หน้าแรก คอลัมนิสต์ นโยบายกระเป๋า...

นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ฉบับปรับปรุงใหม่‘ผ่านการคัดกรอง’ โดยดิเรก ปัทมสิริวัฒน์

24.10.23 | 12:15 น.

นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลฉบับปรับปรุงใหม่‘ผ่านการคัดกรอง’

นโยบายแจกเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งสนับสนุนและคัดค้านด้วยเหตุผลต่างๆ กัน รวมทั้งข้อเสนอให้ “ปรับท่าที” ของมาตรการ เช่น ก) จากข้อเสนอว่าใช้จ่ายเงินในรัศมี 4 กิโลเมตร ให้เป็น “อำเภอ”หรือ “จังหวัด” ข) การคัดกรองประชาชนที่มีสิทธิได้รับแจกเช่นคนรวยซึ่งเงินที่ได้รับแจก 10,000 บาท อาจจะไม่มีความสำคัญเงินจะถูกเก็บออมมากกว่าการใช้จ่าย ค) ควบคู่กับมาตรการนี้รัฐบาลส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดกิจกรรม “อีเวนต์” เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยให้ประกาศ “พื้นที่พิเศษ” ที่นักท่องเที่ยวนำเงินที่ได้รับแจกมาใช้จ่ายได้ ฯลฯ ในโอกาสนี้ขอร่วมวง
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

มาตรการแจกเงินไม่ใช่เรื่องใหม่มีคำสอนทั้งในตำราเศรษฐศาสตร์มหภาคและภาคปฏิบัติทั้งในประเทศไทยและนานาประเทศ ในรัฐบาลอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ได้แจกเงินให้ประชาชน 2,000 บาทหรือเรียกกันว่า “เช็คช่วยชาติ” ให้ประชาชนหลายล้านคนโดยกำหนดเงื่อนไขด้านรายได้ (หรือมาตรการคัดกรอง)

ข้อเสนอปรับปรุง 1 มาตรการคัดกรองผู้ได้รับสิทธิแจกเงินปัจจุบันมีพัฒนาการข้อมูลขนาดใหญ่ที่สามารถนำมาคัดกรองจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของนโยบาย กล่าวคือ ประชาชนที่ได้รับแจกอาจจะลดลงไปถึงครึ่งหนึ่ง ต้นทุนของนโยบายลดลงตามไปด้วย โดยใช้เครื่องมือคัดกรองหนึ่ง ข้าราชการเกษียณที่ได้รับบำนาญเกินระดับหนึ่ง (เช่น 2 หมื่นบาท) ไม่ได้รับแจกเงิน สอง ผู้มีเงินบัญชีเงินฝากเกินกว่า 5 หรือ 10 ล้านในบัญชีธนาคารรวมกัน ไม่ได้รับแจก สามเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีมูลค่าทรัพย์สินเกินกว่า 10 ล้าน ไม่ได้รับแจก ข้อมูลสนเทศเหล่านี้อยู่ในมือส่วนราชการ กล่าวคือ กรมบัญชีกลาง ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมที่ดินและกรมธนารักษ์ซึ่งกำกับการจัดทำแผนที่ภาษี-แผนที่ภาษีดำเนินการโดยเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลบันทึกข้อมูลแปลงที่ดิน (เนื้อที่ตารางวาและมูลค่า) และสิ่งปลูกสร้าง (เนื้อที่ตารางเมตรและมูลค่า) ตามกฎหมายหน่วยงานท้องถิ่นต้องส่งข้อมูลให้กระทรวงการคลังและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

ในโครงการวิจัยของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวิจัยแห่งชาติในปีงบประมาณ 2566 เรื่องแผนที่ภาษี โดยใช้กรณีศึกษาเทศบาลนครปากเกร็ด (ปี 2565) สรุปได้ว่าจากจำนวน 2

Advertisement

แปลงดินและทรัพย์สินรวมกัน 46,382 แปลง ทรัพย์สินรวม (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) ที่มูลค่าเกินกว่าห้าล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20

