พระพุทธศาสนา กับโลกดิจิทัล โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

เพราะเราอยู่ในยุคสมัยของโลกาภิวัตน์ที่ทุกประเทศต่างติดต่อสื่อสารด้วยเทคโนโลยี และระบบโทรคมนาคมอันทันสมัย คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องรับเอาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สมาร์ทโฟนและดิจิทัลได้เข้าครอบงำชีวิตและจิตใจของผู้คนทั่วโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชาวพุทธที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก อันส่งผลสะเทือนต่อความเลื่อมใสศรัทธาที่ชาวพุทธมีต่อพระพุทธศาสนา เป็นเหตุทำให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรมลดน้อยถอยลง และมีแนวโน้มที่น่า
สะพรึงกลัวว่าเทคโนโลยีอันทันสมัยเหล่านั้นจะกัดกร่อนและทำลายวิถีชีวิต ตลอดจนวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธจนสูญสิ้นไปในที่สุด

เพราะเหตุที่ชาวพุทธไม่ได้ยึดองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือยึดพระเจ้าองค์หนึ่งองค์ใดเป็นสรณะเหมือนอย่างศาสนาอื่น ชาวพุทธยึดหลักธรรมและการปฏิบัติทาน ศีล ภาวนาเป็นสำคัญ การที่ศาสนาอื่นมีพระเจ้าเป็นที่ยึดทางจิตใจ พวกเขาจึงไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใจต่ออิทธิพลและการครอบงำของเทคโนโลยี ไม่รู้สึกกังวลใจต่อการที่ผู้คนของเขาหลงใหลคลั่งไคล้ในเทคโนโลยี

เพราะพวกเขาเชื่อมั่นว่าพระเจ้าของพวกเขามีความยิ่งใหญ่และมีมหิทธานุภาพมากกว่าเทคโนโลยีทั้งหลายทั้งปวง ดังนั้นไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างไร ผู้คนของเขายังคงเลื่อมใสศรัทธาต่อพระเจ้าของเขาเหมือนเดิม และเชื่อว่าพระเจ้าจะมารับดวงวิญญาณของเขาเมื่อความตายมาถึง

แต่ศาสนาพุทธของเราเน้นการปฏิบัติธรรม ไม่ได้ยึดพระเจ้า แต่การปฏิบัติธรรมและการนั่งวิปัสสนากรรมฐานของชาวพุทธไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเหมือนอย่างการยึดพระเจ้า เพราะต้องอาศัยความเพียรพยายาม ความมุมานะอดทนอย่างมากเพื่อฟันฝ่าความยากลำบากในการปฏิบัติธรรมของชาวพุทธ จนเป็นที่น่าหวั่นเกรงว่าชาวพุทธจะแพ้ภัยจากการครอบงำของโลกดิจิทัล เทคโนโลยีอันทันสมัยเหล่านั้นจะดูดกลืนวิถีชีวิตและจิตวิญญาณของชาวพุทธให้เสื่อมถอยไปจากศีล สมาธิ ปัญญา และจมหายไปในความมืดมิดแห่งอนธการ

ชาวพุทธที่ปฏิบัติธรรมและเข้าถึงธรรมะในระดับหนึ่งแล้ว ย่อมตระหนักดีว่าการสวดมนต์ไหว้พระจะทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดปีติสุขและความอิ่มเอิบทางใจ ปีติสุขจากการปฏิบัติธรรมดังว่านี้จะช่วยคุ้มครองและขัดเกลาจิตวิญญาณและนำพาตัวเขาให้รอดพ้นไปจากอิทธิพลและการครอบงำของเทคโนโลยีที่หลั่งไหลเข้ามาในยุคปัจจุบัน ผู้ปฏิบัติธรรมและผู้สวดมนต์ไหว้พระอยู่เสมอจะตระหนักดีว่าปีติสุขจากการสวดมนต์ย่อมดีเลิศประเสริฐกว่าความสุขจากการเล่นเกมหรือแชตไลน์ ผู้สวดมนต์ไหว้พระจึงไม่ถูกครอบงำและไม่ลุ่มหลงไปในโลกดิจิทัลเหล่านั้น

