ทำตามที่หาเสียง โดย ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

AFP PHOTO / Don EMMERT

การออกฤทธิ์ออกเดชของนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทยอยออกมาเรื่อยๆ

เริ่มจากลงนามคำสั่งแรก ระงับข้อกำหนดที่หน่วยงานต่างๆ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายประกันสุขภาพ หรือโอบามาแคร์ เพื่อลดภาระการเงินของรัฐ

จากนั้นลงนามคำสั่งพิเศษถอนตัวจากข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือทีพีพีที่เดิมมีสมาชิก 12 ประเทศ

ทั้งสองเรื่องไม่ได้จู่ๆ เกิดแบบฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา แต่เป็นนโยบายที่ทรัมป์หาเสียงไว้

Advertisement

การทำตามนโยบายที่หาเสียงของนักการเมืองเป็นเรื่องปกติของการเมืองซึ่งต้องตอบสนองเสียงประชาชนส่วนใหญ่

บิล คลินตัน ชนะการเลือกตั้งในปี 2535 เพราะชาวอเมริกันอิ่มในชัยชนะของสงครามอ่าวเปอร์เซียพอแล้ว จึงหันไปเลือกนักการเมืองหนุ่มไฟแรงจากรัฐอาร์คันซอส์

คลินตันเป็นประธานาธิบดีสองสมัย ฟื้นฟูเศรษฐกิจของสหรัฐจนแข็งแกร่ง งบประมาณในยุคนั้นเป็นแบบเกินดุล จาก 69,000 ล้านในปี 2541 จนมาถึง 236,000 ล้านดอลลาร์ ในปี 2543

ต่อมาชาวอเมริกันสองจิตสองใจว่าจะเลือกเศรษฐกิจแข็งแกร่งต่อไป หรือให้อเมริกาเป็นใหญ่ด้านความมั่นคง สุดท้ายจึงมีผลการเลือกตั้งที่ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ชนะ อัล กอร์ แบบไม่เคลียร์

พอบุชลูกขึ้นเป็นผู้นำ สหรัฐก็ได้เป็นผู้นำการทหารโลกขึ้นมาจริงๆ ปีแรกที่เริ่มงานเกิดเหตุวินาศกรรม 9/11 หรือ 11 กันยาฯ 2544 ในแผ่นดินอเมริกา ทำให้สหรัฐยกทัพกรีฑาข้ามทวีปไปถึงอัฟกานิสถาน จากนั้นยังไม่พอ 2 ปีต่อมาเสริมด้วยสงครามอิรัก

กระทั่งสหรัฐถมเงินไปในสงครามระดับ “ล้านล้าน” ดอลลาร์แล้ว ชาวอเมริกันก็คิดได้ว่าเลิกเถอะ พอได้แล้ว จนเป็นที่มาชัยชนะของบารัค โอบามา ในปี 2551 ที่ตามมาด้วยการปิดฉากสงคราม

ผลงานด้านความมั่นคงในช่วง 8 ปีของโอบามา อาจทำให้คนนึกถึงการส่งหน่วยซีลไปปลิดชีพโอซามา บิน ลาเดน ปิดเรือนจำกวนตานาโม ถอนทหารออกจากอิรักและอัฟกานิสถาน

แต่เรื่องสำคัญที่ควรต้องติดอยู่ในโผด้วยคือการขานรับรายงานการสอบสวนของวุฒิสภา ว่าสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือซีไอเอเคยทารุณกรรมนักโทษที่โยงจากเหตุ 9/11 ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับหลักคุณธรรมของสหรัฐ

การที่ผู้นำชาติมหาอำนาจยอมรับว่าเจ้าหน้าที่รัฐของตนทำผิดเองและเตือนว่าต้องไม่ทำอีก เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” เช่นเดียวกัน เพียงแต่จัดลำดับคุณธรรมไว้ข้างหน้า

ส่วนทรัมป์ยกผลประโยชน์เรื่องการจ้างงานชาวอเมริกันและสินค้าอเมริกาเป็นตัวตั้ง ซึ่งจะก่อผลกระทบมากมายอย่างไร จะได้เห็นกันในเวลาข้างหน้า

หากทรัมป์ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเสียหาย แน่นอนว่าทรัมป์หรือรีพับลิกันคงจะเป็นผู้นำได้สมัยเดียว แต่คงจะไม่มีการดำเนินคดีเรียกเงินส่วนตัวของทรัมป์มาชดใช้เข้ารัฐ

เพราะบุชลูกก็ไม่เคยถูกเรียกเงินชดใช้รัฐในการทำสงคราม และโอบามาก็ไม่ต้องมาชดใช้รัฐที่ระบบโอบามาแคร์ทำให้รัฐต้องจ่ายเงินมหาศาล

เหตุผลก็คือผู้ที่มาจากการเลือกตั้งไม่ได้บริหารประเทศโดยลำพัง แต่มีประชาชนอยู่เบื้องหลัง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image