ภาพเก่าเล่าตำนาน : กาตาร์…มีพลัง‘เจรจา’ตัวประกัน
ก าตาร์…ไข่มุกแห่งเปอร์เซีย ประเทศที่รวยอันดับต้นของโลกจากน้ำมันและก๊าซ ทำหน้าที่เป็น “กุญแจดอกสำคัญ” ในสงครามอิสราเอล-ฮามาส เดินงานเจรจา “ปล่อยตัวประกัน” ราว 200 คน
สถานีโทรทัศน์ Al Jazeera อยู่ในประเทศนี้ นำเสนอข่าวทั้งประเทศตะวันตก อิสราเอล และรัฐบาลประเทศอาหรับต่างๆ ทำให้สถานีโทรทัศน์
ดังกล่าวได้รับความนิยมสูงและมีอิทธิพลทางความคิดต่อประชาชนชาวอาหรับและมุสลิมเป็นอย่างมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในตะวันออกกลาง จนเกิดปรากฏการณ์ Al Jazeera Effect เกิดการตื่นตัวในทางการเมือง เริ่มมีการเรียกร้องสิทธิในการสื่อสารและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
พื้นที่ประเทศขนาด 11,571 ตร.กม. ประชากรราว 2.7 ล้านคน ปกครองโดยเจ้าผู้ปกครองรัฐ ใต้ผืนทรายและท้องทะเลของประเทศนี้ คือ “บ่อน้ำมันและก๊าซ” มากเป็นอันดับต้นของโลก
7 ตุลาคม 2566 ช่วงเช้า…กองกำลังติดอาวุธฮามาสบุกเข้ามาในดินแดนอิสราเอล สังหารโหดชาวยิวและคนที่อยู่ในดินแดนของยิว และจับตัวไปกว่า 200 คน (รวมถึงคนไทยจำนวนหนึ่ง)
สังคมโลกระทึก…ผ่านไปราว 2 สัปดาห์ ผู้นำประเทศกาตาร์แสดงบทบาท “เจรจา” ให้ฮามาสยอมปล่อยตัวมาแล้ว 4 คน ชาวโลกชื่นชมในบทบาท “ผู้มีบารมี”
ประเทศกาตาร์ ที่แสนจะร่ำรวย…มีประวัติเป็นมาย่างไร
ราว 100 ปีเศษที่ผ่านมา การค้นพบน้ำมันในทะเลทรายของตะวันออกกลาง คือ จุดเปลี่ยนวิถีชีวิตชาวโลก
ทะเลทรายแห้งแล้งไกลสุดสายตา กว้างใหญ่ประดุจมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตแทบจะอยู่ไม่ได้ ร้อนระอุแทบไม่มีความหวังสำหรับมนุษย์ทั้งหลาย หากแต่ว่าเมื่อขุดลึกลงไปใต้ดิน มันคือ ของเหลวสีดำ เหนียวหนืด ที่กลายมาเป็น “พลังงาน” ที่ชาวโลกต้องการ
ในตอนต้นของศตวรรษที่ 20 จักรวรรดิออตโตมัน (ตุรกี) มีอำนาจเหนือที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของคาบสมุทรอาระเบีย
พ.ศ.2457 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ฝ่ายสัมพันธมิตร (อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา) ชนะสงคราม ออตโตมันสูญสิ้นอำนาจการควบคุมดินแดนใน
อาระเบีย
ชาวอาหรับที่อาศัยอยู่ในทะเลทราย อยู่กันเป็นกลุ่ม ตามเผ่าพันธุ์ของตน ยังไม่มีประเทศ ยังไม่มีเขตแดนที่ชัดเจน เป็นมิตรกันบ้าง เป็นศัตรูกันบ้าง แสนจะแร้นแค้น
ปี พ.ศ.2475 เกิดสงครามขนาดใหญ่…ต่อสู้กันเองระหว่าง 2 เผ่าหลัก โดยผู้นำของ 2 ราชอาณาจักร คือ ฮิญาซ (Hejaz) และนัจด์ (Nejd) ท้ายที่สุด
ลงเอยด้วยการ “รวมเป็น 1 อาณาจักร” ในนามราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย
ซาอุดีอาระเบีย ดินแดนแห่งทะเลทรายเป็น 1 ในประเทศที่ “ยากจน” มีรายได้จากการเกษตรแบบพอประทังชีวิต มีรายได้น้อยนิดจากผู้เดินทางไปแสวงบุญที่นครมักกะห์
หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression 1929-1939) ทั่วโลก ที่เจ็บหนัก คือ ยุโรป
อังกฤษ ที่เป็น “ผู้ชนะสงคราม” ได้ครอบครองดินแดนในอาระเบีย ย้อนกลับมาแสวงหาน้ำมันใต้ทะเลทราย (ตามหลักธรณีวิทยา)
การสำรวจหาน้ำมันเป็นไปด้วยความยากลำบาก เงินทุนร่อยหรอ บริษัทที่ลงทุนหมดแทบจะความพยายาม
