เคยสังเกตกันไหมครับว่า รถยนต์ที่จำหน่ายกันอยู่ในโลกในเวลานี้ มีความต่างใหญ่หลวงกันอยู่ประการหนึ่ง นั่นคือตำแหน่งของพวงมาลัย
บางประเทศจำหน่ายเฉพาะรถยนต์ที่พวงมาลัยอยู่ทางด้านซ้าย ในขณะที่อีกบางประเทศขายรถที่พวงมาลัยอยู่ด้านขวากันเป็นหลัก
เมื่อมีคำถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น คำตอบที่เรามักได้รับก็คือ รถพวงมาลัยซ้ายจะใช้กันในประเทศที่บังคับให้ขับรถชิดขวา อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา เป็นอาทิ
ส่วนรถพวงมาลัยขวาก็ใช้ในประเทศที่มีกฎจราจรให้ขับชิดซ้าย เหมือนในไทยแล้วก็ในประเทศอังกฤษ และอีกหลายประเทศในยุโรป
ถ้าจะคิดกันเป็นสัดส่วนให้เห็นภาพก็พอจะบอกได้ว่า ประเทศในโลกนี้ราวๆ 30 เปอร์เซ็นต์ จะบังคับให้ขับรถชิดทางซ้ายของถนน ถือว่าเป็นส่วนน้อยของประเทศในโลก เพราะอีกราว 70 เปอร์เซ็นต์หรือกว่านั้น บังคับให้ขับชิดขวากันทั้งหมด
ใครจับพลัดจับผลูไปขับรถในประเทศที่กฎจราจรแตกต่างกันมักเกิดอาการพิศวงงงงวยขึ้น เช่น คนไทยไปใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกา กว่าจะปรับตัวได้ก็ใช้เวลาอยู่ไม่น้อย เพราะมักคิดกันว่ารถรากำลังวิ่งผิดทางอยู่ร่ำไปก่อนที่จะคุ้นชิน
แต่ถ้าจะถามว่า แล้วทำไมสหรัฐอเมริกาถึงบังคับให้คนอเมริกันขับรถชิดทางขวาของถนน คำตอบที่เรามักได้รับก็คือ เพราะอิทธิพลของ เฮนรี ฟอร์ด ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งวงการรถยนต์ของโลก ด้วยเหตุที่ว่ารถคันแรกๆ ที่ฟอร์ดผลิตออกมานั้นพวงมาลัยอยู่ทางซ้ายกันทั้งหมด
ในความเป็นจริง การขับขี่ยานพาหนะไปทางด้านขวาของถนนในสหรัฐอเมริกานั้นเกิดขึ้นมานานก่อนฟอร์ดจะผลิตรถยนต์คันแรกออกมาด้วยซ้ำ จอห์น สเตห์แมน ประธานสมาคมประวัติศาสตร์ในพื้นที่คอนเนสโตกา (Conestoga Area Historical Society) ยืนยันว่า คนอเมริกันขับขี่ยานพาหนะทางขวาของถนนกันก่อนที่จะมีการก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาเสียด้วยซ้ำไป
ก่อนการก่อตั้งสหรัฐอเมริกาขึ้นเป็นประเทศ ถือเป็นยุคของการบุกเบิกตะวันตก พาหนะที่ใช้กันเป็นหลักในเวลานั้นก็คือรถเทียมม้า ที่เรียกกันว่า “คอนเนสโตกา แวกอน” นั่นเอง
คอนเนสโตกา แวกอน เป็นรถม้าขนาดใหญ่ สูง หลังคาเป็นผ้าใบขึงโค้ง ได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของการบุกเบิกและขยายชุมชนจากฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกามายังพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศ ย้อนหลังกลับไปตั้งแต่ก่อนทศวรรษ 1700 โน่น
คอนเนสโตกา แวกอน สร้างและพัฒนาโดยช่างไม้และช่างเหล็กในท้องถิ่นในเวลานั้น สำหรับใช้เพื่อขนส่งสินค้า ในทางหนึ่งนั้นเป็นการขนสินค้าเกษตรกรรมเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนกับสิ่งของที่ได้จากอินเดียนแดง หรือไม่ก็นำสินค้าที่ผลิตได้ หรือแลกเปลี่ยนมาได้ไปสู่ตลาดใหญ่ในเวลานั้นคือ เมืองฟิลาเดลเฟีย ที่ถือว่าเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในยุคที่อเมริกายังคงเป็นดินแดนอาณานิคมของอังกฤษ
ผู้ขับขี่ “แวกอน” มีทางเลือกสองทาง ทางหนึ่งก็คือนั่งบนหลังม้าตัวหนึ่งซึ่งใช้เทียมคอนเนสโตกา แวกอน นั่นแหละ อีกทางหนึ่งก็คือใช้ที่นั่งซึ่งดึงออกมาจากด้านข้างของรถม้า เรียกกันว่า “เลซี บอร์ด” (lazy board) ต่อเมื่อต้องควบคุมอย่างเข้มงวดใกล้ชิดจริงๆ จึงลงเดินจูงบังเหียนไปด้านข้างของเหล่าม้าที่ใช้เทียมรถ
ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ คอนเนสโตกา แวกอนนี้ติดตั้งอุปกรณ์ในการควบคุมสำคัญสำหรับใช้ชะลอและหยุดไว้ด้านเดียวคือด้านซ้ายของตัวรถม้าใกล้ๆ กับมือขวาของคนขับ เป็นการควบคุมเฉพาะล้อ 2 ล้อ ทางด้านซ้ายของตัวรถ
ถ้าเรานึกภาพตามคำอธิบายทั้งหมดนี้เราจะพบว่า คนขับคอนเนสโตกา แวกอน จะอยู่ราวๆ ตรงกลางของเส้นทางหรือถนน ส่วนตัวรถจะอยู่ข้างทางด้านขวาทั้งหมดครับ
เมื่อมีการก่อสร้างถนนที่ได้ชื่อว่าเป็น “ไฮเวย์” สายแรกของอเมริกา คือเส้นทางระหว่างเมืองฟิลาเดลเฟียกับแลนคาสเตอร์ เทิร์นไพค์ เปิดใช้งานเมื่อปี 1795 ก็มีการบันทึกกฎการใช้ทางไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นหนังสือชื่อ “Ways of the World” โดย เอ็ม. จี. เลย์ ถึงได้มีการระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะเป็นเกวียน หรือเป็นรถม้าเล็ก หรือเป็นแวกอนขนาดใหญ่ ต้องใช้ทางขวาของถนนเป็นหลัก เหมือนกับที่คอนเนสโตกา แวกอน เคยใช้กันมา
ถึงปี 1804 เมื่อสหรัฐเป็นประเทศแล้ว นิวยอร์กกลายเป็นรัฐแรกสุดที่กำหนดให้เดินรถด้านขวาของถนนไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ระดับไฮเวย์ก็ตาม
ปี 1908 เฮนรี ฟอร์ด เผยโฉมเจ้า “โมเดล ที” (Model T) ที่เลื่องลือออกมา พวงมาลัยจึงไปอยู่ด้านซ้าย (เพื่อให้คนขับอยู่ใกล้กับกึ่งกลางถนนมากที่สุด) ในขณะที่รถต้องขับไปทางด้านขวาของถนน
นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฟอร์ดคิดค้นนะครับ แต่เป็นการสืบทอดธรรมเนียมการใช้ถนนด้านขวาที่มีมาแต่ไหนแต่ไรแล้วเท่านั้นเอง