ตารางที่ 1 มูลค่าทรัพย์สิน (ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามราคาประเมินกรมธนารักษ์) เทศบาลนครปากเกร็ด 

ข้อเสนอปรับปรุงที่ 2 ผู้เขียนเข้าใจการกำหนดรัศมี x ตารางกิโลเมตร ทำได้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบันแต่อาจจะไม่เหมาะสม การขยายเป็นเขตอำเภอ น่าจะเหมาะสมกว่าและขอบเขตชัดเจน โดยทั่วไป 1 อำเภอ มีประชากร 5 หมื่นคน ย่อมจะมีร้านค้าและสถานประกอบการให้เลือกได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม มีอำเภอขนาดเล็ก (วัดด้วยประชากรและครัวเรือน) ที่จะต้องคำนึงถึง

ข้อเสนอปรับปรุงที่ 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ เป้าหมาย เช่น เมืองท่องเที่ยวเมืองการค้าชายแดน หรือเมืองมรดกโลกหรือมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมน่าสนใจ ควบคู่กันอาจจะขอให้เทศบาล / อบต. ร่วมมือจัดกิจกรรม “อีเวนต์” ควบคู่กันไปเพื่อกระตุ้นความสนใจ

ข้อวิพากษ์หรือข้อสงสัยว่า “ตัวทวีคูณมหภาค” และ “ตัวทวีคูณท้องถิ่น” มากน้อยเพียงใด? ในบ้านเรามีงานวิจัยน้อยจึงอ้างอิงจากผลงานวิจัยต่างประเทศเป็นสำคัญ แต่บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรที่จะทำงานวิจัยด้วยมือของคนไทยเราเอง ขออนุญาตให้คำศัพท์ของท่านศาสตราจารย์เจตนา นาควัชระสร้าง “ความรู้จากแผ่นดินแม่”

งานวิจัยหัวข้อตัวทวีคูณท้องถิ่น (local multiplier) ดำเนินการในหลายประเทศ ผลงานคลาสสิกและถูกอ้างอิงแพร่หลายโดยศาสตราจารย์ Enrico Moretti (ชาวอิตาเลียน ปัจจุบันสอนที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบอร์กลีย์ เขียนหนังสือดังชื่อว่า (New Geography of Jobs) ในสหรัฐมีฐานข้อมูลที่ดีกว่าของไทยเรา คือมีข้อมูลระดับเมือง (city database) ทราบจำนวนประชากร ระดับการศึกษา รายได้ของประชาชนและพฤติกรรมการใช้จ่ายบริโภคของแต่ละเมือง การคำนวณตัวทวีคูณแยกออกเป็น 2 มิติ มิติแรกตัวทวีคูณในเมืองนั้นๆ จากพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลง เช่น ครอบครัวผม (สี่คน) ได้รับเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น 1 หมื่นบาท กะว่าจะไปฉลองที่ร้านอาหารจีนย่านเยาวราชไม่ใช่แค่ได้ชิมอาหารอร่อยเท่านั้นยังได้กินบรรยากาศ (ผู้คนพลุกพล่าน แสงสี และเสียงโฉมงโฉงเฉงในร้าน) สมมุติว่าจ่ายเงินไป 2,000 บาท (ความจริงถ้าเรารับประทานในบ้านต้นทุนแค่ 200 บาท หรือร้านอาหารใกล้บ้าน 400 บาท ก็อิ่มแล้ว) ตัวทวีคูณส่วนหนึ่งตกกับย่านเยาวราช 1,000 บาท (ค่าสมมุติ) เป็นเงินเดือนพนักงานและกำไรของเจ้าของร้าน ส่วนนี้เรียกว่า nontradable (ผู้ซื้อผู้ขายต้องเผชิญหน้ากันหรือมนุษย์สัมผัสมนุษย์) อีกส่วนหนึ่งเรียกว่า tradable หมายถึงร้านอาหารเยาวราชซื้อวัตถุดิบกุ้งหอยปูปลาผักข้าวซึ่งสั่งตรงมาจากภาคใต้-ภาคอีสาน-หรือภาคเหนือเพื่อได้วัตถุดิบสดคุณภาพดีนี้คือ มิติที่สองตัวทวีคูณที่กระจายออกนอกพื้นที่