บริษัทสำรวจน้ำมันของอเมริกา…ตามเข้ามาเสี่ยงโชคในซาอุฯ
วันที่ 23 กันยายน 2476 กลุ่มนักธรณีวิทยาชาวอเมริกันมาถึงท่าเรือจูเบล (Jubail) ในซาอุดีอาระเบีย เดินทางเข้าไปในทะเลทราย
4 มีนาคม 2481 ชาวซาอุดีอาระเบีย เผ่าเบดูอินชื่อ Khamis Bin Rimthan ช่วยให้นักธรณีวิทยาชาวอเมริกันพบบ่อน้ำมันดิบบ่อแรก ที่หลุมดัมมัม หมายเลข 7 (Dammam No.7)
การขุดเจาะเชิงพาณิชย์ เอาเป็นเอาตาย มีเทคนิคใหม่ๆ จากอังกฤษ อเมริกา ยิ่งขุดเจาะยิ่งพบมากขึ้นและมากขึ้น กระจายไปในดินแดนต่างๆ นอกซาอุฯ น้ำมันจากดินแดนอาระเบีย คือ ธุรกิจที่สร้างความร่ำรวยให้แก่ประชากรชาวอาหรับ
การพบน้ำมันในซาอุฯทำให้นักธรณีวิทยาเกิดประกายความหวังว่าใต้ทะเลทรายที่น่าสะพรึงกลัวนี้ต้องมี “ทองคำสีดำ” อีกมหาศาลซุกซ่อนอยู่
ชนเผ่าต่างๆ ที่ปกครองด้วยระบบกษัตริย์ มีอาณาจักรของตนเองใหญ่น้อย มีอาณาเขตคลุมเครือ เริ่มใส่ใจกับอาณาเขตของตน หันพึ่งมหาอำนาจในการมาสร้าง “เส้นเขตแดน” โดยมีขุมทรัพย์น้ำมันเป็นฐานความคิด เป็นผลประโยชน์
รัฐ และประเทศต่างๆ ที่ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาใหม่ ไม่มีใครยอม “รวม” กับใคร ทุกรัฐขอเป็นอาณาจักรแห่งความร่ำรวย
กาตาร์ ชื่อทางการคือ รัฐกาตาร์ เป็นดินแดนที่ปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีเจ้าผู้ครองรัฐ (Emir) เป็นประมุข มีเมืองหลวงคือกรุงโดฮา (Doha) เหมือนเป็นแหลมยื่นออกไปในทะเล
ดินแดนกาตาร์ ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นิกายสุหนี่ รองลงมาคือศาสนาคริสต์ ใช้ภาษาอารบิคเป็นภาษาราชการ และมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกเข้าไปสำรวจน้ำมัน อีกทั้งพบก๊าซมหาศาล กาตาร์กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก รวมถึงปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ ขายให้ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และอินเดีย
ในสมัยโบราณ กาตาร์เป็นศูนย์เพาะพันธุ์ม้าและอูฐที่มีชื่อเสียง รวมถึงเป็นศูนย์กลางของการซื้อขาย “ไข่มุก” อดีตที่ผ่านมา กาตาร์เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ในบาห์เรน อิหร่าน และจักรวรรดิออตโตมันในภายหลัง
มหาอำนาจอังกฤษได้เข้ามาทำสนธิสัญญาปี พ.ศ.2459 กับกาตาร์ คุ้มครองให้เป็นเอกราช ปลอดภัย ดูแลกิจการระหว่างประเทศ จัดวางระบบการบริหารประเทศ ที่สำคัญ คือ ชาวกาตาร์ได้รับการศึกษาแบบอังกฤษ
แน่นอนที่สุด คือ บริษัทน้ำมันของอังกฤษคือผู้กุมสภาพ
พ.ศ.2490 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษที่ชนะสงคราม บารมียิ่งเบ่งบานเปล่งปลั่ง ธุรกิจน้ำมันในกาตาร์พุ่งเป็นจรวด มีเงินทุนในการขยายและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ตึกระฟ้าแบบหรูหราที่มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมอันเลิศล้ำทันสมัย
พ.ศ.2511 รัฐบาลอังกฤษประกาศจะถอนตัวออกจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
3 กันยายน พ.ศ.2514 กาตาร์เป็นประเทศเอกราช เพราะอังกฤษได้ยกเลิกสนธิสัญญาปี พ.ศ.2459 และได้มีการลงนามในสนธิสัญญามิตรภาพระหว่างกันแทน
