หน้าแรก คอลัมนิสต์ ปีแห่งความไม่...

ปีแห่งความไม่ปลอดภัย : โดย สมเกียรติ พงษ์กันทา

14.01.17 | 13:05 น.

เราเริ่มต้นปี 2560 กันด้วยสถิติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนใน 7 วันกันด้วย 426 ศพ รวมทั้งอุบัติเหตุจากกรณีรถตู้โดยสารวิ่งจากจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯชนประสานงากันกับรถปิกอัพที่วิ่งสวนคนละทางกันเมื่อวันที่ 2 มกราคม ในเขตอำเภอบ้านบึง เสียชีวิตรวม 25 ศพ และตามต่อมาด้วยกรณีของรถยนต์ส่วนบุคคลที่วิ่งมาลงร่องระบายน้ำกลางทางชนต้นไม้เสียชีวิต ในเขตอำเภอพนมสารคามอีก 5 ศพ ทุกชีวิตเป็นทรัพยากรของชาติที่ไม่สามารถประเมินค่าได้

กรณีแรก เป็นบริการรถโดยสารสาธารณะ ที่รัฐต้องรับผิดชอบอย่างปฏิเสธไม่ได้ หากเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา รัฐอาจจะตกเป็นจำเลยร่วมกับเจ้าของบริษัทรถตู้ เพราะเป็นเจ้าของโครงสร้างทางถนนและมีหน้าที่ควบคุมการเดินรถโดยสารสาธารณะให้ปลอดภัย ส่วนพนักงานขับรถตู้อายุ 64 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ หลังจากที่ขับรถไป-มาระหว่างจันทบุรีและกรุงเทพฯติดต่อกันหลายเที่ยว ก่อนเที่ยวสุดท้ายที่เกิดอุบัติเหตุได้พักเพียงหนึ่งชั่วโมง ออกจากจันทบุรี 11.00 น. เข้าเขตอำเภอบ้านบึงประมาณ 13.00 น. รถขาดการควบคุม วิ่งออกด้านขวาลงท้องร่องกลางถนนแล้วปีนขึ้นไปบนถนนฝั่งตรงกันข้ามชนประสานงากันกับรถปิกอัพที่วิ่งสวนมาจากทางกรุงเทพฯ เกิดเพลิงไหม้จากเชื้อเพลิงของรถตู้ที่เป็นก๊าซกระเด็นเป็นสายส่งไปเผาคลอกผู้โดยสารในรถปิกอัพด้วย มีผู้เสียชีวิตในรถตู้ 14 ศพ และในรถปิกอัพอีก 11 ศพ รวมแล้ว 25 ศพ มีผู้รอดชีวิตจากรถตู้เป็นชายหนึ่งคน และจากรถปิกอัพเป็นหญิงหนึ่งคน สาเหตุของอุบัติเหตุนี้คาดว่าเกิดจากคนขับรถตู้ที่ขาดการพักผ่อน ทำให้หลับใน (Fatigued)

กรณีที่สอง เป็นครอบครัวของมารดาของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเดินทางกลับจากการเยี่ยมบุตรชายที่ขอนแก่น เป็นรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ออกเดินทางประมาณ 03.00 น. เข้าในเขตอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เวลาประมาณ 08.00 น. รถขาดการควบคุมวิ่งลงร่องน้ำข้างถนนชนต้นไม้ เสียชีวิตในรถ 3 ศพ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลอีกสองศพ รวมเป็น 5 ศพ คาดว่าคนขับหลับในเช่นกัน

ทั้งสองกรณีเกิดขึ้นในตอนกลางวันที่มีสภาพดินฟ้าอากาศวิสัยทัศน์ตามปกติ ลักษณะของถนนคล้ายคลึงกัน คือเป็นถนนต่างจังหวัด (Rural Highway) มีทางไปกลับแยกกัน ปราศจากกำแพง (Barrier) กั้น ระหว่างถนนและร่องระบายน้ำ ขาดโครงสร้างที่เตือนภัยบนถนน เช่น ปุ่มแบ่งช่องทางวิ่ง หรือลูกระนาดบนถนน เพื่อเตือนคนขับที่หลับใน

ในภาพรวมของวิศวกรรมความปลอดภัย อาจแยกเป็นสามส่วนคือ ส่วนวิศวกรรมการออกแบบก่อสร้าง (Engineering) ส่วนการบังคับใช้ (Enforcement) และส่วนการศึกษาให้ความรู้ (Education)

Advertisement

ในส่วนงานวิศวกรรมการออกแบบก่อสร้าง มีคู่มือการออกแบบถนนและการจราจรของสหรัฐอเมริกา (The Institute to Transportation and Traffic Engineering) ระบุถึงการออกแบบสร้างถนนขนาดความกว้างของถนนของแต่ละช่องทางจราจร ทางลาด ทางเอียง ป้ายเตือน สัญญาณจราจร ในเขตธุรกิจ เขตเมือง ชุมชนที่อยู่อาศัยที่หนาแน่น ในเมือง นอกเมือง และทางด่วนยกระดับต่างๆ พร้อมโครงสร้างที่อำนวยความสะดวก เช่น ที่พักรถ (Rest Area) อุปกรณ์สื่อสารฉุกเฉิน เป็นระยะ ที่น่าจะนำมาเป็นบรรทัดฐานด้านความปลอดภัยได้ เพราะได้ผ่านการค้นคว้าวิจัย ทดสอบ และทดลองใช้มาแล้ว ถือเป็นงานในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงแผ่นดินและกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม

ในส่วนงานการบังคับใช้ น่าจะเป็นความรับผิดชอบของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เช่น องค์การบริหารท้องถิ่น ตำรวจท้องที่ ตำรวจทางหลวง และเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบก

