Ayutthaya Sundown มุ่ง ‘มูลค่า’ แต่ลดทอน ‘คุณค่า’ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ

มติชนออนไลน์

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมูลค่าจากโบราณสถาน โดยลดทอนคุณค่าเมืองประวัติศาสตร์ ซึ่งเห็นจากรายงานข่าวของสื่อมวลชน จะยกมาดังนี้

เงินสะพัดขยายชมวัดไชยฯ-ราชบูรณะถึง 30 เม.ย. นี้

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า กรมศิลปากรจัดโครงการ “ราตรีนี้ที่วัดไชยวัฒนาราม” โดยเปิดให้ประชาชนแต่งกายชุดไทยเข้าชมโบราณสถานยามค่ำคืน ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2566 ล่าสุดได้รับรายงานว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50 สร้างรายได้ให้กับชุมชน ทั้งร้านให้เช่าชุดไทย ร้านอาหาร และที่พักใน จ. พระนครศรีอยุธยา ในวันเสาร์-อาทิตย์ มีเงินหมุนเวียนจากการให้เช่าชุดไทยไม่ต่ำกว่า 6-7 แสนบาท รายได้จากค่าเข้าชมตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2566 มากกว่า 2 ล้านบาท

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมของนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ตัวแทนผู้ประกอบการร้านให้เช่าชุดไทยขอให้มีการขยายเวลาการดำเนินโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีรายได้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว อีกทั้งร้านอาหารต่างๆ ก็ประสงค์ให้ดำเนินกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นายเสริมศักดิ์ได้สั่งการให้กรมศิลปากรขยายเวลาการเข้าชมวัดไชยวัฒนาราม รวมถึงการเข้าชมวัดราชบูรณะไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย. นี้ ภายใต้ชื่องาน “ยามค่ำอยุธยา 2567 Ayutthaya Sundown 2024” นอกจากนี้จะเปิดให้เข้าชมพระราชวังจันทรเกษม ช่วงค่ำคืนเพิ่มเติมทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จนถึงเวลา 21.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. นี้เป็นต้นไป และจะมีการพิจารณาการขยายเวลาเปิดให้ชมโบราณสถานแห่งอื่นๆในยามค่ำคืน เช่น อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์พิมายต่อไป

Advertisement

(ที่มา : ไทยรัฐ ฉบับวันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 หน้า 7)

ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงวัฒนธรรม ควรกระตุ้นพร้อมๆ กันทั้งการสร้าง “มูลค่า” และ “คุณค่า”

มูลค่า จากการท่องเที่ยว เพื่อ “แต่งชุดไทย” ดังรายงานข่าวคึกคักในสื่อมวลชนแขนงต่างๆ

คุณค่า ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมทางข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยจากสถานที่จริง หรือผ่านสื่ออันหลากหลาย

แต่ที่ผ่านมาพบข้อมูลไม่มาก ส่วนข้อมูลที่ไม่มากก็หนักไปทางประวัติศาสตร์ศิลปะ และไม่ให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะประวัติศาสตร์สังคม อันเป็นพลังกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์

พระนครศรีอยุธยา มีเมืองโบราณทับซ้อน 2 เมือง คือ เมืองอโยธยา กับ เมืองอยุธยา

อโยธยาเป็นเมืองต้นกำเนิดอยุธยา หรืออโยธยาเป็นเมืองเก่า ส่วนอยุธยาเป็นเมืองใหม่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพระนครศรีอยุธยา มี 2 แห่ง คือ เจ้าสามพระยา และจันทรเกษม ทั้ง 2 แห่งอยู่ในเกาะเมือง และไม่มีการจัดแสดงพัฒนาการความเป็นมาของอโยธยาและอยุธยา

โดยเฉพาะอโยธยาเป็นเมืองมีพัฒนาการเก่ากว่าสุโขทัย เป็นเมืองเริ่มต้นความเป็นคนไทย และเริ่มต้นภาษาไทย เรื่องราวเหล่านี้สำคัญมากต่อความเป็นคนไทยและประเทศไทย

แต่ วธ. เห็นว่าไม่สำคัญ จึงมุ่งสร้างรายได้จากแฟชั่นชุดไทยของชนชั้นนำเท่านั้น ไม่มีชุดสามัญชนไพร่บ้านแท้จริงของอยุธยา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image