เหมือนดั่งองค์พระศาสดาและสงฆ์สาวกทั้งหลายที่ได้ละทิ้งความสุขทางโลกีย์ที่ได้จากบริษัทบริวารและโภคทรัพย์ทั้งหลาย เพื่อเข้าสู่เพศบรรพชิตและเพื่อปฏิบัติธรรม หลังจากนั้นพระองค์ไม่เคยหวนกลับไปใส่ใจหรือยินดีกับโลกียวิสัยในสิ่งเหล่านั้นอีกเลย นี่เป็นเพราะความสุขสงบทางธรรมย่อมอยู่เหนือความสุขอื่นใดทั้งปวง จึงเป็นที่แน่ใจว่าปีติสุขจากการสวดมนต์ไหว้พระเป็นความสุขที่อยู่เหนือกว่าความสุขที่มาจากเทคโนโลยี

อย่างไรก็ดี ยังเป็นที่น่ากังวลและห่วงใยต่อชาวพุทธอีกกลุ่มหนึ่ง อันได้แก่ เด็กและเยาวชนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมอย่างสม่ำเสมอ เป็นเหตุทำให้จิตใจของพวกเขาผูกพันหลงใหลอยู่กับเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลเหล่านั้น ยิ่งการปฏิบัติทาน ศีล ภาวนาของเด็กและเยาวชนไม่ลุ่มลึกและมั่นคง เทคโนโลยีอันทันสมัยเหล่านั้นอาจล่อใจและดึงดูดจิตใจของเด็กและเยาวชนให้ลุ่มหลงงมงายอย่างโงหัวไม่ขึ้น

หากปล่อยให้สภาพการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป พุทธศาสนาอาจถึงกาลวิบัติ เพราะการเข้าถึงการปฏิบัติธรรมย่อมยากลำบากยิ่งกว่าการเข้าหาสื่อออนไลน์และสมาร์ทโฟน เด็กและเยาวชนจึงให้ความสำคัญกับการแชตไลน์ยิ่งกว่าการสวดมนต์ ภาวนา โลกดิจิทัลอันน่าสะพรึงกลัวได้เข้ามาเป็นตัวขวางกั้น ทำให้การปฏิบัติธรรมของชาวพุทธดำเนินไปอย่างยากลำบาก เด็กและเยาวชนมัวสนใจอยู่กับการเล่นเกมคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้น จิตใจของพวกเขาหันเหออกจากพระพุทธศาสนาจนหมดสิ้น

เด็กและเยาวชนขาดการสวดมนต์ไหว้พระ วันเวลาและวิถีชีวิตของพวกเขาถูกโทรศัพท์มือถือเข้าครอบงำยึดกุม เป็นเหตุให้พวกเขาขาดอิสรภาพในการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ขาดการขัดเกลาจิตใจให้ผ่องใส วิจารณญาณของเด็กและเยาวชนบิดเบี้ยวและหลงทางเพราะมองเห็นเทคโนโลยีสำคัญกว่าการสวดมนต์ภาวนา

เด็กและเยาวชนใช้เวลาส่วนใหญ่ หมกมุ่นอยู่กับคอมพิวเตอร์และการแชตไลน์ ยิ่งเวลาผ่านไปนาน จิตใจของพวกเขายิ่งหลงใหลและติดยึดอยู่กับโลกดิจิทัล จนพวกเขารู้สึกว่าไม่อาจใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้หากขาดเครื่องมือสื่อสารอันทันสมัยเหล่านั้น จึงนับเป็นภัยอันใหญ่หลวงที่เด็กและเยาวชนกำลังถูกกลืนหายไปในสังคมที่นับถือเทคโนโลยีเป็นสำคัญ

