ความเปราะบางของครัวเรือนเปรียบเทียบชนชั้น/อาชีพ
๑
ปี 2563 และ 2564 ครัวเรือนไทยและทั่วโลกได้รับผลกระทบขนานใหญ่จากโรคระบาด ภาวะเศรษฐกิจซบเซา การหยุดการประกอบกิจการขนส่งหลายประเภท การปิดสถานประกอบการ ฯลฯ เป็นที่ทราบกันดี ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ผ่านมาแล้วแต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ยังจำอดีตท่ามกลางความยากลำบากได้เป็นอย่างดี ในโอกาสนี้ขอนำผลงานวิจัยที่ได้จากการสำรวจครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติในช่วงปี 2564 มานำเสนอพร้อมข้อสังเกตตาม
สมควร
๒
สำนักงานสถิติแห่งชาติจัดทำสำรวจครัวเรือนอย่างเป็นระบบขนาดใหญ่ (สุ่มตัวอย่างจากทุกจังหวัด เขตเมืองและชนบท จำนวนกว่า 4 หมื่นครัวเรือนและนับจำนวนสมาชิกครัวเรือน 1.3 แสนคน) บันทึกข้อมูลเศรษฐกิจของแต่ละครัวเรือน อาชีพ/ชนชั้น และการกระจายตามภูมิภาค คณะวิจัยได้สร้างตัวชี้วัด 12 ตัวจากฐานข้อมูลชุดนี้ ขออธิบายตัวชี้วัดเพียง 5 ตัวในที่นี้ คือ i) การมีเงินออมน้อยเกินไป ii) การพึ่งแหล่งเงินจากภายนอก-เงินโอนจากสมาชิกที่ไปทำงานนอกพื้นที่ iii) จำนวนสมาชิกที่หารายได้ไม่สมดุลกับขนาดครัวเรือน iv) ความไม่สามารถกู้ยืมเมื่อมีความจำเป็น v) ประสบการณ์ที่ขัดสนเงินสดสภาพคล่องในชีวิตประจำวันหรือชำระค่าใช้จ่าย ฯลฯ เมื่อประมวลเป็น “คะแนนความเปราะบาง” (ค่ามาก-แปลว่าความเปราะบางสูง)
การสำรวจสอบถามชนชั้น/อาชีพ (socio-economic class) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จำแนกออกเป็น 6 กลุ่มได้แก่ เกษตรกร เกษตรกรที่ไม่มีทีดินทำกิน ผู้ประกอบการ นักวิชาชีพ แรงงานทั่วไป และกลุ่มเกษียณและ/หรือไม่ได้ทำงาน (หารายได้)
รูปภาพที่ 1 กราฟวงกลมระบุสีและร้อยละ (ของความเปราะบาง) จำแนก 6 ชนชั้น โดยมีข้ออภิปรายดังนี้ หนึ่ง กลุ่มที่เปราะบางที่สุดคือกลุ่มเกษียณและ/หรือไม่ได้ทำงานหารายได้ เพราะความสามารถการออมต่ำ การพึ่งเงินจากภายนอกสูง โอกาสการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ฯลฯ 54.26% (สีเหลือง) สอง กลุ่มผู้ใช้แรงงานทั่วไป (ไม่ใช่นักวิชาชีพ) มีความเปราะบางปานกลาง/หรือสูง (สีเหลืองและสีเขียว) สาม ชนชั้นที่มีความเปราะบางค่อนข้างต่ำได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มนักวิชาชีพ และเกษตรกรที่มีที่ดินทำกินสี่ ทุกชนชั้นอาชีพมีความเสี่ยงกับสภาพเปราะบางด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ความเข้มข้นหรือรุนแรงแตกต่างกัน

รูปภาพที่ 2 ต้องการสื่อสาร “ความถี่” หรือจำนวนนับของ 6 ชนชั้น จำแนกตามระดับความเปราะบาง (1=น้อยที่สุด 4=มากที่สุด) เป็นข้อมูลเสริมจากรูปภาพที่ 1 จะเห็นว่า ในแรงงานทั่วไป และกลุ่มเกษียณหรือไม่ได้ทำงาน-การกระจายมีแนวโน้มโอนเอียงไปที่ความเปราะบางระดับ 3 หรือ 4 อย่างไรก็ตามทุกชนชั้นมีโอกาสประสบความเปราะบางด้วยกันทั้งสิ้น

