รัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนของประเทศนี้มักมีนโยบายสำคัญเรื่องหนึ่งคือการปราบปรามและป้องกันการทุจริต เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า คอร์รัปชั่น เป็นสำนวนไทยว่า ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้งหรือรัฐบาลจากการปฏิวัติยึดอำนาจ
ยิ่งเป็นรัฐบาลปฏิวัติ ข้ออ้างสำคัญเพื่อความชอบธรรมในการยึดอำนาจจากรัฐบาลก่อนหน้านั้นคือ มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้ประเทศชาติเสียหาย เป็นหลัก
ขนาดเคยมีการกล่าวถึงการทุจริตเมื่อยุคก่อนว่า หากรัฐบาล ข้าราชการ หยุดคอร์รัปชั่น หรือคอร์รัปชั่นเพียงครึ่งเดียว ถนนในเมืองไทยอาจสร้างด้วยทองคำยังได้
สมัยก่อน นานมาแล้ว ฉ้อราษฎร์บังหลวงที่มีการกล่าวถึงคือกินอิฐหินดินทราย กินจอบกินเสียม
ยุคต่อมาที่มีข่าวทุจริตมโหฬาร คือการทุจริตเรื่องท่อประปา มีบริษัท เดอร์กามองต์ เป็นตัวสำคัญ
ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเรื่องท่อประปาคือจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว จอมพลถนอม กิตติขจร จึงใช้อำนาจปฏิวัติตามมาตรา 17 ยึดทรัพย์
ต่อมาเมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 จอมพลถนอมกับพวก คือพลเอกณรงค์ กิตติขจร บุตรชายและจอมพลประภาส จารุเสถียร ถูกยึดทรัพย์เช่นกัน
การทุจริตในวงราชการและรัฐบาลมีข่าวปรากฏมาตลอด ในยุคหลังมาพูดกันว่าเปอร์เซ็นต์ที่เป็นส่วนแบ่ง ไม่ใช่ 10 เปอร์เซ็นต์ อย่างแต่ก่อน ซึ่งเป็นปกติของการประมูลงาน ถึงขนาดมีการเรียกขาน หลังที่ได้รับเปอร์เซ็นต์นั้นว่า “มาดามเท็นเปอร์เซ็นต์”
แต่การเรียกเปอร์เซ็นต์จากการประมูลงานมีชื่อเรียกใหม่ว่า “เงินทอน”
“เงินทอน” ในยุคหลัง ทอนกันมากถึงครึ่งหนึ่งของราคาประมูล เป็นเหตุให้การประมูลงาน และการจัดซื้อจัดจ้างมีราคาสูงกว่าราคาจริงมาก
น้องหนูรู้ไว้ด้วยว่า “เงินทอน” ที่ว่าไม่ได้มีเพียงในวงราชการทั่วไปเท่านั้น ยังมีเป็นการเฉพาะในบางวงราชการ เช่นกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย ดังที่หนังสือพิมพ์มติชนเคยเสนอข่าว ทั้งยังมีการทุจริตเข้าไปถึงระดับสูง คือการทุจริตเครื่องราชอิสริยาภรณ์เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งหนังสือพิมพ์มติชนนำเสนอข่าวนี้ และได้รับรางวัลจากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล มาแล้ว
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวการติดสินบนจากบริษัทจำหน่ายเครื่องบินใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่ออกมาบอกกล่าวว่า มีการติดสินบนในหลายประเทศแม้ประเทศไทย ในการจัดซื้อเครื่องบินของบริษัทนี้ เมื่อมีข่าวออกมา ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะบริษัทการบินไทยออกมาปฏิเสธกันให้พัลวันไปหมด เช่น นายทนง พิทยะ
อดีตประธานคณะกรรมการบริษัท
ขณะที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) คนหนึ่ง “ไลน์” ผ่านเพื่อนกลุ่มที่เคยรับการอบรมในหลายหลักสูตร และเคยดำรงตำแหน่งนี้ออกมาถึงเพื่อนความว่า
“เพื่อนๆ ครับ ผมได้มีส่วนร่วมสร้างการบินไทยกับพนักงานการบินไทยหลายๆ พันคน จากบริษัทที่มีหนี้ท่วมท้น… จนกลับมาเป็นเบอร์หนึ่งของโลกได้อย่างสง่าผ่าเผย…ด้วยการยึดมั่นในธรรมาภิบาล (ที่มีบรรทัดฐานสูงกว่ากฎหมาย) ตลอดช่วงการเป็นลูกจ้างของการบินไทย…
“วันนี้การจ่ายใต้โต๊ะของโรลส์-รอยซ์ได้ทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของทุกจิตวิญญาณของคนการบินไทยอีกครั้งหนึ่ง
“ผมขอเรียกร้องว่า…ภายใต้อำนาจและหน้าที่ของหลายท่านที่ยังมีหน้าที่ในการรักษาความเที่ยงธรรมอยู่ หากเพื่อนคนนี้ของท่านได้ประพฤติเยี่ยงโจรในมหากาพย์โรลส์-รอยซ์นี้ ไม่ว่าจะมากจะน้อยเพียงใด ก็อย่าให้มีความเป็นเพื่อนหลงเหลืออยู่ และจงลงโทษมันผู้นี้ด้วยโทษที่สูงสุด เท่าที่กฎหมายจะหยิบยื่นให้ โดยไม่ต้องลังเลแต่อย่างใดครับ – กนก อภิรดี”