ในส่วนงานด้านการศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ในสหรัฐอเมริกาจะแบ่งเป็นสองระดับคือในสถานศึกษาและสถาบันต่างๆ และสำหรับประชาชนทั่วไป ในสถานศึกษาจะเน้นการเรียนรู้กฎจราจร ระเบียบของความปลอดภัย รวมถึงการขับรถ สำหรับประชาชนทั่วไป ในแต่ละรัฐจะมีหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับยานยนต์ (Department of Motor Vehicles, DMV) หน่วยงานนี้จะรับผิดชอบเกี่ยวกับยานยนต์ รวมไปถึงล้อเลื่อนที่ปราศจากเครื่องยนต์ทุกประเภท ทำหน้าที่เสนอกฎหมาย (Vehicle Code) ออกกฎกติกา ควบคุม การจดทะเบียนยานยนต์ ทดสอบคัดกรองการออกใบอนุญาตต่างๆ

จัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย คู่มือการใช้การขับขี่ของยานยนต์ทุกชนิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด โดยแยกประเภทของล้อเลื่อน เช่น สองล้อเครื่อง (Motorcycle) สำหรับเยาวชน (Parent Teen training Aide) การสอบใบขับขี่ (Driver Handbook) การขับขี่สำหรับผู้สูงวัย (Senior Guide For Safe Driving) คนขับรถบรรทุกและรถโดยสาร (Commercial Driver Handbook) การซื้อขาย จดทะเบียนรถ และเรือ (Vehicle and Vessel Registration Handbook) และคู่มือของการจดทะเบียนใช้และครอบครองยานยนต์เพื่อการพักผ่อน (Recreational Vehicles and Trailers Handbook)

เอกสารทั้งหมดเหล่านี้แจกให้ฟรี ถือเป็นบริการของหน่วยงานยานยนต์ (DMV) ของแต่ละรัฐ ในสหรัฐอเมริกา

เอกสารเหล่านี้เป็นผลงานจากการศึกษา ค้นคว้าและวิจัย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทาง ใช้รถใช้ถนนในสหรัฐอเมริกา น่าจะเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานของรัฐบาลไทยนำมาปรับปรุงเป็นแนวการปฏิบัติได้

สำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ควบคุมการให้บริการขนส่งมวลชนของรัฐ เช่น กรมการขนส่งทางบก คงจะต้องยกระดับเพิ่มคุณภาพของบุคลากรที่เป็นผู้รับผิดชอบต่อชีวิตของผู้โดยสารให้มากขึ้น

รัฐแคลิฟอร์เนียมีมาตรการสำหรับผู้ขับรถไว้ว่า ให้ตื่นอยู่เสมอ (Staying Alert and Fit to Drive) โดยปราศจากการเสพยา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และจำกัดไว้ที่หนึ่งแก้วของเบียร์ 12 ออนซ์ ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 5 เปอร์เซ็นต์ หรือหนึ่งแก้ว 5 ออนซ์ของไวน์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 12 เปอร์เซ็นต์ หากดื่มมากกว่านั้นแล้วขับ จะมีผลทำให้ขับช้าหรือเร็วกว่าปกติ ขับผิดช่องการจราจร หรือวิ่งขึ้นไปบนขอบทาง หรือขับคร่อมช่องจราจร หรือขาดการให้สัญญาณใดๆ หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร เป็นต้น

สำหรับรถโดยสาร (Commercial Driver) มีระบุไว้ในคู่มือของผู้ขับรถให้ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยมากที่สุด เริ่มจากการตรวจสภาพรถก่อนออกเดินทางและหลังเดินทาง แล้วเขียนบันทึกรายงาน เช่น สภาพของยาง ล้อ ระบบห้ามล้อ รวมทั้งถังลม (air brake) ระบบไฟ โดยดูด้วยสายตา ฟังเสียง ดมกลิ่น ถ้าพบว่าไม่ปลอดภัยให้แก้ไขทันที ให้มีการตรวจสภาพภายในรถ เช่น ทางออกฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นประตู กระจกหน้าต่าง หรือหลังคารถ ถ้ามีไฟแดงแสดงทางออกฉุกเฉินต้องตรวจด้วย หากอนุญาตให้ยืน ในรถจะต้องมีที่ยืนและมีเส้นแบ่งเขตสำหรับยืน เมื่อหยุด หรือถึงปลายทาง คนขับจะต้องประกาศแจ้งให้ผู้โดยสารทราบถึงสถานที่ เหตุผลที่หยุดให้ชัดเจน และไม่ควรให้ผู้โดยสารขึ้นไปรอในรถก่อนเวลาออก เพราะอาจเป็นสาเหตุของอาชญากรรมได้ การตรวจดูผู้โดยสาร (supervision) ระหว่างเดินทางเป็นสิ่งจำเป็น

ควรชำเลืองดู (scan) ความเรียบร้อยของผู้โดยสารเป็นครั้งคราว ในขณะเดียวกันต้องใส่ใจกับการขับรถ ดูถนนข้างหน้า หากมีผู้โดยสารที่เมาสุรา หรือเสพยา เป็นหน้าที่ของคนขับที่จะต้องดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารอื่นๆ การรับส่งผู้โดยสารต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของสถานที่และแสงสว่างเป็นหลัก

ขณะเติมเชื้อเพลิง โดยเฉพาะที่เป็นก๊าซ ต้องดับเครื่องยนต์ ไม่มีการส่งสัญญาณคลื่นวิทยุ หรือจุดประกาศไฟใดๆ ในบริเวณ และผู้โดยสารต้องไม่อยู่ในรถ

สมเกียรติ พงษ์กันทา
วิศวกรอิสระ