เมื่อพระพุทธเจ้าแนะนำแจกเงินฟรีประชาชน
ขณะนี้ชาวไทยแทบทุกคน หวังเงินหนึ่งหมื่นบาทจากรัฐบาล ขณะที่ทุกคนอยากได้ แต่ใจหนึ่งก็เป็นห่วงรัฐบาลว่า นโยบายนี้จะทำให้เงินบาทกลายเป็นเงินที่ไร้ค่า เหมือนเงินของประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังมีปัญหาอยู่ขณะนี้หรือไม่ สำหรับผู้เขียนเองก็อยากให้รัฐบาลทำ เพราะอะไรจึงอยากให้รัฐบาลทำ? ตอบว่า เพราะเป็นนโยบายที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ ให้พระเจ้าแผ่นดินแจกเงินประชาชนเหมือนกัน แต่ลักษณะการแจกไม่เหมือนกัน กล่าวคือที่รัฐบาลทำคราวนี้ เป็นการแจกฟรีแก่ทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป แต่ของพระพุทธเจ้าแจกฟรี ลงทุนให้ทำอาชีพ ซึ่งน่าจะใช้เงินไม่มาก แต่เงินได้ไหลเข้าท้องพระคลังอย่างมโหฬาร ความเรื่องนี้ปรากฏในพระสูตรชื่อ กูฏทันตสูตร อยู่ในพระไตรปิฎก แปลไทยชื่อ พระสูตรและอรรถกถา เล่มที่ 12 หน้า 40ผู้ปรารถนาความพิสดารโปรดไปค้นหาในที่นั้นเถิด ส่วนในที่นี้ ขอให้อ่านความโดยสรุปไปก่อน ดังต่อไปนี้
พระเจ้าแผ่นดินองค์หนึ่ง พระองค์ประสงค์จะทำการบูชายัญ เพื่อเป็นบุญในโลกหน้าตามที่นิยมกันในยุคนั้น เผอิญปุโรหิตของพระองค์ คือที่ปรึกษา เป็นพระโพธิสัตว์ คือพระพุทธเจ้าของเรานี่แหละ ทูลคัดค้านขึ้นว่า ไม่ควรทำในขณะนี้ เพราะอาณาจักรของพระองค์ยังมีเสี้ยนหนาม บ้านเมืองยังมีการจี้ปล้นกัน ประชาชนยังมีชีวิตไม่มั่นคงนัก ขอพระองค์จงทำการบูชายัญดังต่อไปนี้ก่อน คือ หมู่ชนใด ขยันในการทำเกษตรกรรม พระองค์จงออกทุนให้ ไม่ต้องเอาคืน หมู่ชนใด ขยันในการค้าขาย ขอพระองค์จงให้ทุนไปเลย หมู่ชนใดขยันในการเลี้ยงโค ขอพระองค์จงให้ทุนเขาไปลงทุน หมู่ชนใด ขยันในการรับราชการ ขอให้พระองค์จ่ายเบี้ยเลี้ยง ขึ้นเงินเดือนให้ พระราชาทรงเชื่อที่ปรึกษาของพระองค์ พระองค์จึงทำการบูชายัญโดยวิธีที่ท่านปุโรหิตแนะนำ ผลปรากฏว่าเงินทองเข้าท้องพระคลังล้นหลาม ตรงนี้ขอยกวลีที่มีใน
พระไตรปิฎกที่พระราชาตรัสกับที่ปรึกษาของพระองค์มาให้อ่านกันดังนี้ “ดูก่อนท่านผู้เจริญ โจรที่เป็นเสี้ยนหนามในอาณาจักรของเรา เราได้ปราบลงหมดแล้ว ตามวิธีการของท่าน และกองทรัพย์อันมหึมาได้มาอยู่ในท้องพระคลังของเราบ้านเมืองมีแต่ความเกษม ประชาชนไม่เบียดเบียนกัน ทุกคนยิ้มให้กันและกัน จากนี้ไปเราจะบูชามหายัญต่อไป”
