ประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ไม่ทุจริตบิดเบือน ย่อมมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นพลังสร้างสรรค์ให้เกิดสิ่งที่เรียกซอฟต์เพาเวอร์ แต่จะเกิดได้จริงหรือไม่? ที่ไหน? เมื่อไร? ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมหลายอย่างทางการเมืองและอื่นๆ ที่คาดเดามิได้
เรื่องสำคัญมากทางประวัติศาสตร์โบราณคดี (ที่ไม่ทุจริตบิดเบือน) คือ เชื้อชาติไทยแท้สายเลือดบริสุทธิ์ไม่มีจริงในโลก ดังนั้นความเป็นไทยที่แท้ล้วนมาจากความหลากหลายที่คล้ายคลึงและเสมอหน้ากันของคนหลายชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์และในโลก
ด้วยเหตุนี้ความเป็นไทยในเบื้องต้นจึงเสมอหน้าในเรื่องต่างๆ และไม่เหลื่อมล้ำในอำนาจอย่างยอดเขากับหุบเหว
ข้อมูลทุจริตบิดเบือนทางประวัติศาสตร์โบราณคดีเคยมีมาแล้ว คือประเพณีลอยกระทงด้วยใบตองที่ราชการใช้มอมเมาประชาชนว่ามีกำเนิดโดยนางนพมาศ สนมพระร่วง สมัยสุโขทัย
ประเพณีลอยกระทง ต้องไม่โฆษณาอย่างทุจริตบิดเบือน (โดยราชการ) ว่ามีกำเนิดจากนางนพมาศสมัยพระร่วง หรือพ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย ราชธานีแห่งแรกของไทย ทั้งนี้เพราะ
(1.) กรุงสุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย (แต่ถูกบิดเบือนว่าเป็นอย่างนั้น)
(2.) พระร่วงเป็นชื่อวีรบุรุษในตำนาน ไม่มีตัวตนจริง และไม่หมายถึงกษัตริย์สุโขทัยองค์ใดองค์หนึ่ง
(3.) นางนพมาศเป็น “เรื่องแต่ง” สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวแผ่นดิน ร.3 แต่สมมุติฉากเป็นเมืองสุโขทัย (เหมือนนิยายย้อนยุคในละครทีวีทุกวันนี้)
(4.) กระทงรูปดอกบัว ทำจากใบตอง ใช้ลอยน้ำในประเพณีกลางเดือน 12 เริ่มในแผ่นดิน ร.3 กรุงรัตนโกสินทร์ จึงไม่เคยมีในเมืองสุโขทัย
(5.) ลอยกระทงที่เริ่มในกรุงรัตนโกสินทร์ แผ่นดิน ร.3 เป็นประเพณีสืบเนื่องจากลอยโคม (ทำจากกระดาษ) สมัยอยุธยา
(6.) ต้นตอของลอยโคม (สมัยอยุธยา) และลอยกระทง (สมัยรัตนโกสินทร์) มาจากลอยเครื่องเซ่นผีในศาสนาผี เพื่อขอขมาธรรมชาติ คือดินกับน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนอยู่รอดตลอดปี (แต่ถูกแปลงเป็นพุทธสมัยหลังๆ จนปัจจุบัน)
เฟสติวัลโลกทั้งปีที่ไทย สังคมแต่ก่อนเรียก “ประเพณี 12 เดือน” มีตอลดปี แต่ละประเพณีมีนานหลายวัน เช่น ลอยโคมอยุธยา เขาลอยตั้งแต่ออกพรรษากลางเดือน 11 จนถึงสิ้นปีกลางเดือน 12 เป็นต้น เมื่อรัฐบาลไทยต้องการให้มีเฟสติวัลตลอดปีย่อมทำได้ เพราะท้องถิ่นมีประเพณีต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้าง เมื่อรวมๆ ก็มีเกือบตลอดทั้งปีอยู่แล้ว และสร้างเพิ่มขึ้นใหม่ก็ได้ถ้าชุมชนนั้นๆ ต้องการ
แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ต้องจำแนกให้เข้าใจตรงกันว่า (1.) ประเพณีดั้งเดิม และ (2.) เฟสติวัลสร้างใหม่
เฉพาะประเพณีดั้งเดิม ต้องมีนิยามและคำอธิบายที่มาจากการศึกษาค้นคว้าวิจัยด้วยหลักฐานวิชาการแท้ๆ (ซึ่งจะส่งผลดีต่อระบบการศึกษาตลอดชีวิต) ไม่ใช่จาก “นั่งเทียน” และ “เข้าทรง” อย่างที่มีสม่ำเสมอจากหน่วยราชการงานวัฒนธรรม เช่น เมืองร้อยเอ็ด สร้างความเท็จว่าเมืองสิบเอ็ดประตู (ซึ่งไม่พบในเอกสารอุรังคธาตุ) เพื่อสร้างอีเวนต์ขบวนแห่ 11 ขบวนจาก 11 เมือง
“ความเท็จ สิบเอ็ดประตูเมือง” หรือความเท็จอื่นๆ ย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อพลังสร้างสรรค์และอันตรายต่อกิจกรรมซอฟต์เพาเวอร์
นโยบายหลายอย่างของ THACCA น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง แต่ควรเขี่ยทิ้งเมื่อทุจริตบิดเบือนประวัติศาสตร์โบราณคดีความเป็นมาของสิ่งนั้นๆ ขณะเดียวกันต้องเปิดโปงความเท็จ แล้วแบ่งปันข้อมูลจริงให้เป็นที่รู้ทั่วกัน

