เป็นอันสรุปได้โดยพื้นฐานว่า “โรดแมป” ยัง “เหมือนเดิม” แต่แนวโน้มและความเป็นไปได้ที่จะต้องยอมรับก็คือ
การเลือกตั้งจะไม่มีในปี พ.ศ.2560
นี่คือลักษณะย้อนแย้งเป็นอย่างสูงยิ่งของ “โรดแมป” ประเทศไทย นี่คือความเป็นจริงที่แม้จะฟังดูแปลกแปร่ง แต่ในที่สุดก็จะเป็นไปเช่นนั้น
ทำไมจึงว่า “โรดแมป” ยัง “เหมือนเดิม”
คำตอบก็คือ เพราะไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ยืนยัน เพราะไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยืนยัน
หาก 2 คนนี้ยืนยันแล้วก็จำเป็นต้องเชื่อ
ขณะเดียวกัน ถ้าเริ่มต้นจากสมมุติฐานที่มีการประกาศผ่าน “ปฏิญญานิวยอร์ก” ในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติก็จำเป็นต้องพิจารณาใหม่ว่า
ที่ว่า “เหมือนเดิม” นั้นเป็นเหมือนเดิมตรง “โรดแมป”
แต่สภาวะ “เหมือนเดิม” ของโรดแมป
มิได้หมายความว่าจะต้องมี “การเลือกตั้ง” ประมาณปลายปี 2560 หากเป็นไปได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นในปี 2561
การทำความเข้าใจต่อคำว่า “เหมือนเดิม” ของ “โรดแมป” จึงสำคัญ
จะเข้าใจคำว่า “เหมือนเดิม” ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากความเป็นจริงของนิยามความหมายของ “โรดแมป”
นั่นก็คือ “โรดแมป” เริ่มต้นนับ 1 จาก “รัฐธรรมนูญ”
ที่เข้าใจกันว่า “การเลือกตั้ง” จะมีตาม “โรดแมป” อย่างที่เรียกว่า “ปฏิญญานิวยอร์ก” นั้นต้องเริ่มต้นจากสมมุติฐานของการประกาศและบังคับใช้ “รัฐธรรมนูญ”
ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่าน “ประชามติ” นำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559
หากทุกอย่างดำเนินไปตามปกติก็น่าจะสามารถประกาศและบังคับใช้ภายในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560
นั่นก็คือ เวลา 90 วันตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
แต่เมื่อสำนักราชเลขาธิการมีหนังสือแจ้งถึง “ข้อสังเกต” อันจำเป็นต้องมีการปรับแก้เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญในหมวดพระมหากษัตริย์เสียใหม่
จึงต้องเริ่มต้นจาก 1 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 เพื่อนำไปสู่การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ
จากนั้น 1 รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีจักต้องทำเนื้อหาโดยพื้นฐานมอบให้คณะกรรมการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ
จึงเท่ากับเป็นการเริ่มต้น “ร่างรัฐธรรมนูญ” ขึ้นใหม่
ไม่ว่าจะมองโลกในแง่สดสวยสักเพียงใด ปัจจัยจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 ปัจจัยจากการลงมือยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมในหมวดพระมหากษัตริย์ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติขึ้นใหม่
นั่นแหละคือสิ่งที่เรียกว่า “ตัวแปร”
อย่างน้อยกำหนดของการประกาศและบังคับใช้ “รัฐธรรมนูญ” ก็มีความจำเป็นต้อง “เลื่อน” ออกไป
และจะเลื่อนออกไปยาวนานเพียงใด ยังไม่มีใครให้ “คำตอบ” ได้
กล่าวในแง่ความหมายของ “โรดแมป” ในทางปฏิบัติสามารถเรียกได้ว่า “เหมือนเดิม” แต่ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างรัฐธรรมนูญ คือ รายละเอียดที่ทำให้ “การเลือกตั้ง” ไม่สามารถดำรงอยู่เหมือนก่อนได้
“โรดแมป” เหมือนเดิมอย่างที่นายกรัฐมนตรียืนยันแน่นอน “การเลือกตั้ง” ต้องมีขึ้นตามที่กำหนดเอาไว้ใน “โรดแมป” อย่างแน่นอน แต่ระยะเวลาจำเป็นต้องมีการเลื่อนไปตามความเป็นจริง
วันและเวลาของ “การเลือกตั้ง” ต่างหากที่ไม่เหมือนเดิม
ทั้งหมดนี้สะท้อนความเป็น “อนิจจัง” ที่ดำรงอยู่ไม่ว่าในเรื่องความหมาย ไม่ว่าในเรื่องความเข้าใจ
เจตนาที่ยืนยันว่า “โรดแมปเหมือนเดิม” เพราะไม่ต้องการให้เกิดความรู้สึกว่ามีความผิดพลาดมีความคลาดเคลื่อนในเรื่องวัน ว.
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง แม้ “โรดแมป” ยังเหมือนเดิม
แต่ “วันเลือกตั้ง” ก็มิอาจดำรงอยู่ในสภาพ “สถิต” ได้อย่างแน่นอน

