Active Learning กับการยกระดับคุณภาพการศึกษา ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ : โดย ณรงค์ ขุ้มทอง

รัฐบาลภายใต้การบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีท่านธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนา/ปรับปรุง/ส่งเสริม/สนับสนุน ด้านการศึกษาใน 3 จังหวัด 4 อำเภอ เป็นกรณีพิเศษ

โดยเฉพาะท่าน พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ดูแลด้านการศึกษาใน 3 จังหวัดภาคใต้ พร้อมทีมงาน เช่น ท่านเลขาฯคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ท่านรองเลขาฯบุญรักษ์ ยอดเพชร ท่านเกศทิพย์ ศุภวานิช ท่านครรชิต มนูญผล เป็นทีมงานในการขับเคลื่อนนโยบายนี้ ภายใต้กรอบแนวคิด “จิตอาสาเพื่อการศึกษาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ใช้หลักให้ระเบิดจากข้างใน” โดยการลงพื้นที่ให้ขวัญกำลังใจผู้บริหารและครู พบปะทำความเข้าใจกับผู้ปกครองของนักเรียน โดยนำรูปแบบ Active Learning มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ มีแผนการสอนแบบมาตรฐานกลาง มีการจัดกิจกรรมสอดแทรกในเนื้อหาที่เรียน มีใบงาน มีการทดสอบ โดยกำหนดให้มีโรงเรียนต้นแบบการเรียนรู้ Active Learning ที่มีผลสัมฤทธิ์ระดับ TopTen เช่น โรงเรียนเครือข่ายไชยา สพป.จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 2 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี สพม.เขต 11 เทศบาลตรัง

ทั้งนี้ มีทีมงานวิจัยพร้อมครูต้นแบบจากจังหวัดนครศรีธรรมราช 400-500 คนเป็นโมเดล Active Learning เข้าสู่ในพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษา เพื่อเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการ เปลี่ยนแปลงเทคนิคและวิชาการการเรียนรู้

สุดท้าย เพื่อสร้างคนดีแก่ประเทศชาติให้ผู้เรียนรู้จักการคิดวิเคราะห์/การสังเกตการณ์/การประยุกต์ใช้ ภายใต้ 8 หลัก คือ

หลักที่ 1 ยึดหลักพระราชดำรัสของรัชกาลที่ 9 ให้ครูรักเด็กและให้เด็กรักครู ให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งกับตัวเอง รู้จักช่วยเหลือเพื่อนที่เรียนช้ากว่า ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนเห็นคุณค่าของความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

หลักที่ 2 ยึดหลักของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระองค์ท่านได้เล็งเห็นความสำคัญของแผนการศึกษาของไทยปี 2503 คือ พุทธศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา

หลักที่ 3 การปลูกจิตสำนึก “ระเบิดจากข้างใน” ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 เพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤต สร้างโอกาสใหม่ และพร้อมที่จะดำรงชีพอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้การมีส่วนร่วม

หลักที่ 4 การพัฒนาศักยภาพทางสมอง Brain-based Learning (BBL) เน้นการจัดกิจกรรมที่เสริมสร้างกระบวนการคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาสมองของเด็ก ฝึกให้เด็กรู้จักการแก้ปัญหา รู้จักแยกแยะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ

หลักที่ 5 การสร้างความมั่นคง คงทนต่อการเรียนรู้ โดยใช้หลักการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่เน้นการปฏิบัติจริง เน้นทักษะจริง การแก้ปัญหาด้วยตนเองจริงๆ ของผู้เรียน ลดกิจกรรม Passive Learning ลงในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

หลักที่ 6 การสร้างให้ผู้เรียนมีความจำที่คงทนและถาวร หรือให้เป็นภาพ Graphic Organizer ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ชั้นสูง เพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนที่เรียนหน้าลืมหลัง

หลักที่ 7 การสร้างการเรียนรู้ตามธรรมชาติรายวิชา คือ การเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้ตามศักยภาพของตนเอง สอดคล้องกับธรรมชาติหรือลักษณะวิชา ทั้งนี้ มุ่งหวังให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามที่ตัวเองชอบและถนัด

หลักที่ 8 การประเมินและพัฒนา Assessment for Learning เพื่อให้การจัดการเรียนรู้กับการวัดผลและประเมินผลให้ควบคู่กัน เน้นการประเมินที่หลากหลายและต่อเนื่อง ทั้งนี้ เป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนทุ่มเท ใส่ใจที่จะเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะ มีผลต่อการพัฒนาผู้เรียนที่เรียนช้า เรียนอ่อน มีศักยภาพเรียนรู้ที่สูงขึ้น ร้อยละ 80

และกระทรวงศึกษาธิการนำ Active Learning มาขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพของผู้เรียนในเขต 3 จังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้โรงเรียนนำร่อง 51 โรงเรียน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ผ่านโครงการ DLTV ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา เขต 3 และสตูล เช่น โรงเรียนบ้านป่าชิง สพป.เขต 3 อ.จะนะ จ.สงขลา มีผล O-Net พัฒนาขึ้นมากที่สุด

