนช.จึงมีมติให้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุม สนช.ในวันที่ 13 ม.ค. และเห็นสมควรให้พิจารณา 3 วาระรวด โดยใช้ กมธ.เต็มสภา
ทั้งนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวมีสาระสำคัญ 2 ประเด็น
คือให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นวรรคสามของมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557
“ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม
จะทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้
และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง”
ส่วนอีกประเด็นคือ ให้ยกเลิกความในวรรคสิบเอ็ดของมาตรา 39/1 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2559
ซึ่งมีสาระว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีขอรับพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญคืนมา เพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม
ให้นำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายใหม่ภายในสามสิบวัน
แต่กรณีขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแล้วมิได้พระราชทานคืนมา
ให้ร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นอันตกไป
กระบวนการที่เปลี่ยนไป
วิธีการที่เปลี่ยนแปลง
และโรดแมปที่ปรับปรุง
เปิดโฉมหน้าใหม่ให้กับการเมืองไทย
อย่างน่าจับตา