เรามาวิเคราะห์กันว่า เงินที่ไหลมาเข้าท้องพระคลังมาจากไหน ขอวิเคราะห์ว่า ข้อที่หนึ่ง น่าจะมาจากความศรัทธาในองค์พระเจ้าแผ่นดิน จิตใจของผู้ได้รับทรัพย์มาลงทุน โดยที่ตัวเองไม่ต้องจ่ายทรัพย์ลงทุนเลย แต่ผลผลิตที่ตัวได้ เต็มเม็ดเต็มหน่วย พอถึงเวลาจำหน่าย ก็จำหน่ายโดยที่ไม่ต้องคิดถึงต้นทุนเลย ราคาจึงถูก ขายได้คล่อง ถึงเวลาจ่ายภาษี เขาจะโกงภาษีต่อพระเจ้าแผ่นดินหรือไม่ ความผูกพันทางใจนี้ จึงทำให้ผู้ได้รับทุน จ่ายภาษีให้เต็มที่ เพราะความสำนึกที่ว่า ผลผลิตนี้พระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้ลงทุน และน่าจะถือว่าพระองค์เป็นเจ้าของด้วยซ้ำ ข้อที่สอง ความจึงเป็นไปว่า เมื่อพระเจ้าแผ่นดินทรงให้ทุนแก่ผู้ประกอบการทุกอาชีพ ผลิตผลจึงหมุนเวียนได้รวดเร็ว เพราะราคาถูก เงินจึงหมุนเวียนได้เร็วเช่นกัน ขอยกตัวอย่างการลงทุนให้ผู้ประกอบอาชีพค้าขาย เมื่อผู้ขายจะไปรับสินค้าทางไกล ก็ไม่ต้องห่วงเงินลงทุน จ้างคนไปซื้อสินค้าทางไกล สมัยโบราณเขาค้าขายทางบกและทางน้ำ ทางบกเรียกว่า ขบวนสินค้านายฮ้อย หรือโคต่าง ม้าต่าง ทางเรือก็เรียกขบวนสินค้าทางเรือ ค่าขนส่งที่ต้องจ่ายมีอะไรบ้าง ค่าสินค้า ค่าแรงงาน ค่าเดินทางของสินค้า พระเจ้าแผ่นดินออกให้หมด เวลาจำหน่าย ต้นทุนไม่ต้องคิดเลย เอาแต่กำไรอย่างเดียว สินค้าก็ถูก ประชาชนทุกคนได้ซื้อสินค้าที่ถูก นั่นคือรอยยิ้มของประชาชน ขอให้ดูจุดที่จ่ายภาษีให้พระเจ้าแผ่นดิน คือสินค้าจากแหล่งผลิต เดินทางไปยังแต่ละจังหวัด จากจังหวัด สินค้าเดินทางไปยังอำเภอ จากอำเภอ สินค้าเดินทางไปยังตำบล จากตำบล สินค้าเดินทางไปยังหมู่บ้าน ค่าขนส่งจากแหล่งผลิตไปจนถึงหมู่บ้าน เพื่อจำหน่ายให้ประชาชน พระเจ้าแผ่นดินออกให้หมด ดังนั้น ราคาสินค้าเมื่อถึงมือประชาชน จึงไม่มีทุนที่จะต้องคิดในราคาสินค้า คิดเพียงค่าเหนื่อยและภาษีนิดหน่อยให้พระเจ้าแผ่นดินเท่านั้นอย่างเดียว สินค้าจึงถูก ผู้เสียภาษีคือแหล่งผลิตก็ดี พ่อค้าจังหวัดก็ดี พ่อค้าอำเภอก็ดี พ่อค้าตำบลก็ดี พ่อค้าหมู่บ้านก็ดี ล้วนต้องส่งภาษีให้พระเจ้าแผ่นทั้งหมด ส่วนประชาชนที่ซื้อสินค้า ก็มีภาษีในราคาสินค้าอยู่แล้ว และนั่นคือ เงินทองไหลเข้าท้องพระคลังของพระเจ้าแผ่นดิน
