

•…3 วาระรวด “สนช.” ใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมง กะ 40 นาที มติเป็นเอกฉันท์ 228 ต่อ 0 เสียง ผ่านฉลุย ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 “ฉบับชั่วคราว” เพื่อเป็นสว่านไปนำร่อง เปิดช่องให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญ “ฉบับถาวร” ที่ผ่านขั้นตอนการทำประชามติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
•…เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่อยู่ระหว่างกระบวนการที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี นำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย โปรดเกล้าฯก่อนมีผลบังคับใช้
•…ประเด็น ที่ต้องปรับปรุงแก้ไข “รัฐธรรมนูญชั่วคราว” ว่าด้วยข้อความใน “มาตรา 3” เป็น “ในเมื่อพระมหากษัตริย์จะไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือจะทรงบริหารพระราชภาระไม่ได้ด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะทรงแต่งตั้งผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หรือไม่ก็ได้”
•…“และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง และเมื่อกรณีเป็นไปตามมาตรานี้แล้ว มิให้นำความในมาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 20 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาใช้บังคับ”
•…พร้อมกับ ปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำใน “มาตรา 4” โดยเพิ่มถ้อยคำจากเดิมที่ระบุว่า “ให้สามารถแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านการออกเสียงทำประชามติตามข้อสังเกตของพระมหากษัตริย์พระราชทาน” เป็น

•…“ให้สามารถแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านการออกเสียงทำประชามติตามข้อสังเกตที่พระมหากษัตริย์พระราชทานและประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกันได้”
•…ลำดับถัดไป หลังจาก “สนช.” มีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ด้วยเสียงเป็นเอกฉันท์แล้ว ทาง “พล.อ.ประยุทธ์” ในฐานะนายกฯ จะเป็นผู้ขอพระราชทานร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ทูลเกล้าฯไปแล้วนั้น กลับคืนมาเพื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะประเด็นตามข้อสังเกต และให้เสร็จภายใน 30 วัน หลังได้รับพระราชทานร่างคืนมา


•…เมื่อแก้ไขแล้วเสร็จ นำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯ ตามกรอบเวลา 90 วัน นับจากวันที่นายกฯได้นำร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขแล้วขึ้นทูลเกล้าฯครั้งใหม่
•…“ปฏิทินการเมือง” หากนับจากจุดสตาร์ต จากวันที่ “สนช.” ลงมติ ภายใน 30 วัน บวกด้วยระยะเวลาระหว่างพระราชอำนาจ 90 วัน 4 เดือนโดยประมาณ โอกาสที่รัฐธรรมนูญ “ฉบับถาวร” จะมีผลบังคับใช้ก็น่าจะกลางเดือนพฤษภาคม โดยประมาณการ


•…ยกกรอบเวลาเบื้องต้น 4 เดือน ไปต่อยอดด้วย กระบวนการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญหรือ “กฎหมายลูก” 10 ฉบับของ “กรธ.” ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติบัญญัติไว้ 240 วัน หรือ 8 เดือน

•…เมื่อแล้วเสร็จ “กรธ.” ชงลูกส่งให้ “สนช.” พิจารณาอีก 60 วัน หรือ 2 เดือน และเมื่อ “กฎหมายลูก” สมบูรณ์ใน 4 ฉบับที่เกี่ยวกับหมวดเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ จึงเข้าสู่กระบวนการสุดท้ายก็ “โหมดเลือกตั้ง” ด้วยเงื่อนไขเวลา 150 วัน หรือ 5 เดือน

•…นำขั้นตอนต่างๆ ของ “ร่างรัฐธรรมนูญ” มาเรียงร้อย นำร่องโดย 4 เดือน+8 เดือน+5 เดือน รวดเร็วที่สุดเท่ากับ 17 เดือนโดยประมาณ และเมื่อนับหนึ่งจากเดือนพฤษภาคมไปอีก 17 เดือน ศึกเลือกตั้งน่าจะระเบิดเถิดเทิงได้ในเดือนมิถุนายน 2561
•…ปีมะโว้ ถึงจะมีศึกเลือกตั้งใหญ่ มีรัฐบาลใหม่ แต่วงการต่อรอง เฮียเสงชี้น้ำเงิน เฮียแสงก็เล่นมุมน้ำเงิน นายกฯคนใหม่ หวยล็อกจะออกที่ “คนนอก”