การคำนวณตัวทวีคูณในยุคใหม่โดยอาศัยกรอบความคิดสำนักภูมิศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ย้ำว่า ควรคำนึงมิติพื้นที่และมิติเวลาในการวิเคราะห์ในบ้านเราความจริงมีพัฒนาการของฐานข้อมูลเมืองจาก “แผนที่ภาษี” ที่ระบุการกระจายของแปลงที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง แม่เหล็กเมืองอยู่โซนใด? มูลค่าทรัพย์สินมากน้อยเพียงใด เป็นโอกาสอันดีที่จะนำมาข้อมูลพื้นที่มาใช้ควบคู่เทคโนโลยีดิจิทัลและเชิงภูมิศาสตร์

สาเหตุหนึ่งที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยต่อต้านนโยบายนี้ อาจจะเป็นเพราะรู้สึก “ไม่ดี” และ “เข็ดเขี้ยว” กับนโยบายจำนำข้าว

แต่ความจริง สองนโยบายนี้แตกต่างกันมากเปรียบเทียบกันไม่ได้ หนึ่ง การรับจำนำข้าวมีผลบิดเบือนกลไกตลาดเพราะราคาจำนำสูงกว่าราคาตลาด ยิ่งดำเนินการมากยิ่งขาดทุน สอง การรับจำนำข้าวมีต้นทุนดำเนินการ โรงสีและคลังสินค้า ค่าเสื่อมคุณภาพข้าวตามธรรมชาติ สาม เสี่ยงต่อถูกโกง สำหรับมาตรการแจกเงินหรือโอนเงินเข้ากระเป๋าผู้คนเป็นการโอนเงิน (income transfer) ไม่มีผลแทรกแซงตลาดส่งเสริมรายจ่าย (การบริโภคหรือการลงทุน) และกระตุ้นภาคการผลิต ต้นทุนของค่าโอนเงิน (cost of transfer) จากรัฐบาลให้ประชาชน-ผู้เขียนไม่ทราบข้อมูล แต่สันนิษฐานว่าต้นทุนน้อย ทำได้รวดเร็ว ทุกวันนี้ในแต่ละเดือนมีการโอนเงินมากมาย-กรมบัญชีกลางโอนเงินให้ อบจ. เทศบาล หรือ อบต.หลายพันองค์กร เข้าใจว่าไม่มีปัญหาหรือ อุปสรรค โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) มากกว่า 3 พันหน่วยงาน ก่อนเคยสังกัด กระทรวงสาธารณสุข บัดนี้สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด-เข้าใจว่าเฉพาะการโอนเงินไม่มีปัญหา (แต่จุดอื่นๆ อาจจะมี)

พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังระบุหลักการสำคัญในมาตรา 27, 28, 29 ให้ชี้แจงที่มาของเงิน (ที่รัฐบาลจะนำไปใช้จ่ายในโครงการนี้) และให้ประเมินผลวัดการเปลี่ยนแปลง ก่อน/หลังเหตุการณ์ หมายถึงให้มีการวิจัยควบคู่กับนโยบายและมาตรการ เชื่อว่าผู้กำหนดนโยบาย-คณะที่ปรึกษา-และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น กระทรวงการคลัง) คงได้เตรียมการอย่างรอบคอบ จากวันนี้ถึงต้นปีหน้าที่ พ.ร.บ.งบประมาณแผ่นดิน
ปี พ.ศ.2567 จะเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา น่าจะพอเพียงทำการบ้านอย่างดีเพื่ออธิบายให้ประชาชนและสื่อมวลชนคลายกังวลอาจเปลี่ยนท่าทีจากต่อต้านเป็นร่วมมือก็เป็นได้

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์