หน้าแรก คอลัมนิสต์ อยุธยา มรดกโล...

อยุธยา มรดกโลก มีต้นกำเนิดจาก ‘อโยธยา’ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

11.12.23 | 17:04 น.
เมืองอโยธยาเป็นเมืองเก่า หรือเมืองต้นกำเนิดกรุงศรีอยุธยา ร.5 ทรงเห็นความสำคัญจึงทรงย้ำไว้ในพระราชดำรัสเปิดโบราณคดีสโมสร เมื่อคราวเสด็จไปทรงประกอบพิธีรัชมังคลาภิเษกที่พระราชวังกรุงเก่า [ภาพ ร.5 เสด็จออกประทับยังรัตนสิงหาสน์ พระที่นั่งสรรเพชญ์มหาปราสาท และโปรดให้ข้าราชการและราษฎรมณฑลกรุงเก่าเข้าเฝ้าฯ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ร.ศ. 126 (พ.ศ. 2450)]

.5 เป็นพระองค์แรกที่ทรงเห็นความสำคัญมาก ว่าอโยธยาเป็นเมืองเก่าหรือต้นกำเนิดกรุงศรีอยุธยา 

[ในพระราชดำรัสเมื่อ 116 ปีมาแล้ว ครั้งเสด็จทรงเปิด “โบราณคดีสโมสร” บริเวณพระราชวังโบราณพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2450]

ร.5 ทรงชี้ว่าเมืองอโยธยามีสถูปเจดีย์วัดวาอารามสำคัญๆ ได้แก่ วัดพนัญเชิง, วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดอโยธยา (วัดเดิม), วัดกุฎีดาว, วัดมเหยงคณ์ เป็นต้น

  • นักปราชญ์และนักวิชาการที่ค้นคว้าเรื่องเมืองอโยธยา

เมืองอโยธยามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์ไทย ซึ่งเป็นที่รับรู้มากกว่า 100 ปี มาแล้ว ตั้งแต่แผ่นดิน ร.5 และมีการแบ่งปันแผยแพร่ข้อมูลความรู้เป็นครั้งคราวต่อเนื่อง

นักปราชญ์และนักวิชาการตั้งแต่แผ่นดิน ร.5 ถึงปัจจุบัน มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความสำคัญเมืองอโยธยา ได้แก่

Advertisement

พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา, ควบคุมงานขุดค้นและบูรณะพระราชวังโบราณอยุธยา ถวาย ร.5,

ธนิต อยู่โพธิ์ (อดีตอธิบดีกรมศิลปากร), 

มานิต วัลลิโภดม (อดีตนักปราชญ์ข้าราชการผู้ใหญ่ กรมศิลปากร) 

หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล (อดีดคณบดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร), 

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (อดีตอธิบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

จิตร ภูมิศักดิ์ (อดีตนักปราชญ์ของประชาชน), 

พเยาว์ เข็มนาค (อดีตหัวหน้าช่างสำรวจโบราณคดี กรมศิลปากร) เป็นต้น

นอกจากนั้นทุกวันนี้ยังมีนักค้นคว้านักวิชาการร่วมสมัยจำนวนไม่น้อยทุ่มเทศึกษาค้นคว้าและวิจัยอย่างต่อเนื่อง 

โดยเฉพาะ ศรีศักร วัลลิโภดม นักปราชญ์แห่งสยามประเทศ, บรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ (อดีตอาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) ศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ แล้วผลิตงานวิชาการต้นแบบเมื่อ 57 ปีที่แล้ว เรื่อง กรุง อโยธยาในประวัติศาสตร์ (พิมพ์ครั้งแรกในวารสาร สังคมศาสตร์ปริทัศน์ ฉบับพิเศษว่าด้วยประวัติศาสตร์ (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2509 หน้า 58-87) ครั้งหลังสุดเมื่อ 6 ปีที่แล้ว แสดงผังเมืองอโยธยาพร้อมหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี ในวารสาร เมืองโบราณ ฉบับอโยธยาศรีรามเทพนคร (มกราคม-มีนาคม 2560)

อโยธยาเป็นเมืองต้นกำเนิดคนไทยและอยุธยา มรดกโลก ขณะเดียวกันก็เป็นเมืองต้นกำเนิดกรุงธนบุรี, กรุงรัตนโกสินทร์, และประเทศไทย (ไม่ใช่สุโขทัยอย่างที่เข้าใจคลาดเคลื่อน)

ดังนั้น อโยธยาแทนที่สุโขทัยใน (เกือบ) ทุกเรื่อง เช่น ที่เคยเชื่อว่าสุโขทัย “ราชธานีแห่งแรกของไทย” ต้องเปลี่ยนเป็น อโยธยาราชธานีแห่งแรกของไทย

อะไรที่เคยเชื่อว่ามีกำเนิดในสุโขทัย ต้องเปลี่ยนเป็นมีกำเนิดในอโยธยา [ยกเว้น (1.) นางนพมาศ (2.) จารึกพ่อขุนฯ]

เมืองอโยธยา มีคูน้ำคันดินทำผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 1.4 x 3.1 กิโลเมตร [สำรวจตรวจสอบและทำผังโดย พเยาว์ เข็มนาค (เมื่อยังรับราชการกรมศิลปากร) พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2562] (ซ้าย) ผังเมืองอโยธยา (กรอบขาว) จากภาพถ่ายทางอากาศ พ.ศ. 2497 (ขวา) ผังเมืองอโยธยา บนแผนที่อยุธยาปัจจุบัน
  • ขวัญและจิตวิญญาณอโยธยา

ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยพึ่งพาไม่ได้ เพราะแต่งเหมือนนิยาย ขาย “เฟกนิวส์”

สังคมไทยทุกวันนี้มีความรู้สึกว้าวุ่น เคว้งคว้าง กลางสุริยจักรวาล เพราะ “หานิยามไม่ได้ หาคำอธิบายไม่พบ” ว่าคนไทยเป็นใคร? ประเทศไทยมาจากไหน?

อโยธยาและปริมณฑล มีหลักฐานครบถ้วน ทั้งอยู่ใต้ดินและอยู่เหนือดิน ว่าเป็นเมืองต้นกำเนิดคนไทย, ภาษาไทย, ประเทศไทย, และอื่นๆ อีกมากที่มีพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์นับไม่ถ้วน

สังคมไทยต้องร่วมกันพิทักษ์อโยธยาทั้งเมืองให้อยู่รอดปลอดภัย เพื่อเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ไทย ถ้าอโยธยาถูกทำลายก็เท่ากับหลักฐานประวัติศาสตร์ไทยหายเหี้ยนไปด้วย ซึ่งสร้างใหม่ไม่ได้

พิทักษ์รักษาอโยธยา ไม่ใช่พิทักษ์รักษาอิฐ, หิน, ดิน, ทราย แต่พิทักษ์ขวัญหรือจิตวิญญาณที่สิงสู่อยู่ในอิฐ, หิน, ดิน, ทราย เหล่านั้นของเมืองอโยธยา เพื่อเป็นหลักฐานการเขียนประวัติศาสตร์ไทยใกล้เคียงความจริง  ว่าเริ่มต้นคนไทยและประเทศไทยที่อโยธยา ไม่ใช่สุโขทัย

“ยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก” อย่างแท้จริง ต้องร่วมกันพิทักษ์ “อโยธยา” เมืองต้นกำเนิด “คนไทย” และ “อยุธยา” ไม่ใช่เรียกร้องให้ทำลายด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งเพื่อประโยชน์ส่วนตนเกี่ยวกับธุรกิจที่ดินโดยรอบ (ภาพจาก FB เพจ สำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

อัลไตน่านเจ้า จบแล้ว

คนไทยแท้มีกำเนิดบริเวณเทือกเขาอัลไต ต่อมาสร้างอาณาจักรน่านเจ้า แต่ไม่พบหลักฐานวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีและมานุษยวิทยา

จึงถูกยกเลิกนานหลายสิบปีมาแล้ว จบแล้ว (แต่มีบางกลุ่มไม่ยอมจบ)

สุโขทัยราชธานีแห่งแรก จบแล้ว

เมื่ออัลไต-น่านเจ้าถูกยกเลิกนานแล้ว สุโขทัยราชธานีแห่งแรกก็ต้องถูกยกเลิกตามไปด้วย เพราะเป็นเรื่องสืบเนื่องกัน

ดังนั้น ไม่มีพูดถึงอีกว่าสุโขทัยราชธานีแห่งแรกของไทย (เว้นเสียแต่ผู้ตามไม่ทันข้อมูลที่เปลี่ยนไป จึงยังไม่จบ)

อโยธยา เมืองต้นกำเนิดคนไทย และประเทศไทย

อโยธยา เมืองต้นกำเนิดคนไทย, ภาษาไทย และสืบเนื่องสายตรงเป็นอยุธยา, ธนบุรี, รัตนโกสินทร์, ประเทศไทย

แต่ที่ผ่านมาถูกบังคับสูญหายจากประวัติศาสตร์ไทยด้วยเหตุจาก “ลัทธิคลั่งเชื้อชาติไทย” ของคติชาตินิยมจากเบื้องบนชนชั้นนำ

อยุธยาราชอาณาจักรสยามแห่งแรก

“ราชอาณาจักรสยาม” ชื่อที่ชาวยุโรปเรียกกรุงศรีอยุธยา
[ภาพจากแผนที่ราชอาณาจักรสยามในหนังสือ กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง ของ ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2566]
อยุธยาเป็น “ราชอาณาจักรสยาม” แห่งแรก เพราะรวบรวมรัฐต่างๆ โดยรอบหลายแห่งไว้ในอำนาจมากที่สุดก่อนรัฐอื่นๆ ในแผ่นดินเจ้านครอินทร์ (สมเด็จพระนครินทราธิราช) ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1900 (มีรายละเอียดในหนังสือ อยุธยาของเรา โดย ศรีศักร วัลลิโภดม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527)

อยุธยาไม่ใช่ราชธานีที่สอง ซึ่งมีขึ้นหลังการล่มสลายของสุโขทัยราชธานีแห่งแรก ตามตำราคลาดเคลื่อนของทางการ แต่ไม่พบหลักฐานสนับสนุน

ตามหลักฐานพัฒนาการแล้ว อยุธยาเป็นทายาททางสังคมและวัฒนธรรมสุวรรณภูมิ ที่สืบเนื่องมรดกตกทอดจากบ้านเมืองเก่าแก่นับพันปีมาแล้วของบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา บนภาคพื้นทวีป ซึ่งนานมากก่อนกรุงสุโขทัยที่เพิ่งมีสมัยหลัง (โดยการสนับสนุนของกลุ่มบ้านเมืองที่ภายหลังเป็นกรุงศรีอยุธยา)

กรุงสุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรก เพราะสุโขทัยเป็นรัฐขนาดเล็กแห่งหนึ่งในครั้งนั้นที่เติบโตขึ้นจากการสนับสนุนของรัฐละโว้และรัฐอโยธยา โดยกรุงสุโขทัยมีพื้นที่ทางใต้สุดแค่เมืองพระบาง (จ. นครสวรรค์) ส่วนบริเวณต่ำลงไปต่อจากนั้นเป็นพื้นที่ของรัฐละโว้-อโยธยา (จ. ลพบุรี-จ. พระนครศรีอยุธยา) กับรัฐสุพรรณภูมิ (จ. สุพรรณบุรี)

อยุธยา มรดกโลก มีต้นกำเนิดจาก “อโยธยา” ดังนั้นต้องร่วมกันพิทักษ์รักษาและ “ยอยศ” อโยธยา อย่างแข็งแรงด้วยการไม่เรียกร้องการทำลาย