เพิ่งจะผ่าน 7 วันอันตรายไปได้เพียง 15 วัน หรือครึ่งเดือน ถัดไปอีกเพียงสองเดือนครึ่งจะถึง 7 วันอันตรายในเทศกาลสงกรานต์ ปีนี้น่าจะนับเป็น 10 วันอันตรายด้วยซ้ำ เพราะวันจักรี 6 เมษายน เป็นวันพฤหัสบดี วันที่ 7 เป็นวันศุกร์ วันสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน 14 เป็นวันศุกร์ 15 เป็นวันเสาร์ 17 เป็นวันจันทร์ ชดเชยวันสงกรานต์
ตามประสาคนไทยถึงวันสงกรานต์เป็นอันต้องสนุกกันเต็มที่ ทั้งทำบุญ ทั้งเล่นสาดน้ำสงกรานต์ 2-3 วันติดต่อกัน ยิ่งมีวันหยุดติดต่ออาจไปเที่ยวเตร่เฮฮาจนหมดแรงข้าวต้ม จึงกลับมาทำงานหาเงินต่อ
โดยเฉพาะบรรดาทำงานกินเงินรายวัน รับรองว่าหยุดทำงานตั้งแต่วันที่ 12 เดินทางกลับบ้าน กว่าจะกลับมาทำงานต้องหลังวันที่ 18 ไปแล้ว
ห้วงสงกรานต์ในรอบหลายปีที่ผ่านมา มีสถิติคนตายคนเจ็บจากอุบัติเหตุบนถนนครั้งละนับหลายร้อยคน ปีนี้อาจจะทำลายสถิติจากปีก่อนก็เป็นได้
หากดูจากสถิติเทศกาลปีใหม่ 7 วันอันตรายยังทำลายสถิติไปแล้ว
ทั้งที่ห้วงปีใหม่ไม่มีการเล่นสนุกสนานสาดน้ำใส่กัน มีแต่การดื่มเครื่องดองของเมาฉลองปีใหม่ จนเกิดเหตุ “เมาขับ” เสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์เป็นว่าเล่น ยิ่งมามีตายหมู่รถตู้ชนประสานงากับรถกระบะยิ่งเพิ่มจำนวนทำลายสถิติทันทีอีก 25 ศพ
แล้วจะทำอย่างไรกันดีที่จะไม่ให้อุบัติเหตุในห้วง 7 วันอันตราย หรือในห้วงเทศกาลสงกรานต์เลือด มีการเจ็บการตายเกิดขึ้นจำนวนมาก ทำลายสถิติเดิม
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนทั้งประเทศของไทยเกิดจากปัจจัยหลายประการ
หากไม่พูดถึงผู้ขับขี่จะด้วยเหตุใดก็ตาม ปัจจัยหนึ่งคือตัวยานพาหนะ
องค์ประกอบหนึ่งของยานพาหนะที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ คือกรณียางระเบิด หรือเรียกอย่างชาวบ้านว่า “ยางแตก” ซึ่งแยกแยะออกเป็นหลายสาเหตุ
สาเหตุหนึ่งคือ ผู้ขับขี่ไม่ตรวจสอบยางว่ามีดอกดีหรือสึกหรอไปมากแล้ว รวมไปถึงการตรวจสอบลมในยางว่ามีพอดีกับมาตรฐานของยางรถคันนั้นหรือไม่
ดอกยางมีความสำคัญกับรถมาก เพราะหากเป็นยางใหม่ ดอกยางดี รถจะวิ่งเกาะถนนได้ดี ไม่ว่าจะเป็นถนนปกติ หรือถนนขณะฝนตก ถนนลื่น
คนขับรถที่ดีจะตรวจยางเป็นประจำ ว่าถึงเวลาสูบลมเข้ายางเมื่อไหร่ สภาพยางเป็นอย่างไร ดอกยางสึกหรอไปมากน้อยเท่ากันหรือไม่ ถึงเวลาเปลี่ยนสลับยางเมื่อไหร่ ในที่สุด ถึงเวลาเปลี่ยนยางตามกำหนดหรือยัง
มีผู้รู้ให้ความรู้ว่า ประเทศไทยมักชอบใช้ยางเก่ามาหล่อดอกเป็นยางใหม่ แล้วซื้อขายกันในราคาถูก แต่หารู้ไม่ว่า ยางเก่าที่นำไปหล่อดอกให้หน้ายางมีดอกใหม่ ข้างในตัวยางยังเก่าเหมือนเดิม การหล่อดอกยางอาจไม่สนิทเป็นเนื้อยางเดียวกับตัวยางเดิม เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็ว ดอกยางที่หล่อใหม่อาจร่อนออกได้ และมีโอกาสระเบิดตลอดเวลา ด้วยส่วนในซึ่งเป็นยางเก่าเสื่อมสภาพ มีโอกาสพองขึ้นได้
ส่วนนี้ ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ไม่ใช่ผู้ขับรถ บอกตรงไปตรงมาคือ “ขับรถไม่เป็นคร้าบ” แต่พอจะรู้เรื่องการบำรุงรักษารถ เปลี่ยนยางรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุยางแตก หรือเป็นลูกมือซ่อมเครื่องได้เมื่อรถเสีย
ดังนั้น ขอให้เจ้าของรถอย่าได้เสียดายค่ายางรถ ซื้อยางหล่อดอกราคาถูกมาเปลี่ยน โปรดซื้อยางใหม่ มีอายุยางชัดเจนมาใช้ดีกว่า
อีกกรณีหนึ่ง ที่เรียกร้องให้บริษัทจำหน่ายยางรถยนต์จากโรงงาน คือโปรดมีวันที่ยางหมดอายุให้เห็นชัดเจนบนหน้ายาง เช่นเดียวกับการบอกอย่างอื่น เช่น ขนาดหน้ายาง เป็นต้น
เรื่องยางเป็นเรื่องแรกๆ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง โดยเฉพาะยางเก่าไม่มีดอก (ไม่ใช่ไม่มีดอกเบี้ยนะ) ส่วนเรื่องอื่นที่ตามมาคือเรื่องของคนขับซึ่งสำคัญที่สุด ไว้ว่ากันพรุ่งนี้

