การลงทุนในโลกยุค AI ภิวัตน์
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ กำลังเป็นแนวโน้มที่มาแรงในปีนี้และปีต่อๆ ไป และจะมีผลกระทบต่อทุกวงการโดยไม่เลือกหน้า ภายใน 5 ปีข้างหน้าผลของ AI ต่อการจ้างงานก็จะประจักษ์ชัดขึ้น แรงงานผู้ที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI จะกลายเป็นผู้ที่ภาคเศรษฐกิจต่างๆ ต้องการใช้อย่างยวดยิ่งและผู้ที่ไม่สามารถใช้ AI ก็จะค่อยๆ กลายเป็นชนชั้นที่ไร้ประโยชน์ มากขึ้นไปเรื่อยๆ
AI หมายถึงเทคโนโลยีที่สามารถเลียนแบบความสามารถของมนุษย์ในการใช้สติปัญญาในด้านต่างๆ เช่น การรับรู้ การจดจำ การให้ เหตุผล การเรียนรู้ การตัดสินใจ การคาดการณ์ ตลอดจนถึงการสื่อสารกับมนุษย์หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำให้คอมพิวเตอร์และเครื่องจักรมีความฉลาดเหมือนมนุษย์
เมื่อปลายปี 2565 ได้มีการเปิดตัวปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ ผู้เขียนขอเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์สรรค์สร้างหรือ Generative AI เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถประมวลผลองค์ความรู้ต่างๆ ได้คล้ายคลึงสมองของมนุษย์ โดยบริษัทโอเพ่น AI ใช้แอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า GPT เวอร์ชั่น 3.5 ซึ่งยินยอมให้ผู้คนทั้งโลกใช้ฟรีเมื่อปลายปี 2565 ทำให้มีผู้ใช้งานถึงล้านคนในเวลาเพียง 5 วัน และ 100 ล้านคนภายในเดือนมกราคมถัดมา ที่จริงปัญญาประดิษฐ์มีการพัฒนามานานแล้วแต่ที่เป็นที่ฮือฮาก็เพราะแต่เดิมนั้นการเขียนคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรต้องใช้ภาษาพิเศษสำหรับผู้เชี่ยวชาญในสาขา แต่แชตจีพีทีได้ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถที่จะรับคำสั่งจากมนุษย์ธรรมดาโดยไม่ต้องใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ได้ จึงทำให้การใช้คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลข้อมูลต่างๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลขง่ายดายยิ่งขึ้น ความแตกต่างอีกประการหนึ่งก็คือ AI แต่เดิมทำได้แค่แยกแยะและทำนายในขณะที่ Generative AI สามารถประมวลผลลัพธ์ใหม่ที่เป็นเนื้อหา (content) ได้อย่างหลากหลาย
ในปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์กำลังแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของทุกภาคเศรษฐกิจรวมทั้งของประเทศไทยด้วย ศาสตราจารย์ Hans Moravec จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ผู้เป็นกูรูด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ได้ค้นพบ Moravces Paradox ที่กล่าวว่า อะไรที่ยากและซับซ้อนสำหรับมนุษย์จะง่ายสำหรับ AI อะไรที่ง่ายสำหรับมนุษย์เช่นการหยิบจับ (Locomotion) จะยากสำหรับ AI หากเรามองความรู้ ความสามารถของมนุษย์ ในด้านต่างๆ เป็นเสมือนภูมิทัศน์ที่มีที่ราบต่ำ ที่ราบสูง เนินเขาภูเขาเตี้ยๆ และภูเขาสูง ปัญญาประดิษฐ์ก็เปรียบเหมือนการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล ซึ่งจะเอ่อขึ้นท่วมท้น ที่ราบต่ำก่อน เช่น ความรู้ประเภทที่ได้แก่การคำนวณ ความรู้ ที่อาศัยการท่องจำซ้ำๆ การจดจำคำพูด การท่องสูตรคูณ ถัดไปก็คือการเล่นหมากรุกหรือการเล่นเกมโกะ การขับรถ เป็นความสามารถของมนุษย์ที่ได้ถูกทะเลของ AI ท่วมไปแล้วและกำลังที่จะเอ่อขึ้นไปเรื่อยๆ การพิสูจน์ทฤษฎีต่างๆ การเขียนโปรแกรม ความรู้ที่เป็นเนินสูงจะถูกท่วมถัดไป แม้แต่งานยากของ AI เช่น งานศิลปะการถ่ายภาพ แต่สุดท้ายแล้ว AI กำลังจะคืบคลานไปถึง รูปที่ 1 ที่นักวิทยาศาสตร์เคยพยากรณ์ไว้ก็กำลังจะล้าสมัยไปแล้ว

ที่มา : Max Tegmark, 2017. Life 3.0 : Being Human in the Age of Artificial Intelligence.