๓
อาชีพและชนชั้น เป็นตัวแปรที่สังเกตได้โดยง่าย สำคัญเพราะว่ามีข้อมูลซ่อน (latent variables) ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตการเป็นที่ยอมรับในสังคมและรายได้ ข้อมูลครัวเรือนของสำนักงานสถิติแห่งชาติมีจุดแข็งจากประสบการณ์สุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ยาวนาน อาชีพ/ชนชั้นจำแนกเป็นกลุ่มผู้ประกอบการมีกิจการและลูกจ้างหมายถึง “การมีทุนทรัพย์” หรือ “ความสามารถเข้าถึงสินเชื่อ” กลุ่มนักวิชาชีพเป็นผู้มี “ทุนมนุษย์” เพราะว่าผ่านการอบรมความรู้อย่างเป็นทางการ โอกาสการมีงานทำได้รับตำแหน่งสูงในองค์กร กลุ่มเกษตรกรที่มีที่ดินทำกิน รายได้อาจจะไม่สูง แต่มีที่ดินและอุปกรณ์การเกษตร ถือว่ามีทุนเหมือนกัน กลุ่มแรงงานทั่วไปอาชีพที่ไม่มั่นคง การแข่งขันสูงทำงานได้ค่าตอบแทนรายวันหรือรายเดือน ส่วนใหญ่ไม่มีบำเหน็จบำนาญไม่ได้เป็นสมาชิกประกันสังคม ความเปราะบางในที่นี้มิได้หมายถึงเศรษฐกิจเท่านั้น แต่รวมความเสี่ยงด้านสุขภาพ อุบัติเหตุ หรือภัยพิบัติธรรมชาติเพราะไม่มีทรัพย์สินและความสามารถการออมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย สุดท้ายในกลุ่มเกษียณหรือว่าไม่ได้ทำงาน (หารายได้เข้าครอบครัว) จำเป็นต้องพึ่ง “เงินนอก” เช่น
เงินโอนจากสมาชิกที่ทำงานนอกพื้นที่ส่งเงินมาให้รายเดือนหรือรายปี แต่เมื่อเกิดภาวะวิกฤต
(โควิดหรือโรคระบาดอื่นๆ) เสี่ยงต่อการไม่มีงานทำไม่สามารถส่งเงินให้ญาติพี่น้องได้ตามปกติ
๔
ความเปราะบาง ความด้อยโอกาสและความยากจนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างระยะยาว – การแก้ไขเยียวยาไม่ใช่เรื่องง่าย ลำพังการแจกเงินข้าวของหรือปรับลดหนี้สินช่วยเยียวยาหรือบรรเทาสถานการณ์ได้ระดับหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลพยายามดำเนินการตามขีดความสามารถทางการเงินการคลัง ในปี 2567 รัฐบาลภายในการนำของนายเศรษฐา ทวีสินได้ผลักดันหลายมาตรการ เช่น ลดราคาและค่าพลังงาน และแจกเงิน (จะเป็นดิจิทัลหรือเงินสดต้องติดตามกันต่อไป) แต่มาตรการระยะยาวคงต้องมากกว่านั้น
ท้ายที่สุดคือการเพิ่มขีดความสามารถการทำงานของประชาชน สร้างโอกาสการมีงานทำ ให้ทุนเล็กทุนน้อยมีโอกาสเป็นผู้ประกอบการ (ลดอัตราการผูกขาดทางการค้าและการผลิต) การอบรมทักษะอาชีพและชีวิตของประชาชน ลดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อสุขภาพ/อุบัติเหตุ ภายใต้การนำที่เข้มแข็งของภาครัฐ เสริมด้วยภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เราน่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงดีๆ ในสังคมไทยในการลดความเปราะบาง
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์, พิชิต รัชตพิบุลภพ
มีชัย ออสุวรรณ, พุดตาน พันธุเณร
ภาวิณี สตาร์เจล, อาภาพร สุขหอม
วิทยา คามุณี, ยุทธนา กาเต็ม, วีรวัฒน์ ทิพจ้อย