ตารางการศึกษา

และยังมีโรงเรียนวัดนิคมสถิต สพป.ปัตตานี เขต 2 อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี โรงเรียนบ้านโกตา สพป.สตูล อ.ละงู จ.สตูล โรงเรียนมาลาศีตะจิตต์ สพป.ยะลา เขต 3 อ.เบตง จ.ยะลา โรงเรียนบ้านสะแนะ สพป.นราธิวาส เขต 1 อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และยังมีอีกหลายโรงเรียนที่มีแนวโน้มในการพัฒนาคุณภาพที่สูงขึ้น

นี่คือมิติใหม่ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของไทยผ่านโครงการ DLTV และการเรียนรู้แบบ Active Learning และโดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ประสบปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ส่งผลเสียต่อกำลังคนและงบประมาณนับหมื่นนับแสนล้าน ขอชื่นชมกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และทีมงานที่กล่าวมาข้างต้น ที่มุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละในพื้นที่พิเศษ ในพื้นที่ที่เด็กและประชาชนเสียโอกาสมาร่วม 10 ปี

อยากกราบเรียนท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา และทีมงานของกระทรวงศึกษาธิการว่านี่คือช่องทางและโอกาสของลูกหลานชาว 3-4 จังหวัดชายแดนใต้ เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ และควรสนับสนุนส่งเสริมโครงการนี้ทีมงานนี้ให้เต็มที่ ทั้งคน เงิน และสิ่งของ ขอชื่นชมทีมงานกระทรวงศึกษาธิการที่ให้โอกาสเพิ่มความหวังกับคน 3-4 จังหวัดชายแดนใต้ และขอเชิญชวนพี่น้องชาวใต้ และโดยเฉพาะชาว 3-4 จังหวัดชายแดนใต้ สนับสนุนให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ เพื่อบุตรหลาน เพื่อความรัก สามัคคี และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนไทยรักกัน มีน้ำใจที่ดีต่อกัน ไม่ทิ้งกัน

แม้ว่าต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรม แต่เราเป็นคนไทยด้วยกัน โครงการนี้คือบทพิสูจน์ที่แท้จริง และโครงการนี้แสดงให้เห็นว่าแนวทางการจัดการศึกษาที่ผ่านมามีสิ่งดีๆ ที่คนในวงการศึกษาไม่ควรมองข้าม เป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้ง ทรงความหมายและมีผลประโยชน์ที่ผู้เรียนและประเทศชาติได้รับ ดั่งที่สมเด็จพระเทพฯทรงดำรัสให้องค์ 4 ความรู้ทางการศึกษามาใช้ คือ พุทธศึกษา จริยศึกษา พลศึกษา และหัตถศึกษา

ดูแล้วเป็นเรื่องง่าย ไม่ยาก ก็อยากเตือนใจผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้องทางการศึกษาของไทยว่าประเทศไทยเราบอบช้ำและเสียโอกาสมามากแล้ว และอยากย้ำเตือนกระทรวงศึกษาธิการว่าเรามีโครงการดีๆ มากมายทางการศึกษา แต่เมื่อนำมาใช้แล้วอยู่ได้ไม่นาน คนใหม่มา ของเก่าถูกยกเลิก ขาดการสานต่อ ทั้งที่เป็นโครงการดีๆ หรือบางโครงการหลักการดีมีประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนและมีความสามัคคีเกิดขึ้นซึ่งยากที่จะประเมินค่าได้ เช่น โครงการรินน้ำใจสู่น้องชาวใต้

สมัยที่ผู้เขียนอยู่ในทีมบริหารโรงเรียนหนึ่งในจังหวัดสงขลา ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนโครงการนี้เป็นอย่างดี แต่ระยะหลังกลับมีข่าวไม่สู้ดีนัก เท็จจริงอย่างไร แต่จากการบอกเล่าของคนในพื้นที่ว่าการสอนไม่เต็มที่ คนมาเป็น 100 แต่ว่าสอนหรือรับผิดชอบงานไม่กี่คน มาในรูปของผลประโยชน์ท่องเที่ยวไปในประเทศเพื่อนบ้าน โครงการนี้ดีมาก แต่กระทรวงศึกษาธิการควรตรวจสอบติดตามประเมินให้ดีนะ

อย่าลืมว่ามีกลุ่มคนได้ผลประโยชน์จากเหตุการณ์ในภาคใต้ทั้งเกียรติและกล่องมากแล้ว

ณรงค์ ขุ้มทอง
ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ โรงเรียนดาวนายร้อย
และกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนวรนารีเฉลิม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รวบ 2 พ่อค้าขายของแบรนด์เนมเลี่ยงภาษีกว่า 7,000 ชิ้น สวนลุมฯ
บทความถัดไป‘เบนซ์ – แพท’ ฉะเพจดังเจอกันในศาล หลังเกิดดราม่าโพสต์คลิปซิ่งรถบนถนน บิด 257 กม./ชม.