พระเจ้าวิชิตมหาราช แต่เดิมทรงหวังจะทำการบูชายัญคือฆ่าสัตว์ แต่เมื่อปุโรหิตไม่เห็นด้วย แต่พระองค์ใช้คำว่าบูชายัญเหมือนกัน ในการโน้มน้าวเจ้านายของตนว่า อย่าเพิ่งทำการบูชายัญด้วยการฆ่าสัตว์เลย เพราะอาณาจักรยังไม่สงบ ยังมีการจี้ปล้นกันอยู่ ขอพระองค์จงบูชายัญด้วยการแจกเงินลงทุนให้ชาวนาก่อน เมื่อพระองค์ปฏิบัติตาม ทรงเห็นประชาชนของพระองค์มีความเกษม จึงอยากจะบูชายัญยิ่งขึ้น เพราะทรงเห็นว่าการบูชายัญอย่างนี้ดีกว่าการบูชาด้วยการฆ่าสัตว์ แล้ววันหนึ่งพระองค์ตรัสกับท่านปุโรหิตว่า เราอยากจะทำการบูชามหายัญอีก ปุโรหิตรู้ทันทีว่าพระองค์อยากจะแจกเงินแก่ประชาชนทั้งประเทศ จึงคำนึงว่างานนี้ต้องใช้ทรัพย์มาก ทรัพย์ในท้องพระคลังจะมีปัญหา จึงวางนโยบายใหม่ว่า ถ้าพระองค์จะบูชามหายัญ ขอให้พระองค์จงปรึกษากับพระราชาประเทศราช อำมาตย์ของพระองค์ พราหมณ์มหาศาล คหบดีมหาศาลก่อน โดยตรัสว่า เราจะบูชามหายัญเพื่อความสุขของเรา หลังจากเราตายไปแล้ว ถามว่าทำไมปุโรหิตจึงแนะนำอย่างนั้น ตอบว่า นั่นคือวางแผนให้บริวารทั้ง 4 กลุ่มนั้นเอาทรัพย์สินมาช่วย
เมื่อวันบูชามหายัญมาถึง ฝูงชนจำนวนมากมาคอยอยู่ บริวารทั้ง 4 กลุ่ม ต่างขนเครื่องอุปโภคบริโภคมากมาย มาร่วมบูชามหายัญร่วมกับพระราชา ทรงมีพระบัญชาให้พระเจ้าประเทศราช ไปตั้งจุดแจกทานที่หลุมยัญทางทิศตะวันออก อำมาตย์ตั้งจุดแจกทานที่หลุมยัญทิศใต้ พราหมณ์มหาศาลไปตั้งจุดแจกทานที่ หลุมยัญทิศตะวันตก คหบดีมหาศาลไปตั้งจุดแจกทานที่หลุมยัญทิศเหนือ แล้วพระพุทธองค์ก็ตรัส
กับกูฏพราหมณ์ว่า ดูก่อนกูฏทันตพราหมณ์! ในการบูชามหายัญของบริวารของพระเจ้าวิชิตราชเหล่านั้น ไม่ต้องฆ่าสัตว์ มหายัญนั้นสำเร็จได้ด้วยเครื่องอุปโภคบบริโภค ดูก่อนพราหมณ์ สมัยนั้นเราตถาคต เป็นผู้จัดการบูชายัญของพระเจ้าวิชิตราชนั้น
กูฏทันตพราหมณ์ ฟังการบูชายัญดังกล่าวแล้ว มีจิตเลื่อมใส แผนการที่จะบูชายัญด้วยการฆ่าสัตว์หายไป แต่อยากฟังการบูชายัญด้วยวิธีนี้อีก จึงทูลถามขึ้นว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ยัญที่มีการตระเตรียมน้อยกว่า ใช้ทรัพย์น้อยกว่า แต่มีอานิสงส์มากกว่า ยัญทั้งสองนั้นยังมีอยู่หรือ? พระองค์ตรัสตอบว่า มีอยู่ ยัญนั้น ชื่อนิตยทาน คือการให้ทานประจำแก่บรรพชิตผู้มีศีล เขาก็ทูลถามต่อไปอีกว่า ยัญที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่านิตยทาน แต่มีอานิสงน์มากกว่า มีอีกหรือไม่ พระองค์ก็ตรัสตอบว่า มีอยู่ คือการสร้างกุฏิถวายพระสงฆ์ เพราะความเพลิดเพลินในพระธรรม จึงถามต่อไปอีกว่า แล้วยัญที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่านั้น