สถานะ ‘คสช.’ กระบวนการ เลือกตั้ง รุก เป็นด้านรับ

13.01.17 | 14:52 น.

และแล้ว “ตัวแปร” ตามความคาดหมายของ นายวิษณุ เครืองาม เมื่อปลายปี 2559 ก็สำแดงตัวออกมาอย่างเด่นชัด เป็นรูปธรรม

เป็นตัวแปรอันเนื่องแต่ “รัฐธรรมนูญ”

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึง นายมีชัย ฤชุพันธุ์ จะออกมายืนยันตรงกันในเรื่องอันเกี่ยวกับ “โรดแมป” ว่าเป็นไปดังที่ประกาศ

ยังยืนอยู่ที่ปลายปี 2560 ไม่แปรเปลี่ยน

กระนั้น ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนมีบทสรุปตรงกันว่า

Advertisement

เป็นการไม่แปรเปลี่ยนที่อาจต้อง “เลื่อน”

ความเป็นจริงที่ไม่ว่า คสช. ไม่ว่า ครม. ไม่ว่า กกต. ก็ไม่สามารถกำหนดวันและเวลาอันแน่ชัดได้ว่าจะเป็นเมื่อใด

อาจเป็นต้นปี อาจเป็นกลางปีและอาจเป็นปลายปี

ปีที่ว่าไม่ใช่ปี 2560 อย่างแน่นอน หากมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นปี 2561 มากกว่า เป็นไปตามความคาดหมายของ “โหร” สมคล้อยกับคำชี้แนะอันมาจาก “ฤๅษี”

ถามว่าสถานการณ์นี้สะท้อนอะไร

คําตอบโดยพื้นฐานอย่างที่สุดก็คือ สะท้อนความเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน และมิอาจควบคุมบังคับได้ตามใจ

เรียกอีกอย่าง 1 ว่าเป็น “สภาวธรรม”

เรียกอีกอย่าง 1 ว่าเป็น “ภววิสัย” หรือเป็นไปตาม “วัตถุธรรม” นั่นก็คือ การเคลื่อนไหวอย่างเป็นไปเอง

เหมือนกับเป็นความต้องการของบรรดา “นักลากตั้ง”

เหมือนกับแข็งขืนและไม่เป็นไปตามความต้องการของบรรดา “นักเลือกตั้ง” ที่มาดหมายว่าน่าจะเป็นปลายปี 2560 กลับมิใช่

แต่สภาพที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ “เป้าหมาย” ยังเป็นเช่นเดิมหรือไม่

น่าสนใจก็ตรงที่ ไม่ว่าจะ “เลื่อน” และไม่ว่าจะเลื่อนไปยาวนานอย่างน้อยอีกเกือบ 1 ปี แต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นไปจากกระบวนการของ “การเลือกตั้ง”

“การเลือกตั้ง” ยังเป็น “เป้าหมาย” เหมือนเดิม

บรรดา “นักลากตั้ง” โดยเฉพาะที่กองอยู่ภายใน “สนช.” และกองอยู่ภายใน “สปท.” ล้วนมองเห็นการเคลื่อนของ “โรดแมป” เป็นประโยชน์ต่อตน

คำถามก็คือ แล้วเลี่ยง “การเลือกตั้ง” ได้พ้นหรือไม่

ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเป็นต้นปี ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเป็นกลางปี หรือไม่ว่าการเลือกตั้งจะเป็นปลายปี แต่บทบาทและความหมายของมันก็คือ “การเลือกตั้ง”

เป็นการเลือกตั้งเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2544

เป็นการเลือกตั้งเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2550 และเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554

เดือนมกราคม 2544 ส่งผลให้ นายชวน หลีกภัย ต้องจร

เดือนธันวาคม 2550 ส่งผลให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต้องจร เดือนกรกฎาคม 2554 ส่งผลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องจร

แม้เดือนมกราคม 2544 กติกาจะคือรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540

แม้เดือนธันวาคม 2550 กติกาจะคือรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 และแม้ในปี 2561 กติกาจะคือรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

แต่บทบาทและความหมายก็คือ เป็นการเลือกโดย “ประชาชน”

บทบาทก็คือ ได้ “ตัวแทน” จากการคัดสรรของประชาชน และพื้นที่ของ “นักลากตั้ง” ก็ค่อยๆ หดแคบลง

สถานการณ์ของ คสช. และของ ครม. อันมาจากกระบวนการรัฐประหารเมื่อปี 2557 จึงแปรเปลี่ยน

คสช.และรัฐบาลจากการรัฐประหารมิได้เป็นฝ่าย “รุก” เหมือนในตอนต้นอีกต่อไป หากแต่ตกอยู่ในสถานะแห่งการ “ตั้งรับ”

เป็นการตั้งรับจากสถานการณ์ “การเลือกตั้ง”