หนัง คนละม้วน ประชามติ ปรองดอง หนังบู๊ หนังรัก

หากนำเอาสถานการณ์ก่อน “ประชามติ” เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 มาวางเรียงเคียงกับสถานการณ์ “ปรองดอง” ในเดือนมกราคม 2560

เหมือน “หนัง” คนละ “ม้วน”

สถานการณ์ก่อน “ประชามติ” เป็นเหมือนกับหนัง “บู๊” เพราะไม่เพียงแต่ “นปช.” จะต้องถูกล็อกคอ ตีเข่า ไม่ยอมให้เปิด “ศูนย์ปราบโกง”

ไม่ว่าที่ “อิมพีเรียล เวิลด์” หรือใน “ต่างจังหวัด”

Advertisement

หากแม้กระทั่ง นายวัฒนา เมืองสุข ก็ถูกคุมตัวเข้าไปสงบสติอารมณ์ใน มทบ.11 ตั้งแต่เดือนเมษายน เพราะแสดงออกอย่างเด่นชัด

ไม่ยอมรับ “ร่าง” รัฐธรรมนูญ

ต่อมา นอกจากบรรดาแกนนำ นปช.จะถูกตั้งข้อกล่าวหาและเตรียมทำสำนวนส่งฟ้องศาล หากสถานีโทรทัศน์พีซทีวีก็ต้อง “จอดำ”

ต่อเมื่อผ่านเดือนสิงหาคมไปแล้วจึงได้รับการผ่อนปรน

หลังจาก “ประชามติ” ผ่านความเห็นชอบอย่างงดงาม ความชื่นบานก็ปรากฏผ่านคำประกาศเตรียมตั้ง “พรรคปฏิรูป” เพื่อขานรับ 16 ล้านเสียงที่ออกมาเห็นชอบ “ร่างรัฐธรรมนูญ”

หนังบู๊ผ่านพ้นไปพร้อมกับการมาของ “หนังรัก”

 

สังคมประเทศไทยเหยียบบาทก้าวเข้าสู่เดือนมกราคม 2560 พร้อมกับบรรยากาศแห่ง “ปฏิรูป” และ “ปรองดอง”

มีการจัดตั้ง “ป.ย.ป.”

มีการมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รับหน้าเสื่อในฐานะประธานตระเตรียมเรื่อง “การปรองดอง”

มาพร้อมกับ “ดอกไม้” หลากสีสัน และ “เพลงรัก” หวานชื่น

เมื่อเป็นงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยความเห็นชอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั่นหมายถึงการพาเหรดมาของฝ่าย “ความมั่นคง”

มือรองที่ขับเคลื่อนเป็น “ปลัดกระทรวงกลาโหม”

ขณะเดียวกัน ทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ล้วน “เตรียมพร้อม” อยู่ใน “ที่ตั้ง”

ถึงเวลาอันเหมาะสมก็เข้าไปนั่งเป็นพระอันดับอยู่บนเวทีรับฟังความเห็นอันมาจากพรรคการเมืองและนักการเมือง

“นิ้วก้อย” จาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยื่นไป 10 ทิศา

 

เหมือนกับเมื่อร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติในเดือนสิงหาคม 2559 คสช.ย่อมมากด้วยความมั่นใจจึงถึงเวลาอันเหมาะสมในการขับเคลื่อน

1 การปฏิรูป และ 1 การปรองดอง

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่สามารถประกาศและบังคับใช้ได้ตามเป้าหมายไม่เกินต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560

เพราะจำเป็นต้องมีการปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม

อาการตีหน้ายักษ์จากสถานการณ์ “ประชามติ” เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 จังจำหลักอย่างหนักแน่นอยู่กับฝ่ายที่มีความเห็นต่างต่อ “ร่างรัฐธรรมนูญ”

รอยแผลเป็นยังพร้อมทั้งใน “เพื่อไทย” และ “นปช.”

แต่บทเพลงแห่ง “ปฏิรูป” ก็ประสานเสียงมากับบทเพลงแห่ง “ปรองดอง” อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยมาก่อนเลย

จึงแทบเป็น “หนัง” คนละ “ม้วน”

จาก “หนังบู๊” เลือดท่วมจอ กลายเป็น “หนังรัก” สุดแสนประทับใจ

 

น่าสนใจก็ตรงที่พรรคเพื่อไทยปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ยังขวยๆ เขินๆ

ขวยๆ เขินๆ กระทั่ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ยังแข็งขืน ขวยๆ เขินๆ กระทั่ง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ก็ตั้งคำถามว่าจะปรองดองกับใคร

คู่ขัดแย้งเป็นใคร เฉพาะแต่พรรคการเมืองกับพรรคการเมืองเท่านั้นหรือ

ทุกอย่างยังแปลกใหม่ ไม่ว่า “คสช.” ไม่ว่า “ประชาธิปัตย์”

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image