แต่มีอานิสงส์มากกว่า มีอีกหรือ ทรงตอบว่า มีอยู่ คือการถึงพระไตรสรณคมน์ เป็นที่พึ่ง แล้วทูลถามต่อไปอีกว่า ยัญที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า แต่มีอานิสงส์มากกว่า การถึงไตรสรณคมน์ มีอยู่อีกหรือ ตรัสตอบว่า มีอยู่ คือการรักษาศีลห้า การถามของพราหมณ์แบบนี้ พระองค์ก็รู้แล้วว่าพราหมณ์นี้ มีจิตเลื่อมใสในพระธรรมแล้ว จึงแสดงอริยสัจให้ฟัง กูฏทันตพราหมณ์ ก็บรรลุพระโสดาบัน แสดงตนเป็นอุบาสก นับถือพระพุทธศาสนา แล้วก็ประกาศยกเลิกการบูชายัญ ให้ปล่อยสัตว์ที่เตรียมบูชายัญไปเสียสิ้น
ตามที่กล่าวมา ในเรื่องปุโรหิตแนะนำพระราชาให้แจกเงินประชาชน เราจะพบความเฉลียวฉลาดของท่านปุโรหิต สองเรื่อง เรื่องแรก เมื่อพระราชาต้องการบูชายัญ คือการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนพัน ปุโรหิต จึงต่อรองว่าอย่าเพิ่งบูชายัญด้วยการฆ่าสัตว์เลย ขอให้บูชายัญด้วยการบริจาคใหญ่เลยก่อน พระราชาก็ทรงยินยอม เพราะยังมีคำว่าบูชายัญอยู่ ผลสุดท้าย พระราชาก็เลิกบูชายัญไปเลย ความฉลาดที่สอง ปุโรหิตเห็นว่าชาวนาเป็นผู้ทนทุกข์ตากแดด ตากฝนผลิตข้าวให้ชาวโลกกิน แต่ชีวิตมีแต่ความทุกข์เศร้า ไม่เคยหลับสนิท แม้หลับไปเพราะเหนื่อย แต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะหนี้สินพอกพูนตลอด ทั้งปุโรหิตมองเห็นว่า ทรัพย์ของพระราชานอนอยู่ในท้องพระคลัง มิได้เอาออกมาหมุนเวียน จึงกราบทูลให้
พระราชาให้บูชายัญด้วยการออกทุนให้ชาวนาทุกคน ในการปลูกข้าว ออกทุนให้ประชาชนที่ทำการค้าขาย ถามว่าทำไมต้องออกทุนให้พ่อค้า ตอบ เพราะว่าพ่อค้าเป็นผู้กระจายสินค้าไปสู่ประชาชน และนั่นคือแหล่งเรียกทุนคืน
การที่ท่านปุโรหิตแนะนำให้ออกทุนให้ชาวนานั้น ในพระไตรปิฎกระบุชัดว่า ในการออกทุนให้ชาวนานั้น ให้เพิ่มข้าวกินให้ชาวนาด้วย แต่ขณะให้ทุนพ่อค้ามิได้พูดว่ามอบข้าวกินให้พ่อค้าเลย นั่นแสดงให้เห็นว่ายุคนั้นชาวนาเป็นคนจนที่สุดในสังคม และเป็นเจ้าของคำว่า ประชาชนของประเทศ เพราะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ไม่มีจะกินทั้งที่ทำนาเลี้ยงคนทั้งประเทศ เหมือนทุกวันนี้ และเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วย ดังนั้น ท่านปุโรหิตจึงให้ออกทุนในการปลูกข้าวให้ชาวนา นี่คือภาพสะท้อนให้เห็นชีวิตชาวนาในอดีต