พระพุทธศาสนาสอนให้เราปฏิบัติภาวนาเพื่อให้เราเห็นความสำคัญของการมองเข้าไปภายในกายของเรา มองเข้าไปภายในลมหายใจของเรา มองเข้าไปดูจิตอันสว่างไสวที่อยู่ภายในกายของเรา หากจิตสงบนิ่งอยู่ในกายอยู่ในลมหายใจ จิตจะมีความสุขและมีพลัง การภาวนาจึงทำให้จิตของเราได้รับความสุขสงบ

แต่หากจิตส่งออกนอกไปสู่ความนึกคิดอันไร้สาระต่างๆ นานา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นไปในทางโลกีย์และทำให้เกิดความกำหนัดทั้งสิ้น จิตที่ส่งออกนอกจึงหาความสุขสงบไม่ได้ หากเราฝึกสมาธิและทำให้จิตสงบนิ่งอยู่ในลมหายใจได้ จิตจะเป็นสุข ปีติสุขจากสมาธิจะมีพลังช่วยนำพาชีวิตของเราไปสู่ความดีงามทั้งในทางโลกและทางธรรม

แต่เทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนกลับส่งผลในทางตรงข้าม ผู้ที่หลงใหลอยู่กับการแชตไลน์จะหาความสุขสงบทางจิตใจไม่ได้เลย เด็กส่วนใหญ่จะพูดคุยกันผ่านไลน์ในเรื่องไร้สาระเสียเป็นส่วนมาก พวกเขาชอบที่จะเข้าไปสอดรู้สอดเห็นในเรื่องราวต่างๆ ที่ส่งผ่านเข้ามาทางไลน์ เพียงเพราะอยากรู้ว่าคนอื่นเขาทำอะไรกัน เขาไปเที่ยวไปกินกันที่ไหน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการส่งจิตให้แส่ส่ายออกนอกและทำให้ราคะตัณหากระเพื่อมรุนแรงขึ้น

อิทธิพลของเทคโนโลยีได้ดึงจิตใจของชาวพุทธให้ลุ่มหลงงมงายและไหลตกต่ำไปสู่เรื่องของอกุศลและอวิชชาเสียสิ้น หากไม่ช่วยกันดึงรั้งไว้แล้ว เทคโนโลยีจะทำลายจิตวิญญาณของชาวพุทธให้ขาดสะบั้นไปจากพระพุทธศาสนา จนชาวพุทธไม่อาจเรียกความสุขสงบให้กลับคืนสู่ลมหายใจได้อีกเลย

การเล่นเกมคอมพิวเตอร์และการแชตไลน์จึงเปรียบได้กับการส่งจิตออกนอก ยิ่งใช้เวลาในการเล่นมากเท่าใด จิตใจก็ยิ่งเหนื่อยล้าว้าวุ่นและหาความสุขสงบไม่ได้ จิตที่ส่งออกนอกไปกับเรื่องราวที่อยู่ในโลกดิจิทัลและสมาร์ทโฟนจึงเปรียบได้กับเด็กที่หนีออกจากบ้านเที่ยวเร่ร่อนกระเซอะกระเซิงไปเรื่อย เด็กเหล่านี้จึงมีโอกาสเสียผู้เสียคนได้ง่าย เพราะการไปอยู่นอกบ้านมีแต่จะพบสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็กทั้งสิ้น

การให้ความคุ้มครองดูแลเด็กเหล่านั้น จึงต้องรีบกระทำโดยเร็วด้วยการนำเด็กกลับคืนสู่อ้อมอกของพ่อแม่ที่จะเป็นผู้ให้ความอบอุ่นและให้การอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี การนำเด็กกลับสู่บ้านจึงเปรียบเสมือนการนำจิตที่ส่งออกนอกกลับคืนสู่ ลมหายใจภายในกายอีกครั้ง ให้จิตได้กลับมาสู่ลมหายใจอันอบอุ่นของเขา จิตที่กลับมาอยู่ในลมหายใจเช่นนี้จะเป็นจิตที่มีความสุขสงบมี ความอบอุ่นเหมือนเด็กที่ได้กลับสู่อ้อมอกของพ่อแม่ฉันนั้น

