หน้าแรก คอลัมนิสต์ เรื่องของ&#82...

เรื่องของ’จำนวน’ โดย ปราปต์ บุนปาน

16.01.17 | 15:00 น.
แฟ้มภาพ

เมื่อเดือนมีนาคมปีก่อน เคยเขียนบทความที่มีชื่อว่า “บาดแผล” บนร่าง “สรยุทธ” กล่าวถึงการต้องอำลาตนเองจากเวทีสื่อหลักของนักเล่าข่าวชื่อดัง สรยุทธ สุทัศนะจินดา

พร้อมทั้งพยายามชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “บาดแผล” บนเรือนร่างของ “สรยุทธ” อันเกิดจาก “อาวุธทางจริยธรรม” ต่างๆ นานา กับการก่อตัวของ “เครือข่ายคนดี” ภายในสังคมไทย

ผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งปี “สรยุทธ” คนเดิม ก็ลุกขึ้น “ยืนเด่น” ขึ้นใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง

เป็นการขยับก้าวเข้ามายืนบนพื้นที่สื่อแบบใหม่อย่าง “เพจเฟซบุ๊ก” และนวัตกรรม “เฟซบุ๊กไลฟ์”

ท่ามกลาง “วิกฤตความเชื่อมั่น” ที่มีต่อการจัดการสถานการณ์อุทกภัยในภาคใต้ช่วงต้นปี 2560

Advertisement

เป็นการกลับมาที่ได้รับจำนวน “วิว-ไลค์-แชร์” มหาศาลอย่างรวดเร็ว

เป็นการเรียกคืน “อิทธิพล” ที่เคยมีต่อสังคม กลับคืนมาในบริบทแวดล้อมอันลงตัว ระหว่างความเดือดร้อนของประชาชนบางส่วน ณ “โลกออฟไลน์” กับพัฒนาการทางเทคโนโลยี ณ “โลกออนไลน์”

การถือกำเนิดครั้งใหม่ของ “สรยุทธ” ก็ไม่ต่างอะไรกับการแสวงหา “พื้นที่ใหม่” ของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา

การมีภาพถ่ายคู่กันระหว่าง “สรยุทธ” กับ “ชูวิทย์” เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก

การมีภาพเคลื่อนไหวของ “สรยุทธ” และ “วู้ดดี้” ถูกจับอยู่ในเฟรมเดียวกัน ผ่านกระบวนการไลฟ์สด ระหว่างทั้งคู่ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ย่อมมิใช่ “เหตุบังเอิญ” ที่เกิดขึ้น “เพราะโชคช่วย”

แต่เป็นแนวโน้มการตัดสินใจอย่างถ้วนถี่ ที่มองเห็นถึงผลประโยชน์และคุณูปการของ “พื้นที่สื่อใหม่” ในโลกออนไลน์ร่วมกัน

ขณะที่ “สรยุทธ” จำเป็นต้องหลีกเร้นจาก “จอโทรทัศน์” มาสู่ “ไลฟ์สดออนไลน์”

ดูเหมือนเทคโนโลยีก้าวหน้าประเภทหลังจะมีสถานะเป็น “ทางเลือกอันน่าพึงพอใจ” ที่ “วู้ดดี้” พุ่งตรงเข้าโอบคว้า ในยุคสมัยที่ “สื่อทีวี” มิได้มีบทบาทในการกำหนดทิศทางของสังคมดังเดิม

เช่นเดียวกับ “ชูวิทย์” ซึ่ง “พิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน” ในเรือนจำ ได้เปลี่ยนแปลงตำแหน่งแห่งที่ของเขา จากผู้ที่เคยถูกจับจ้องติดตามโดยสื่อ มาเป็น “สื่อใหม่” เสียเอง

การบุกเข้าสู่โลกของการสื่อสารผ่าน “เฟซบุ๊กไลฟ์” พร้อมๆ กันของ “สรยุทธ” “ชูวิทย์” และ “วู้ดดี้” เปรียบเสมือนการเคลื่อน “ทัพหลวง” มายังสนามรบของการแย่งชิงเรตติ้ง-เม็ดเงินโฆษณาประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ “สื่อออนไลน์”

ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมไหวให้แก่อุตสาหกรรมสื่อโดยรวม ตลอดจนการดำรงอยู่ของสื่อกระแสหลักหน้าเดิมและสื่อออนไลน์เจ้าเล็กเจ้าน้อย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

เป็นแรงกระเพื่อมไหวอันเกิดจากยอดจำนวนผู้เข้าชม, ความชื่นชอบ และการมีปฏิสัมพันธ์ ที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไทยทุ่มเทมอบให้แก่ปัจเจกบุคคล ผู้มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลต่อสังคมในวงกว้าง

ทั้งยังเชื่อกันว่า “ยอดจำนวน” ดังกล่าว จะนำไปสู่รายได้เป็นกอบเป็นกำในอนาคต

น่าสนใจดีเหมือนกัน ที่เรื่อง “จำนวน” ความนิยมของมวลชนอันมหาศาล ได้กลายมาเป็นพลังขับเคลื่อนให้ “โลกออนไลน์แบบไทยๆ” ขยับรุดหน้าไปอย่างเปี่ยมชีวิตชีวา

ขณะที่ใน “โลกออฟไลน์แบบไทยๆ” การยกเหตุผลเรื่อง “จำนวน” อันเกิดจากการตัดสินใจร่วมกันของผู้คนจำนวนมหาศาลในสังคม มาใช้อ้างอิง กลับถูกปฏิเสธหรือเพิกเฉยอยู่บ่อยครั้ง

ฐานความคิดที่ปฏิเสธ “คุณค่า” ของ “จำนวน” ในลักษณะนี้ ย่อมผูกโยงอยู่กับแนวคิดที่ไม่เชื่อมั่นต่อ “ระบบเลือกตั้ง” อย่างมิต้องสงสัย

เรื่องตลกร้ายจึงเกิดขึ้น เมื่อเราเฝ้าใฝ่ฝันถึงแสงสว่างอันก่อกำเนิดจาก “จำนวน” หลักแสน หลักล้าน หลักสิบล้าน ในเฟซบุ๊ก ไปพร้อมๆ กับเริ่มเฉื่อยชา หมดหวัง มองไม่เห็นประโยชน์ใดๆ จาก “จำนวน” ระดับใกล้เคียงกันหรือมากกว่า ที่ถูกเปล่งประกาศออกมาในโลกออฟไลน์

ได้แต่เพียงหวังว่า “ภาวะสมดุล” ระหว่างการให้คุณค่าต่อระบบ “จำนวน” ทั้งสองแบบ

จะมีโอกาสเกิดขึ้นจริงในอนาคต