รูปที่ 1 ภาพประกอบที่เปรียบเทียบการเพิ่มขึ้นของขีดความสามารถ AI เสมือนน้ำทะเลที่เอ่อท้น
ในขณะนี้ปัญญาประดิษฐ์กำลังท้าทายนักประพันธ์ นักเขียนบทละคร จิตรกรและศิลปิน ซึ่งออกมาประท้วงไม่ให้โลกยอมรับงานปัญญาประดิษฐ์เทียบเท่างานของมนุษย์ แชตจีพีทีรุ่น 4.5 ซึ่งพ่วงไปกับ Dalle E3.5 สามารถช่วยให้คนธรรมดาหรือแม้แต่เด็กๆ วาดการ์ตูนและรูปภาพ ที่เป็นจินตนาการของตนได้อย่างสวยงาม ในองค์กรของผู้เขียนเองนั้นในปีที่ผ่านมาก็เลิกจ้างนักแปลหรือบรรณาธิกรด้านภาษาอังกฤษแล้ว แต่ใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์เป็นผู้แปลหรือรวมทั้งขัดเกลาภาษาให้ถูกต้องตามไวยากรณ์ต่างประเทศอีกทั้งยังสามารถแต่งโคลงกลอน ทำการ์ดวันคริสต์มาสและวันปีใหม่ รวมทั้งแต่งสุนทรพจน์ต่างๆ ภายในเวลาไม่กี่วินาที
จุดแข็งของปัญญาประดิษฐ์ก็คือจะสามารถที่เรียนรู้และเก่งขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับสมองโตขึ้นเรื่อยๆ และสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง ในขณะที่วิวัฒนาการทางสมองมนุษย์นั้น ดูเหมือนจะอยู่คงที่มาตั้งแต่ยุคหิน ทั้งๆ ที่สภาพแวดล้อมของมนุษย์นั้นเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมหาศาล สมองมนุษย์ในปัจจุบันจึงไม่เพียงพอที่จะรับมือกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ในอนาคตอันใกล้มนุษย์ที่ไม่สามารถใช้ปัญญาประดิษฐ์ให้เป็นส่วนหนึ่งของความสามารถตนเอง ก็จะกลายเป็นมนุษย์ตกชั้นไปอยู่ในกลุ่มของผู้ไร้ประโยชน์ (useless class)
ดังนั้น บทบาทของรัฐก็หน้าที่เป็นการสนับสนุนให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเข้าถึงและใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้ การลงทุนในมนุษย์การลงทุนที่มีค่าที่สุดและมีความเสี่ยงต่ำเพราะกระจายไปทั่วประเทศไม่เหมือนการลงทุนในแลนด์บริดจ์ซึ่งจะเอาเงินมหาศาลไปลงในโครงการเดียวกัน เปรียบเสมือนเอาไข่ทุกใบไปใส่ในตะกร้าเดียวกัน ในอนาคตอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่อาจทำให้แลนด์บริดจ์ไม่ใช่เป็นวิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับอนาคต เพราะสินค้าอาจจะออกแบบโดย AI แล้วส่งไปเป็นแบบเพื่อทำการพิมพ์สามมิติอีกประเทศหนึ่งโดยไม่ต้องขนสินค้าไปเลยก็ได้ ผู้เขียนจึงเห็นว่ารัฐบาลน่าจะมาลงทุนในการสร้างสมรรถนะของคนไทยในเรื่อง AI ทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ถ้วนหน้าเช่นเดียวกับไฟฟ้าที่เราใช้อยู่ในทุกวันนี้ หรือมี Wi-Fi หรือฟรีสำหรับทุกคนและมีราคาถูก
สิ่งที่เราต้องรีบทำก็คือเพิ่มทักษะให้กับแรงงานไทยให้ทันท่วงที เรามักคิดว่าสมองกลเป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องของอุตสาหกรรม แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น ปัญญาประดิษฐ์อยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างที่เราผลิต บริโภคและซื้อขายกัน เมื่อแรงงานส่วนใหญ่ของไทยเป็นแรงงานที่จบจากสาขาสังคมศาสตร์ การที่จะเพิ่มความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ก็ยิ่งสำคัญมากขึ้น สำหรับนักเรียนนักศึกษาสายสังคมศาสตร์ เราต้องรีบสร้างทักษะ AI ก่อนที่จะสายเกินไป!
มิ่งสรรพ์ ขาวสอาด
มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ

