ภาพเก่าเล่าตำนาน : การเมือง…เรื่องเฮโรอีน

ภาพเก่าเล่าตำนาน : การเมือง…เรื่องเฮโรอีน

เ อกสาร “ลับ” ของหน่วยข่าวกรองกลาง หรือ CIA ซึ่งจัดทำเมื่อมีนาคม 2516 ถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน เมื่อ 19 เม.ย.2543 (ตามกฎหมายของสหรัฐ ที่เรียกว่า พระราชบัญญัติเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร) บรรยายถึงสภาพภูมิประเทศทางตะวันตกเฉียงเหนือของไทยบริเวณชายแดนไทย-พม่า เป็นพื้นที่แหล่งกำเนิดยาเสพติดที่มั่งคั่ง

สามเหลี่ยมทองคำ เป็นพื้นที่ป่าทึบห่างไกลโพ้น เป็นพื้นที่เชื่อมต่อ ไทย-พม่า-ลาว มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของการเป็นภูมิภาคที่ผลิตยาหลักมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2490 แก๊งค้ายาผลิตยาเสพติดจากฝิ่น สภาพอากาศอำนวย มีกองกำลังติดอาวุธคุ้มกัน

ยาเสพติดประเภทต่างๆ แพร่กระจายไปถึงอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย เชื่อกันว่า “พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ” ผลิตยานรกรายใหญ่ที่สุด
ของโลก

Advertisement

ราว 50 ปีที่แล้ว สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่ามีผู้เสพยาประมาณ 12 ล้านคนในเอเชีย การค้ายามีมูลค่าประมาณ 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลในอดีตที่หน่วยงานของสหรัฐบันทึกไว้ มีทั้งภาพถ่าย มีการวิเคราะห์เชิงข่าวกรองที่ทรงคุณค่า

ช่วง พ.ศ.2500 เฮโรอีนที่ผลิตมาจากฝิ่น เป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ ถูกลักลอบ-นำส่งในพื้นที่รอยต่อ ไทย-ลาว-พม่า-เวียดนาม ทำเงินก้อนยักษ์สำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ผู้เขียนขอแปล/เรียบเรียง (บางส่วน) มาเป็นภาษาไทย ดังนี้

….สามเหลี่ยมทองคำ เป็นพื้นที่กว้าง คร่อมบางส่วนของ พม่า ไทย และลาว เป็นศูนย์กลางของโลกในการผลิตฝิ่น

ในปี พ.ศ.2516 คาดว่าผลผลิตจะอยู่ระหว่าง 420 ถึง 470 ตัน 2 ใน 3 ของผลผลิตในพื้นที่จะถูกใช้ไปภายในประเทศผู้ผลิต

การส่งออกจากสามเหลี่ยมทองคำ ปลายทาง คือ มาเลเซีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และอินโดนีเซียเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด

อีกราว 60 ตัน จะเข้าสู่ตลาดยุโรปตะวันตก ในขณะที่อีก 5 ถึง 10 ตัน จะส่งไปยังออสเตรเลีย

พ.ศ.2516 ประมาณ 1 ใน 3 ของเฮโรอีนประมาณ 6 ตัน (เทียบเท่ากับฝิ่น 60 ตัน) ที่บริโภคในสหรัฐอเมริกามีต้นกำเนิดจากสามเหลี่ยมทองคำ

ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 อเมริกายังต้องเผชิญกับ “ฝิ่นเม็กซิกัน” ที่ทะลักเข้ามา หากแต่การปราบปรามอย่างเข้มข้น ทำให้ยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำ “ขายดี” ไปแทนที่ยาจากเม็กซิโก

เฮโรอีนจากสามเหลี่ยมทองคำที่มีปลายทางไปยังอเมริกานั้น ถูกลักลอบขนโดยเที่ยวบินระหว่างประเทศจากไทยและสิงคโปร์ และโดยการขนส่งทางทะเลผ่านมาเลเซียและจุดอื่นๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

การค้ายา ดั้งเดิมส่วนใหญ่อยู่ในมือของชาวจีน และคนเชื้อสายจีน ซึ่งมักมีต้นกำเนิดจากมณฑลยูนนาน กลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดของกลุ่มชาวจีนเหล่านี้คือกองทัพ Shan United Army หรือ SUA รวมถึงบรรดากองกำลังติดอาวุธเชื้อสายจีนที่ถูกขับมาจากแผ่นดินจีนภาคตะวันตกที่รบกับกองกำลังจีนคอมมิวนิสต์

SUA เป็นองค์กรค้ายาเสพติดที่ว่าจ้างชาวฉาน (ไทใหญ่) จำนวนมากเป็นทหาร

มีการทำสัญญาหรือจ่ายค่าคุ้มครองอย่างเป็นระบบ กองกำลังติดอาวุธของคอมมิวนิสต์ของพม่ามีรายได้งามจาก “การคุ้มครอง” แก่กองคาราวานฝิ่น ที่จะลำเลียงผ่านพื้นที่ควบคุมของพวกเขา การแปรรูปและการขนส่งระหว่างประเทศยังได้รับการจัดการโดยชาวจีนเชื้อสายจีนเป็นส่วนใหญ่

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาที่มุ่งสู่ตลาดต่างประเทศมักได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน ซึ่งติดต่อกับเพื่อนร่วมชาติในชุมชนชาวจีนทั่วโลก

การปลูกฝิ่น เป็นแหล่งรายได้หลักของชนเผ่าหลายกลุ่มบนภูเขาสูงในพม่าที่ตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากกองกำลังของรัฐบาลไม่สามารถควบคุมพื้นที่ทั้งหมดของพม่าได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังกับเกษตรกรผู้ปลูกมากขึ้น มุ่งเน้นไปที่ความพยายามต่อต้านยาเสพติดแทนที่จะมุ่งเน้นไปที่การบังคับใช้ในเมือง เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลลาวไม่ได้พยายามที่จะกีดกันธุรกิจยาเสพติดในเขตอำนาจศาลของตน

ซีไอเอ รายงานต่อไปว่า….

ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เราคาดว่าเฮโรอีนที่ได้มาจากสามเหลี่ยมทองคำจะเข้าสู่ตลาดสหรัฐในปริมาณที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเฮโรอีนเม็กซิกันถูกขัดขวางไม่ให้เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาในปริมาณปกติ และเฮโรอีนสามเหลี่ยมทองคำถูกแทนที่ในยุโรปตะวันตกโดยเฮโรอีนที่มีต้นกำเนิดจากเอเชียใต้

กระบวนการค้ายาเสพติดในช่วงเวลานั้น มีประเด็นของกองกำลัง “คอมมิวนิสต์” เข้ามาเกี่ยวข้อง หน่วยข่าวกรอง ซีไอเอ เลยต้องเข้ามา “จัดการ” ให้ลดลงตั้งแต่ต้นทางการผลิต

อเมริกาในยุคโน้น “ฮิปปี้” หรือบุปผาชน ไว้ผมยาว ใช้ชีวิตแบบมั่วสุม ติดเฮโรอีนแทบทั้งนั้น เฮโรอีนมันต้องเสพโดยการฉีด ต้องพกชุดเข็ม มีรอยเข็มที่แขนดูง่ายว่าติดเฮโรอีน

กลุ่มติดอาวุธทางใต้ของจีนและครอบครัวนับหมื่นคนกระจายกันตั้งถิ่นฐาน ปักหลักใช้ชีวิตบริเวณสามเหลี่ยมทองคำและบนภูเขาสูง

ซีไอเอส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุย-ผูกมิตรในป่าเขาไกลโพ้น เพื่อให้กองกำลังกลุ่มนี้ “เป็นนักรบ” ต้านทานกองกำลังจีนคอมมิวนิสต์ที่กำลังห้าวหาญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สหรัฐ ต้องการหยุดยั้งการแพร่กระจายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ในพม่า ลาว เวียดนาม ไทย

ซีไอเอตกลงในทางลับกับกลุ่ม KMT (ก๊กมินตั๋ง) เพื่อให้รวบรวมข่าวกรองและติดอาวุธเข้าไปสู้รบแบบสงครามกองโจรในมณฑลยูนนาน

ซีไอเอมอบอาวุธ เงิน สิ่งอุปกรณ์ทางทหารและการสนับสนุนเป็นการตอบแทน …หากแต่ KMT ยังต้องการเงินอีกจำนวนมากเพื่อปากท้องกลุ่มของตน

เรื่องการ ปลูก-ค้าฝิ่น เป็นเรื่อง “ลงตัว” เพราะมีที่ดินกว้างใหญ่ สภาพอากาศอำนวย ไม่มีผลผลิตอะไรที่ขายได้ คนในท้องถิ่นจึงหันมาปลูกฝิ่น-ผลิตยา มีหลายกลุ่มที่ปลูกฝิ่นแข่งขันกันเอง บางกลุ่มไม่ลงทุนทำอะไร คอยดักปล้นสินค้ากันเอง กองกำลัง KMT ที่มีอาวุธเลยรับจ้างคุ้มกันขบวนขนส่งยาไปยังเอเยนต์ในไทย

การปล้น ฆ่า ชิง ยามูลค่ามหาศาลในป่าเขา เป็นเรื่องปกติ

ถ้าจะว่าไปแล้ว…การสกัด ทำลาย กระบวนการผลิตยาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ก็เพื่อมิให้ทะลักเข้าไปในอเมริกา

นายพลต้วน ซือเหวิน ผู้บัญชาการ KMT กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อกลางทศวรรษ 1960 ว่า “เราจัดการกับฝิ่น เราต้องต่อสู้กับความชั่วร้ายของลัทธิคอมมิวนิสต์ จะสู้ได้ต้องมีกองทัพ กองทัพต้องมีปืน จะซื้อปืนต้องมีเงิน และในภูเขาเหล่านี้เหรอ เงินเพียงอย่างเดียวคือฝิ่น”

นี่คือ ความอึมครึมว่า ใครปราบ-ใครค้า เพราะเป็นเงินก้อนใหญ่

เวลาผ่านไป การทำงานของซีไอเอ ที่สนับสนุนกลุ่ม KMT อย่างแนบแน่นเพื่อให้ช่วยปราบยาเสพติดให้ช่วยสกัดกั้นคอมมิวนิสต์จีน “ถูกกล่าวหา” ว่าเข้าไปสนับสนุน มีส่วนร่วมกับการค้ายาเสพติดซะเองเพราะในเวลานั้น ซีไอเอจ้างบริษัทของเอกชน ชื่อ แอร์อเมริกา บินไป-มา ได้ตามสะดวก อากาศยานแอร์อเมริกามีหลายแบบ (แถมยังบินเข้าไปสนับสนุนสงครามลับในลาวด้วย)

นักข่าวในอเมริกา นายแม็คคอย (Alfred W. McCoy)ไปเขียนบทความตั้งข้อสงสัย กลายเป็นข่าวใหญ่ในอเมริกา เพราะมีข่าวรั่วออกมาว่า ฝ่าย KMT กินดี อยู่ดี มีอาวุธใหม่ทันสมัยจากอเมริกา ข่าวในอเมริการะบุว่า เครื่องบินของบริษัทนี้ “ขนส่งยา” ซะเอง

ถูกกล่าวหาว่าก่อตั้งพันธมิตรเพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ค้ายาเสพติดทั่วโลกในนามของการต่อต้านคอมมิวนิสต์ นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ.2490

สังคมอเมริกันคลางแคลงใจไม่น้อย เพราะทหารอเมริกันนับแสนนายในสงครามเวียดนามถูกเปิดเผยว่า “ติดยาเสพติด” มหาศาล

ซีไอเอออกมาแถลงข่าวตอบโต้ ปฏิเสธ อย่างแข็งขัน การสอบสวนโดยคณะกรรมการหลายชุด ไม่พบหลักฐานการกระทำผิดตามข้อกล่าวหา

เฮโรอีนในอดีต ทำร้าย ทำลาย สังคมไทยแหลกเหลว เป็นธุรกิจที่มีคนพร้อมจะเสี่ยงชีวิต เมื่อถูกจับได้ มีการยิงเป้าเพื่อสร้างความกลัว หากแต่ก็ยังแพร่กระจายไปทั่ว

สถิติผู้ติดยาบ้า ยาทุกชนิด สังคมไทยรู้ดีว่า “มหาศาล” มีรายย่อยเดินอยู่ในตรอก ซอก ซอย มีรายใหญ่อยู่ในสังคม คนไทยก่อคดีอาชญากรรมโหด…

ทุกวันนี้..เรากำลังชินชาว่า..“เป็นเรื่องปกติ”

พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image