แต่ปัจจุบันขอเพิ่มชีวิตชาวนาอีกว่า ทั้งที่ปลูกข้าวเอง แต่กำหนดราคาข้าวไม่ได้ ราคาข้าวก็ถูก แต่ข้าวสารแพง คนที่ร่ำรวยคือพ่อค้าคนกลาง ดังนั้น การที่รัฐบาลเพื่อไทยจะแจกเงินแก่คนไทยทุกคนตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งใช้เงินถึงห้าแสนล้านกว่าบาทนั้น น่าจะก่อปัญหาเหมือนประเทศศรีลังกาแจกเงินเพื่อแลกคะแนนเสียงนี่แหละ นายกฯศรีลังกาต้องหนีมาหลบในประเทศไทย ขณะนี้นักวิชาการ 99 คน ออกแถลงการณ์คัดค้านแผนการดังกล่าว ผู้ว่าการแบงก์ชาติก็ไม่เห็นด้วย แต่ขอให้เจาะเป็นบางเรื่อง นี่น่าจะเป็นโอกาสของรัฐบาล ยกเลิกนโยบายที่เสี่ยงนั้นเสีย หันมาเอาคะแนนจากชาวนาดีกว่า และจะได้เป็นกอบเป็นกำด้วย อีกทั้งไม่เสี่ยงอะไรเลย ที่วิเศษยิ่งกว่านั้นก็คือ ผลผลิตทั้งหมดจะเป็นของรัฐครึ่งหนึ่ง ของผู้ผลิตครึ่งหนึ่ง ผลผลิตต่างๆ ที่ไปอยู่ในร้านขาย ก็จะตกเป็นของรัฐครึ่งหนึ่ง เป็นของเจ้าของร้านครึ่งหนึ่ง แต่รัฐมิได้ไปเป็นเจ้าของสินค้านั้นเลย แต่จะมีอำนาจร่วมกับผู้ผลิต และเจ้าของร้านขาย กำหนดราคาได้
นี่คือแนวทางที่รัฐเข้าไปกำหนดราคา โดยที่ตัดคนกลางออกทั้งหมด
ไหนๆ รัฐบาลจะแจกเงินดิจิทัลถึงห้าแสนล้านอยู่แล้ว แต่เมื่อบัณฑิต คือนักวิชาการคัดค้านกันทั้งหมด ก็อย่าเดินหน้าต่อเลย แจกเฉพาะชาวนาดีกว่า หลานของผู้เขียน เขาเล่นดิจิทัลบิตคอยน์ ได้เงินดีมาก แต่พอเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครนขึ้นเท่านั้น เงินบิตคอยน์ล่ม ขณะนี้สงครามตะวันออกกลางกำลังจะเริ่มต้น ถ้าขืนพรรคเพื่อไทยเดินต่อไป จะเกิดอันตรายต่อประเทศ ดังนั้น ขอให้เพื่อไทยปรับมาใช้เงินให้ทุนแก่ชาวนาทั้งประเทศจะดีกว่า คนจะชื่นชมกว่า คะแนนจากชาวนาจะไปไหนล่ะ!
ขอสรุปส่งท้ายว่า หลายแสนปีมาแล้ว ชาวนาทั่วโลกมีแต่ความทุกข์ยาก ความสุขไม่เคยมี แต่ต้องอดทนทำนาเพื่อให้คนทั่วโลกกิน ถ้าจะประชดไม่ทำนาเพราะเห็นคนอื่นนอนสบาย ตัวนั่นแหละจะตายก่อน ท่านปุโรหิตเห็นความอมทุกข์ตลอดปีของชาวนาอย่างนี้แหละ เมื่อพระเจ้าวิชิตมหาราชจะบูชายัญ ท่านจึงให้บูชายัญด้วยการบริจาค เป็นทุนให้ชาวนา เป็นเงินมหาศาล แต่น้อยกว่าเงินดิจิทัลแน่ ถ้าเพื่อไทยคิดโครงการนี้มา เพื่อหวังชนะก้าวไกลละก็! ไม่ชนะดอก ถ้ายังขืนทำแบบนี้
แต่ถ้าบูชายัญด้วยการบริจาคเงินมหาศาลแก่ชาวนานี่แหละ พรรคเพื่อไทยจะชนะพรรคก้าวไกลได้ ขอให้ระวังสงครามยิวและปาเลสไตน์ นี่แหละจะเป็นตัวทำลายเงินดิจิทัลของรัฐบาล
ทวี ผลสมภพ