จิตที่ส่งออกนอกไปกับการแชตไลน์และเล่นเกมมีแต่จะไหลตกต่ำเรื่อยไป ยิ่งใช้เวลากับเทคโนโลยีมากเท่าใด จิตใจมีแต่จะเหนื่อยล้า แห้งผากและแข็งกระด้าง จิตที่มืดบอดและหนีออกห่างจากธรรมะเช่นนี้จึงยากที่จะสำนึกรู้ในคุณค่าของการปฏิบัติทาน ศีล ภาวนา เทคโนโลยีจึงมีแต่จะทำให้เด็กกลายเป็นคนที่มีจิตใจหยาบกระด้างและขาดเมตตาธรรม จึงทำให้เด็กและเยาวชนยากลำบากต่อการดำเนินชีวิตที่ดีงามทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

จิตที่ส่งออกนอกมีแต่จะทำให้เด็กขาดสติ ขาดสมาธิ ไร้พลังจิต อันจะส่งผลเสียต่อการเรียนการศึกษา หมดความมุ่งมั่นที่จะทำคุณประโยชน์ให้แก่ตนเองและแก่สังคม เทคโนโลยีได้เข้าทำลายจิตวิญญาณของชาวพุทธ ทำลายประเพณีและวัฒนธรรมอันดี งามของชาวพุทธ และกัดกร่อนพระพุทธศาสนาให้อ่อนแอถดถอยลง

ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนาของเราจึงยืนอยู่ในจุดล่อแหลมและเสี่ยงภัยต่อการล่มสลายในเวลาอันรวดเร็ว จิตใจของเด็กที่ถูกครอบงำด้วยวัตถุสิ่งของและติดยึดอยู่กับสิ่งล่อใจเหล่านั้น มีแต่จะทำให้จิตใจของพวกเขาเลื่อนไหลตกต่ำไปสู่สิ่งเลวร้าย จิตใจของเด็กจะห่างเหินพระพุทธศาสนา สังคมจะหาความสงบสุขไม่ได้

จึงเป็นภาระหน้าที่ของพ่อแม่ผู้ปกครองและครูที่จะต้องอบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ และสัมผัสรสแห่งธรรมของพระพุทธศาสนา การสวดมนต์ไหว้พระและการภาวนาจะเป็นรสแห่งธรรมอันสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมจิตวิญญาณของเด็กให้มีพลังอำนาจที่จะต้านทานการครอบงำและความลุ่มหลงในสิ่งล่อใจที่มากับเทคโนโลยี

การสวดมนต์จะทำให้เด็กมีความสุข การได้เปล่งเสียงสวดมนต์ในบทสวดที่เป็นพระธรรมเทศนาอันศักดิ์สิทธิ์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะทำให้เด็กได้สัมผัสรสแห่งธรรม ได้สัมผัสปีติสุขที่หลั่งล้นออกมาจากจิตใจ เป็นปีติสุขที่เกิดขณะจิตสงบนิ่งอยู่ในสมาธิขณะเด็กกำลังจดจ่ออยู่กับการท่องบทสวดมนต์ ผู้ที่สวดมนต์เป็นประจำจะตระหนักดีถึงปีติสุขจากการได้เปล่งเสียงสวดมนต์

เมื่อเด็กได้รับความสุขและความอิ่มเอิบใจจากการสวดมนต์ เด็กจะชื่นชอบการสวดมนต์มากขึ้น เด็กจะหันมาสวดมนต์จนกลายเป็นนิสัยติดตัวเขาไปจนตลอดชีวิต ปีติสุขจากการสวดมนต์ที่เด็กได้ สัมผัสนี้จะทำให้เด็กสามารถพิจารณาแยกแยะระหว่างความสุขจากการเล่นเกมคอมพิวเตอร์กับปีติสุขจากการสวดมนต์ไหว้พระ พลังอำนาจแห่งปีติสุขที่ได้ จากการสวดมนต์จะทำให้เด็กไม่ลุ่มหลงมัวเมากับเทคโนโลยี รสแห่งธรรมจะช่วยดึงรั้งเขาไว้ ให้กลับคืนสู่อ้อมแขนของพระพุทธศาสนาจนตลอดชีวิตของเขา

ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon