คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่12 ปรองดอง”อนาล็อก”

ทันทีที่สมาชิก สปท. เสนอนำโมเดล 66/2523 ประกอบการใช้เป็นแผนสร้างความปรองดองสมานฉันท์ แก้ขัดแย้ง

วงพูดคุยเล็กๆ ในหมู่เพื่อนฝูง ตั้งคำถาม แสดงความไม่แน่ใจ ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มีความรู้ ความเข้าใจนโยบาย การต่อสู้สันติวิธีเอาชนะคอมมิวนิสต์ถ่องแท้ มากน้อยแค่ไหน

ทั้งนี้เนื่องจาก แม้เป็นนโยบายที่ก้าวหน้ามากในขณะนั้น แต่อาจเป็นเรื่องยาก ที่ผู้มีความคิดล้าหลัง จะตามทัน

แม้เรื่องราวผ่านมา 36 ปีแล้วก็ตาม

แต่ไม่ต้องรอนาน แค่ชั่วหม้อข้าวเดือด ก็ปรากฏความชัดเจน

ผู้นำรัฐบาล-เบอร์รอง คสช.คอรัส ประสานเสียง ไม่รับสูตรนี้

ชี้ว่าสถานการณ์ปี 2523 เป็นคนละเรื่องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

การชิงปฏิเสธ แม้สวนทางหลักการ ควรเปิดกว้างรับฟัง นำเอาทุกข้อเสนอ ทุกฝ่าย มาพิจารณา ประกอบการ วางแนวทางสร้างความปรองดอง ไม่บอกปัดแบบไร้เยื่อใย

แต่ด้านหนึ่งก็มีข้อดี ที่ไม่รับเอาไว้แบบไม่เข้าใจ และนำไปปรับใช้ แบบผิดๆ ถูกๆ

โดยที่มิได้ย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ให้ดี ว่ามีความต่าง ความเหมือนอย่างไร

ทว่าอีกด้านก็สะท้อนข้อด้อย ยังมีความไม่เข้าใจรากเหง้าปัญหาความขัดแย้งในปัจจุบันอยู่อีกมาก

มุ่งแต่จะแก้ในแบบฉบับรัฐราชการ ซึ่งเกิดเป็นคำถาม การตั้งกรรมการไม่รู้กี่ชุดต่อกี่ชุด จะแก้ไขคลี่คลายได้จริงหรือไม่ ในเมื่อให้ยาไม่ถูกโรค

ยิ่งตีกรอบ ยืนยันว่า หลักปรองดองที่จะเดินต่อไปนี้ อยู่บนพื้นฐานการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ

แต่หลักกฎหมาย การดำเนินคดีมีอยู่ต่อไป ก็ยิ่งมองไม่เห็นแสงสว่าง

ผู้มีชนักปักหลัง ติดบ่วงคดีความต่างๆ นั้น

มีทั้งผิดจริง และได้รับผล จากการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ตรงไปตรงมา

มีการเลือกปฏิบัติ อย่างที่เรียกกันว่าสองมาตรฐาน ซึ่งต้องแยกแยะ

ความขัดแย้งแบ่งเป็นฝักฝ่ายที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ มีประชาชนจำนวนหนึ่ง ที่อาจกล่าว

ได้ว่าเป็นผู้หลงผิด

ถูกกล่าวหา ในฐานความผิดคดีอาญา ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ มีไม่น้อยถูกจับกุม คุมขัง ทั้งที่ยังมิได้ มีการพิสูจน์ความผิดตามข้อกล่าวหาด้วยซ้ำ

ส่วนใหญ่ของผู้มีคดีความติดตัว ล้วนแต่เป็นผลพวง ความขัดแย้ง เกิดขึ้นจากการชุมนุมประท้วงรัฐบาล

เป็นปัญหาการเมือง

รากเหง้าที่มาคือการต่อสู้ในความคิด ความเชื่อทางการเมือง ซึ่งมีความต่าง และ

ความเหมือนกับยุคต่อสู้กับคอมมิวนิสต์

แต่การใช้แต่กฎหมาย พิสูจน์มาแล้วแก้ปัญหาการเมือง เรื่องความคิด ความเชื่อไม่ได้

ต้องแก้ด้วยการใช้การเมืองนำ แบบนโยบาย 66/2523

ยิ่งตั้งเป้า ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ โดยออกกฎ ต้องคิดเหมือนกัน ก็ยิ่งห่างไกล และเป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

ต้องเริ่มต้นใหม่ หาทางออกด้วยกระบวนการเปิดกว้างทางการเมือง ซึ่งหากได้ดำเนินการไปพร้อมๆ กับสร้างกฎกติกาที่ดี การตัดสินมีมาตรฐาน

ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ที่ต่อสู้ในอุดมการณ์ความคิด ความเชื่อทางการเมือง อย่างเสมอภาค

การเริ่มต้น ถูกทาง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้ในที่สุด

แต่หากจับต้นชนปลายไม่ถูก

มองแต่ในมุมรัฐ มุ่งบังคับให้เป็นอย่างที่ต้องการ ไม่ฟังเสียงเห็นต่าง ทั้งที่จำเป็นและต้องรับฟังมากๆ

การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ก็ยากจะคาดหวังผลได้

การสร้างความสามัคคีปรองดอง ปลดล็อกแบ่งฝักฝ่าย ยากอยู่ก็จริงแต่ก็ไม่ถึงขั้น

เป็นทางตัน แก้ไม่ได้เอาเสียเลย

ที่ยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา คือการทลายความคิดล้าหลัง ฝังลึก อุปสรรคใหญ่มากกว่า

36 ปีที่ผ่านมา ศิลปวิทยาการทุกด้านก้าวหน้า

แต่ประเทศไทย 4.0 ถอยลึก คิดแก้ปัญหาการเมืองแบบอนาล็อก

ปฏิเสธแนว 66/2523 ปฏิเสธการเมืองนำ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวสวนพิจิตรปลื้ม ลองปลูกฟักยักษ์ไต้หวัน ได้ผลใหญ่ยาวกว่าเมตร มี รง.-ร้านอาหารขอจับจอง
บทความถัดไปแม่บ้านเลี้ยงหลาน ปลูกมะนาวนอกฤดู มีกินใช้เก็บขายได้ตลอดปี