บริษัทขุดเจาะน้ำมันจากต่างชาติ แย่งกันเข้าไปสำรวจ ขุดเจาะไม่หยุด รวยไม่เลิก เกิดการแย่งชิงอำนาจในประเทศ
ต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2515 Shaikh Khalifa Bin Hamad Al-Thani ก่อรัฐประหารสำเร็จโดยปราศจากการนองเลือด ตั้งตัวเป็นผู้ปกครองประเทศ
27 มิถุนายน พ.ศ.2538 Shaikh Hamad Bin Khalifa Al-Thani พระโอรส เป็นมกุฎราชกุมารของกาตาร์ ก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองและตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองรัฐองค์ใหม่
กาตาร์…มีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติทั้งหมด 14% ซึ่งเป็นปริมาณสำรองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและอิหร่าน ก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ของกาตาร์ตั้งอยู่ในทุ่งเหนือนอกชายฝั่ง
พ.ศ.2564 ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว เป็นอันดับ 2 ของโลก
กลางปี พ.ศ.2566 กาตาร์ได้ลงนามข้อตกลงการจัดหาก๊าซระยะเวลา 27 ปี กับบริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติจีน (CNPC) ซึ่งเป็นข้อตกลงการจัดหาก๊าซรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศอ่าวเปอร์เซียกับบริษัทของจีน โดยจีนจะซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวน 4 ล้านเมตริกตันต่อปี
ย้อนอดีตไป…กาตาร์ที่แสนร่ำรวย เคยยื่นมือสนับสนุนจุนเจือชาวปาเลสไตน์ที่เป็นพี่น้องมุสลิมกันมาตลอด มีบุญคุณล้นเหลือ เลยกลายเป็นตัวกลางสำคัญเจรจากับฮามาส กุมชะตากรรมของตัวประกันมากกว่า 200 ราย ที่ฮามาสจับตัวไว้ (รวมถึงคนไทย)
ไม่ค่อยมีใครทราบ…กาตาร์มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกลุ่มติดอาวุธในตะวันออกกลาง กับชาติตะวันตก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่ใกล้ชิดกับสหรัฐ
แปลว่า…เป็นมิตรกับทุกฝ่าย บริจาคเงินให้กับครอบครัวที่ยากจน ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เลี้ยงดูชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซามาต่อเนื่อง-แนบแน่น
นาทีนี้…ตัวประกันกว่า 200 คน มีหลายสัญชาติ น่าเป็นห่วงที่สุด คนที่จะคุยกับฮามาสได้ที่ชัดเจนที่สุด คือ กาตาร์
ฮามาสปล่อยตัวประกันมาแล้วรวม 4 ราย (ข้อมูลถึง 25 ต.ค.2566) เป็นฝีมือการเจรจาของกาตาร์และอียิปต์ มี “สำนักงานของกลุ่มฮามาส” ในกรุงโดฮาที่เป็นเมืองหลวงมานานกว่าทศวรรษ
ราวปีเศษที่แล้ว…กาตาร์นี่แหละคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเจรจากับกลุ่ม “ทาลิบัน” ให้พักรบ ให้ทหารสหรัฐถอนตัวออกจากอัฟกานิสถาน
สงครามผ่านไปเกือบ 3 สัปดาห์ ท่าทีของ ชีก ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ทานี ประมุขผู้ปกครองของกาตาร์ ที่ชัดเจนว่า “ไม่พอใจ” อิสราเอลในการโจมตีทางอากาศในพื้นที่กาซาอย่างไม่หยุดยั้ง
การเจรจา “ลับ” กำลังดำเนินไป ท่ามกลางสภาพการรบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน น่าสงสาร น่าเศร้า สำหรับประชาชนทุกชาติ ทุกฝ่าย
นาทีนี้…กาตาร์ คือ ผู้เล่นคนสำคัญในมหาสงครามโหด
พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

